จริงหรือ…เด็กแรกเกิดถึง 6 เดือน ไม่จำเป็นต้องดื่มน้ำ ??  การเลี้ยงเด็กแรกเกิดนั้น เรียกได้ว่าเป็นปัญหาสำหรับพ่อแม่มือใหม่พอสมควร เพราะไม่รู้ว่าจะต้องเรียกอย่างไรให้ถูกวิธี หรือควรเอาอะไรให้เขาทานบ้าง ทั้งที่จริงแล้ว สามารถเลี้ยงเด็กแรกเกิดได้ด้วย “นมแม่” เพียงอย่างเดียวเท่านั้น ไม่ต้องให้อย่างอื่นเพิ่มเติมเลย แม้กระทั่งน้ำ มาดูกันว่าทำไมถึงเป็นเช่นนั้น

จริงหรือ…เด็กแรกเกิดถึง 6 เดือน ไม่จำเป็นต้องดื่มน้ำ

ความสำคัญของนมแม่ต่อเด็กแรกเกิด

มีการยืนยันจากองค์การอนามัยโลก (WHO) ร่วมกับยูนิเซฟ (Unicef) ว่า การเลี้ยงเด็กแรกเกิด ตั้งแต่วันแรกที่ลืมตาดูโลกจนอายุ 6 เดือนนั้น ไม่จำเป็นต้องให้เด็กแรกเกิดกินน้ำตามหลักจากกินนมแม่เสร็จแต่อย่างใด เพราะนมแม่มีสารอาหารที่มีประโยชน์ และมีส่วนประกอบที่เป็นน้ำเพียงพออยู่แล้ว ช่วยลดอัตราการเกิดโรคต่าง ๆ อันเป็นเหตุให้เกิดการเสียชีวิตของเด็ก แม้กระทั่งคราบนมที่ติดปากเด็กนั้น ก็ยังมีประโยชน์ เพราะช่วยป้องกันเชื้อโรคต่าง ๆ เข้าสู่ร่างกายได้ การให้ลูกกินน้ำตามเข้าไปจะเข้าไปเจือจางนมแม่ และล้างคราบนมนี้ออกไปด้วย ซึ่งไม่ทำให้เกิดผลดีต่อเด็กแรกเกิดเลย

รู้ได้อย่างไรว่าเด็กแรกเกิดได้รับน้ำอย่างเพียงพอจากนมแม่

เป็นคำถามที่ต่อเนื่องกันมาจากข้อที่แล้ว ว่าจะรู้ได้อย่างไรว่าลูกได้รับน้ำเพียงพอ ดูได้จากการขับถ่ายของลูก หากเป็นปัสสาวะจะต้องอยู่ที่ 5 ครั้งขึ้นไปในแต่ละวัน ส่วนอุจจาระอยู่ที่ 1-2 ครั้งต่อวัน และสิ่งที่สามารถเห็นได้ชัดเจนอีกอย่าง ก็คือน้ำหนักตัวของเด็กแรกเกิดที่เพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ ซึ่งทั้งหมดนี้มีความหมายว่าลูกได้รับน้ำในแต่ละวันเพียงพอนั่นเอง แต่ถ้าหากโดนบังคับจากผู้ใหญ่ที่บ้านว่าต้องให้ลูกน้อยได้ทานน้ำจริง ๆ ก็ให้ปริมาณน้ำเท่ากับนมแม่ในครั้ง ๆ หนึ่ง คือ 3-5 ออนซ์เท่านั้นก็เพียงพอ

ควรให้เริ่มทานน้ำได้ตั้งแต่เมื่อไร ?

การทานน้ำที่เหมาะสมของเด็กแรกเกิดนั้น ควรจะเป็นระยะเวลาภายหลัง 6 เดือนขึ้นไป หรือเมื่อเริ่มทานอาหารเสริมแล้ว ซึ่งระยะ 1-6 เดือนแรก ควรให้นมแม่อย่างเดียวไม่ต้องผสมอะไรเลย ยกเว้นแต่เมื่อใดก็ตามที่เด็กได้รับนมผง จึงจำเป็นที่จะต้องดื่มน้ำตามทุกครั้ง เพื่อล้างคราบสกปรกจากนมออก แต่ต้องไม่เป็นปริมาณที่มากจนเกินไป และกรณีที่เด็กเป็นไข้ ไม่สบายตัวเท่านั้น ที่อาจจะร้องขอน้ำมากกว่าปกติ การเตรียมน้ำให้เด็กแรกเกิด ควรเป็นน้ำต้มสุกที่ปล่อยทิ้งไว้จนเย็นเท่านั้น และต้องต้มขวดนมให้เรียบร้อย เพื่อป้องกันไม่ให้เด็กเกิดภาวะท้องร่วง

ความเชื่อผิด ๆ เกี่ยวกับการให้น้ำในเด็กแรกเกิด

Sponsored

และนี่คือความเชื่อที่ได้รับการถ่ายทอดมา ซึ่งเป็นความเชื่อที่ผิด ๆ เกี่ยวกับเรื่องนี้ และอาจส่งผลเสียต่อเด็กแรกเกิดได้

  • ถ้าไม่ฝึกให้เด็กได้ดื่มน้ำตั้งแต่เล็ก ๆ โตมาเด็กจะไม่ชอบดื่มน้ำ และจะทำให้ผิวพรรณดูหมองคล้ำ ไม่กระจ่างใสอมชมพูเท่าที่ควร
  • เพราะน้ำเป็นปัจจัยสำคัญที่ขาดไม่ได้ในมนุษย์ เด็กแรกเกิดก็เป็นมนุษย์ เพราะฉะนั้นก็ต้องได้รับน้ำนอกจากนมแม่เพียงอย่างเดียวด้วย
  • อากาศร้อน ๆ ยิ่งต้องให้เด็กดื่มน้ำดับกระหาย และช่วยให้ระบบต่าง ๆ ในร่างกายเย็นขึ้น สบายตัวมากยิ่งขึ้น
  • หากไม่ต้องการให้ลูกติดแม่จนเกินไป จนไม่สามารถขยับตัวไปทำอย่างอื่นได้ ก็ควรให้น้ำทดแทนนมแม่ในแต่ละวัน
  • ปัญหาการท้องผูกในเด็กแรกเกิด เป็นปัญหาธรรมดาที่พ่อแม่ทุกคนก็ต้องเจอ จึงทำให้เกิดความเชื่อขึ้นมาว่า หากทานน้ำจะช่วยให้เกิดการระบายที่ดีได้

ผลเสียที่เกิดจากการให้น้ำเด็กแรกเกิดที่อายุไม่ถึง 6 เดือน

  • เรื่องของความสะอาด ที่ต้องดูแลเป็นพิเศษ เด็กในวัยนี้ไม่สามารถกินน้ำธรรมดา หรือน้ำกรองแบบทั่ว ๆ ไปได้ ขวดนม ขวดน้ำก็ต้องต้มทำความสะอาดอย่างดีก่อนทุกครั้ง มิเช่นนั้นอาจเกิดปัญหาท้องเสียอย่างรุนแรงตามมา
  • มีหลายครอบครัวที่แอบใส่กลูโคส หรือแอบเจือจางน้ำผึ้งลงไปในน้ำต้มสุก เพื่อให้มีรสชาติหวานอร่อย และทำให้เด็กสามารถดูดกินได้บ่อย ๆ ผลที่ได้คือจะทำให้เด็กเป็นโรคอ้วน มีอาการฟันผุตั้งแต่ยังเด็ก และอาจติดเชื้อต่าง ๆ จากสปอร์ของน้ำผึ้งได้ เพราะการสร้างน้ำผึ้งของผึ้งนั้น เกิดจากการรวบรวมเกสรดอกไม้หลาย ๆ ชนิด ที่อาจมีทั้งสารพิษและสิ่งสกปรก จนเป็นอันตรายต่อเด็กแรกเกิดได้นั่นเอง

จะเห็นได้ว่าเด็กแรกเกิดไม่จำเป็นต้องดื่มน้ำ เพราะในน้ำนมแม่มีน้ำและสารอาหารที่เพียงพอต่อความต้องการของลูกอยู่แล้ว ซึ่งพบว่าเด็กทารกสามารถอยู่ได้โดยไม่ต้องดื่มน้ำไปจนถึง 6 เดือนเลยทีเดียว แค่ดื่มนมแม่อย่างสม่ำเสมอเป็นประจำทุกวันเท่านั้น

ขอบคุณภาพจาก : howgetpregnantfasttips

==========

ติดตามความรู้ดี ๆ  และสาระดี ๆ เพิ่มเติมสำหรับแม่ตั้งครรภ์และลูกน้อย ได้ที่  www.konthong.com หรือ ร่วมพูดคุยแลกเปลี่ยนกันได้ที่ https://www.facebook.com/teamkonthong/