มา บำรุงสมองทารกในครรภ์ ด้วยสารอาหาร 9 ชนิดกันค่ะ การรับประทานอาหารที่มีประโยชน์ให้ครบทั้ง 5 หมู่ เป็นเรื่องสำคัญอย่างมาก โดยเฉพาะคุณแม่ตั้งครรภ์

บำรุงสมองทารกในครรภ์

ก็ยิ่งต้องได้รับสารอาหารในปริมาณที่มากกว่าเดิมถึง 2 เท่าเพื่อให้สารอาหารเหล่านั้นไปส่งเสริมการเจริญเติบโตของลูกน้อยในครรภ์ให้สมบูรณ์แข็งแรง นอกจากพัฒนาการ และความสมบูรณ์แข็งแรงของลูกน้อยแล้ว สิ่งที่คุณพ่อ คุณแม่คาดหวังก็คือ “ความฉลาด” ของลูก ก็เป็นอีกหนึ่งอย่างที่จำเป็นต้องให้ความสำคัญ ซึ่งคุณแม่สามารถกระตุ้นกระบวนการทำงานของสมองลูกน้อยได้ ตั้งแต่อยู่ในครรภ์ด้วยสารอาหารทั้ง 9 ชนิดนี้

สารอาหาร บำรุงสมองทารกในครรภ์ ดังนี้

กรมไขมันโอเมก้า 3 (Omega-3 Fatty Acids) ช่วยในเรื่องของการกระตุ้นสมอง บำรุงเซลล์สมอง และเพิ่มประสิทธิภาพความจำให้กับทารกในครรภ์ได้อย่างมีประสิทธิภาพ โดยผลการศึกษาวิจัยพบว่า คุณแม่ที่รับประทานปลามากในไตรมาสแรก ทารกในครรภ์จะมีพัฒนาการทางสมองด้านสติปัญญาสูงมาก (ศึกษาจากการวัดระดับคะแนนด้านสติปัญญาของทารกเมื่ออายุ 6 เดือน)

แหล่งที่พบ โอเมก้า 3 มากตามธรรมชาติ ได้แก่ ปลาทะเลน้ำลึก ปลาซาร์ดีน ปลาทูน่า ปลาแซลมอน ปลาซาบะ ปลาแมคเคอเรล ปลานิลทะเล ปลาดุกทะเล รวมถึงหอยนารม หอยพัด หอยกาบ กุ้ง และปลาหมึก (ระมัดระวังสารปรอทที่อาจเจือปนอยู่ในปลาบางชนิด หรือบางตัว) คุณแม่ตั้งครรภ์ควรได้รับ โอเมก้า 3 วันละ 300 มิลลิกรัม เพื่อการเจริญเติบโตของเซลล์สมองทารกในครรภ์

 

ธาตุเหล็ก ช่วยเสริมสร้างการทำงานของฮีโมโกลบินในเลือดแดงได้ ซึ่งช่วยนำออกซิเจนไปให้ทารกในครรภ์ หากขาดธาตุเหล็ก ทารกก็จะขาดออกซิเจน ซึ่งการขาดออกซิเจนของทารกในครรภ์อาจทำให้เกิดภาวะเสี่ยงในเรื่องของพัฒนาการด้านต่าง ๆ ช้า และมีระดับไอคิวที่ไม่สูงเท่าที่ควร

แหล่งที่พบ ธาตุเหล็กมากตามธรรมชาติ ได้แก่ เนื้อแดง เนื้อวัว เนื้อหมู ตับ ไข่แดง หอยกาบ หอยนางรม ผลิตภัณฑ์จากธัญพืช ลูกพีชแห้ง ถั่วต่าง ๆ ข้าวโอ๊ต กากน้ำตาล หน่อไม้ฝรั่ง ผักใบเขียว ถั่วฝักยาว ผักแว่น เห็นฟาง พริกหวาน ใบกะเพราะ มะกอก และกระถิน ฯลฯ คุณแม่ตั้งครรภ์ควรได้รับธาตุเหล็กวันละ 30 มิลลิกรัม เพื่อช่วยเพิ่มปริมาณเลือดแดง และสะสมน้ำนมเตรียมไว้ให้ลูกน้อยหลังคลอด

 

ไอโอดีน เป็นสารอาหารที่มีความจำเป้นต่อพัฒนาการทางสมอง ระบบประสาท และความจำของลูก การขาดไอโอดีนอาจทำให้คุณแม่ตั้งครรภ์เป็นโรคคอพอก ทำให้ทารกมีน้ำหนักตัวน้อย แคระแกร็น มีสติปัญญาต่ำได้ แหล่งที่พบ ไอโอดีนมากตามธรรมชาติ ได้แก่ เกลือเสริมไอโอดีน และอาหารทะเลทุกชนิด อย่างเช่น ปลาทะเล กุ้ง ปู หอย ปลาหมึก สาหร่ายทะเลสีน้ำตาล ฯลฯ

คุณแม่ตั้งครรภ์ควรได้รับไอโอดีนวันละ 175 – 200 ไมโครกรัม เพื่อเสริมสร้างร่างกายของคุณแม่ตั้งครรภ์ และทารกในครรภ์ไปพร้อมกัน

 

โปรตีน เป็นสารอาหารสำคัญต่อการสร้างเซลล์ของทารกในครรภ์ เสริมสร้างการเจริญเติบโตของเซลล์สมอง การขาดโปรตีน หรือรับโปรตีนไม่เพียงพอ อาจทำให้สมองของทารกมีขนาดเล็กกว่าปกติ แหล่งที่พบ โปรตีนมากตามธรรมชาติได้แก่ อาหารประเภทเนื้อสัตว์ทุกชนิด และผลิตภัณฑ์จากสัตว์ อย่างเช่น เนื้อปลา ไข่ นม ฯลฯ รวมถึงผลิตภัณฑ์จากพืช อย่างเช่น ถั่วเหลือง เต้าหู้ ฯลฯ

คุณแม่ตั้งครรภ์ควรได้รับโปรตีนวันละ 60 กรัม เพราะโปรตีนเป็นอาหารหลักในการเสริมสร้าง และเพิ่มขนาดของเซลล์ในทารก เพิ่มปริมาณเลือด สร้างน้ำย่อย เสริมสร้างภูมิคุ้มกัน และซ่อมแซมส่วนที่สึกหรอได้อย่างมีประสิทธิภาพ

 

คาร์โบไฮเดรต เป็นแหล่งพลังงานให้กับร่างกาย เป็นอาหารจำเป็นต่อสมองทารกในครรภ์ แหล่งที่พบ คาร์โบไฮเดรตมากตามธรรมชาติ ได้แก่ ธัญพืช ผัก นม ข้าวเจ้า ข้าวสาลี ข้าวโพด ข้าวฟ่าง เผือก มันเทศ มันสำปะหลัง อ้อย และผลไม้ต่าง ๆ ฯลฯ คุณแม่ตั้งครรภ์ควรได้รับ คาร์โบไฮเดรตวันละ 100 กรัม

ในช่วงไตรมาสแรก เพราะเป็นช่วงที่คุณแม่มีอาการแพ้ท้องรุนแรง คาร์โบไฮเดรตที่เป็นอาหารที่รับประทานง่าย และย่อยง่าย จึงส่งเสริมพลังงานให้กับคุณแม่เป็นอย่างดี

 

Sponsored

แมกนีเซียม มีความสำคัญต่อการทำงานของเส้นประสาท และกล้ามเนื้อ เป็นแร่ธาตุที่ช่วยผ่อนคายความเครียดได้ และมีส่วนช่วยในการเปลี่ยนแปลงน้ำตาลในเลือดให้เป็นพลังงาน การขาดแมกนีเซียม อาจทำให้ภูมิคุ้มกันของร่างกายบกพร่อง ระบบกล้ามเนื้อและระบบย่อยอาหารทำงานผิดปกติ

ระบบประสาทบางส่วนอาจถูกทำลาย แหล่งที่พบ แมกนีเซียมมากตามธรรมชาติ ได้แก่ อาหารจำพวกปลา หอย ถั่ว อัลมอนด์ เมล็ดธัญพืช ฝรั่ง ผักใบเขียว และกล้วย คุณแม่ตั้งครรภ์ควรได้รับแมกนีเซียมวันละ 450 – 600 มิลลิกรัม

 

ซีลีเนียม เป็นสารต่อต้านอนุมูลอิสระ ช่วยป้องกันความเสื่อมสภาพของเซลล์ต่าง ๆ มีส่วนสำคัญอย่างมากต่อการสร้างกลูตาไธโอนเพอรอกซิเดส ซึ่งเป็นสารต่อต้านอนุมูลอิสระหลักของร่างกายที่พบได้ในทุกเซลล์ การขาดซีลีเนียม อาจทำให้ทารกในครรภ์เกิดภาวะไม่แข็งแรง

อ่อนเพลี่ยเนื่องจากกล้ามเนื้อหัวใจผิดปกติ แหล่งที่พบแร่ธาตุซีลีเนียมตามธรรมชาติ ได้แก่ อาหารทะเล ตับ ไต ปลาทูน่า จมูกข้าว รำข้าว หัวหอม กระเทียม มะเขือเทศ บรอกโคลี ข้าวกล้อง ฯลฯ คุณแม่ตั้งครรภ์ควรได้รับ ซีลีเนียมวันละ 65 ไมโครกรัม

 

ฟอสฟอรัส เป็นแร่ธาตุที่สามารถพบได้ในทุกเซลล์ของร่างกาย มีความสำคัญต่อกระบวนการทำงานของหัวใจ และสำคัญอย่างมากต่อกระบวนการทำงานของไต โครงสร้างกระดูกและฟัน ที่สำคัญร่างกายจำเป็นต้องใช้ฟอสฟอรัสในกระบวนการส่งต่อสัญญาประสาท การขาดฟอสฟอรัส

อาจทำให้เหงือกอักเสบ โรคกระดูกอ่อนในเด็กได้ แหล่งที่พบ ฟอสฟอรัสมากตามธรรมชาติ ได้แก่ ปลา ไข่ เนื้อสัตว์ สัตว์ปีก ถั่ว ธัญพืช และเมล็ดพืช คุณแม่ตั้งครรภ์ควรได้รับฟอสฟอรัสวันละ 1,200 มิลลิกรัม

 

สังกะสี ช่วยควบคุมกระบวนการทำงานต่าง ๆ ของร่างกายให้เป็นปกติ ช่วยบำรุงระบบเอนไซม์และเซลล์ต่าง ๆ มีความสำคัญต่อการเจริญเติบโตต่อกระดูกของทารกในครรภ์ การขาดสังกะสี อาจทำให้การคลอดนานขึ้น ตกเลือดหลังคลอด ความดันโลหิตสูงขณะตั้งครรภ์ และคลอดก่อนกำหนดได้

แหล่งที่พบ สังกะสีมากตามธรรมชาติได้แก่ อาหารทะเล หอยนางรม เนื้อสัตว์ ตับ ไข่ จมูกข้าวสาลี ถั่วลิสง เมล็ดฝักทอง เมล็ดแตงโม ช็อกโกแลต บริเวอร์ยีสต์ ฯลฯ คุณแม่ควรรับ สังกะสีวันละ 15 มิลลิกรัม

สารอาหารทั้ง 9 ชนิดสำคัญต่อการเจริญเติบโตของทารกในครรภ์อย่างมาก คุณแม่ตั้งครรภ์ควรรับสารอาหารทั้งหมดอย่างเหมาะสม เพื่อเสริมสร้างและพัฒนาการของลูกน้อยในครรภ์อย่างสมบูรณ์มากที่สุด

 

==========

ติดตามความรู้ดี ๆ  และสาระดี ๆ เพิ่มเติมสำหรับแม่ตั้งครรภ์และลูกน้อย ได้ที่  www.konthong.com หรือ ร่วมพูดคุยแลกเปลี่ยนกันได้ที่ https://www.facebook.com/teamkonthong/