เจาะน้ำคร่ำ  Q : ดิฉันอายุ 34 ปี ตอนนี้ตั้งครรภ์ได้ 3 เดือน อยากขอความรู้เกี่ยวกับการเจาะตรวจน้ำคร่ำค่ะ และจำเป็นต้องเจาะตรวจน้ำคร่ำ เพื่อตรวจภาวะสุ่มเสี่ยงดาวน์ซินโดรมของลูกในครรภ์หรือไม่คะ เพราะรู้สึกกังวลที่มีคนบอกว่า ถ้าเราเจาะถุงน้ำคร่ำ จะทำให้เสี่ยงต่อภาวะแท้งไหมคะ?

เจาะน้ำคร่ำ

เจาะน้ำคร่ำ เพื่อตรวจภาวะสุ่มเสี่ยงดาวน์ซินโดรม จำเป็นหรือไม่? จะทำให้เสี่ยงแท้งไหม?

A : แม่ตั้งครรภ์แต่ละคน มีโอกาสที่จะเกิดความผิดปกติของครรภ์แตกต่างกันไป ซึ่งการเจาะตรวจน้ำคร่ำ (Amniocentesis) หมอจะทำเพื่อตรวจหาความผิดปกติของโครโมโซมทารกในครรภ์ เป็นการเจาะเอาน้ำคร่ำที่อยู่รอบๆ ตัวทารกในครรภ์ ที่มีเซลล์ผิวหนัง หรือ เซลล์เยื่อบุกระเพาะปัสสาวะของทารกในครรภ์ มาตรวจสอบ

แล้วจะนำเซลล์ที่ตรวจเจาะได้มาเพาะเลี้ยง รวมถึงนำมาตรวจวิเคราะห์โครโมโซมของทารกในครรภ์ ซึ่งความผิดปกติของโครโมโซมทารกในครรภ์ จะมีทั้งจำนวนที่มากกว่าปกติหรือน้อยกว่าปกติหรือรูปร่างที่ผิดปกติ เช่น ลิ้นยื่นออกมาจากปาก มรความผิดปกติของสมองดั้งจมูกแบน ศีรษะผิดปกติ เป็นต้น ที่พบบ่อย คือกลุ่มอาการดาวน์ซินโดรม ที่เป็นความผิดปกติของโครโมโซม คู่ที่ 21

การตรวจเจาะถุงน้ำคร่ำแม่ตั้งครรภ์ไม่ต้องเตรียมตัวเป็นพิเศษ ไม่ต้องงดข้าวงดน้ำ เพียงแต่ต้องรับทราบทั้งครอบครัว หมอจะทำการเจาะในช่วงอายุครรภ์ที่เหมาะสม  คือ ระหว่างอายุครรภ์ 4 เดือน หรือ 16-18 สัปดาห์  โดยจะแทงเข็มผ่านหน้าท้องเข้าไปในโพรงมดลูก ทั้งนี้หากแม่ตั้งครรภ์อายุครรภ์มากกว่านี้จะไม่นิยมทำ เพราะทารกในครรภ์จะโตมากขึ้น การแทงเข็มผ่านหน้าท้องอาจเกิดความเสี่ยงที่เข็มจะโดนตัวทารกได้

และหลังจากตรวจเจาะถุงน้ำคร่ำแล้ว ประมาณ 1-2 ชั่วโมง หมอจะมีการอัลตราซาวด์ซ้ำอีกครั้ง เพื่อเช็คความปกติของทารกในครรภ์ และเพื่อลดความกังวลให้แม่ตั้งครรภ์สบายใจมากขึ้น จากนั้นรอฟังผลประมาณ 2-3 สัปดาห์ ระหว่างนี้หลังตรวจเจาะถึงน้ำคร่ำ แม่ตั้งครรภ์ไม่ควรยกของหนัก เดินขึ้นลงบันได หรือระวังอันตรายที่จะเกิดกับบริเวณหน้าท้อง แต่หากพบความผิดปกติ เลือกออกทางช่องคลอด มีไข้ ปวดท้องอย่างมาก มีน้ำเดิน ต้องรีบไปพบหมอ

และส่วนหนึ่งของการตรวจเจาะน้ำคร่ำจะมีความเสี่ยง ที่ทำให้แม่ตั้งครรภ์มีภาวะแทรกซ้อนจากการตรวจ เช่น การติดเชื้อ การรั่วของน้ำคร่ำเป็นสาเหตุให้เกิดการแท้ง มีเลือดออกจากตำแหน่งที่เจาะได้ แต่อย่างไรก็ไม่ควรวิตกกังวลมากจนเกินไป

Sponsored

ส่วนแม่ตั้งครรภ์กลุ่มที่ควรมีการตรวจเจาะน้ำคร่ำ คือ แม่ตั้งครรภ์ที่มีอายุมากกว่า 35 ปีขึ้นไป เพราะพบว่ายิ่งอายุมากขึ้น ความผิดปกติของการตั้งครรภ์ก็จะมีสูงขึ้น แม่ตั้งครรภ์ที่มีประวัติการคลอดลูกเป็นดาวน์ซินโดรมมาก่อน แม่ตั้งครรภ์ที่มีพันธุกรรมเกี่ยวกับดาวน์ซินโดรม  แม่ตั้งครรภ์ที่มีผลการตรวจสารเคมีในเลือดผิดปกติ และแม่ตั้งครรภ์ที่อัลตราซาวด์แล้วพบว่ามีความผิดปกติของทารกในครรภ์

สำหรับคุณแม่ที่อายุ 34 ปี ตามเกณฑ์ยังไม่ใช่กลุ่มที่มีความเสี่ยงสูง จึงไม่มีความจำเป็นต้องเจาะตรวจน้ำคร่ำ ทั้งนี้ในปัจจุบันหลายสถาบันแนะนำให้ครวจคัดกรองความสี่ยงเรื่องดาวน์ซินโดรมจากเลือดแม่ได้เช่นเดียวกัน รวมถึงการตรวจชนิดใหม่ๆ  ที่ให้ผลแม่นยำ เช่น Nifty หรือ Panorama test  แต่ราคาในการตรวจนั้นค่อนข้างแพง

========================

ติดตามความรู้ดี ๆ  และสาระดี ๆ เพิ่มเติมสำหรับแม่ตั้งครรภ์และลูกน้อย ได้ที่  www.konthong.com หรือ ร่วมพูดคุยแลกเปลี่ยนกันได้ที่ https://www.facebook.com/teamkonthong/