เรื่องสำคัญสำหรับการมีสุขภาพครรภ์ที่ดี และปลอดภัย การได้รับ วัคซีนจำเป็นสำหรับการตั้งครรภ์ ครบตามที่กำหนด ย่อมเป็นเรื่องที่ดี ที่แม่ท้องทุกคนควรให้ความสำคัญอย่างยิ่ง
วัคซีนจำเป็นสำหรับการตั้งครรภ์ เรื่อสำคัญที่แม่ท้องต้องใส่ใจ
วัคซีนจำเป็นก่อนการตั้งครรภ์
วัคซีนที่ควรได้รับก่อนการตั้งครรภ์มีความจำเป็น ในการป้องกันโรคไม่ให้เกิดขึ้นในระหว่างการตั้งครรภ์ เพราะถ้ามีการติดเชื้อโรคเหล่านี้ขณะตั้งครรภ์ มีโอกาสเกิดภาวะแทรกซ้อนต่อมารดาและลูกน้อยในครรภ์ได้สูง ดังนั้นหญิงที่วางแผนจะแต่งงานหรือมีบุตร ควรรับการตรวจร่างกายดูความพร้อมในด้านต่างๆ รวมถึงการตรวจภูมิคุ้มกันของโรคที่สำคัญ

โดยวัคซีนที่ควรฉีดในหญิงก่อนการตั้งครรภ์ มีดังนี้

1.วัคซีนป้องกัน โรคหัดเยอรมัน (Rubella) เพราะแม่ได้รับเชื้อหัดเยอรมันระหว่างการตั้งครรภ์ โดยเฉพาะใน 3 เดือนแรก ซึ่งเป็นช่วงที่ลูกกำลังสร้างอวัยวะต่าง ๆ มีโอกาสเกิดความพิการของอวัยวะต่างๆ ได้สูงถึงร้อยละ 85 เช่น เกิดโรคหัวใจพิการแต่กำเนิด โรคต้อกระจก และความผิดปกติของระบบประสาท  เป็นต้น ดังนั้นจึงควรฉีดวัคซีนตัวนี้ก่อนการตั้งครรภ์ และต้องไม่ลืมว่าควรเว้นการตั้งครรภ์ไว้ 1 เดือนหลังการฉีดวัคซีนชนิดนี้
2.วัคซีนป้องกันโรคอีสุกอีใส Chicken pox (varicella) การติดเชื้อในหญิงตั้งครรภ์ ทำให้เกิดภาวะแทรกซ้อนที่รุนแรงต่อตัวแม่ได้ เช่น ภาวะปอดบวม จนอาจทำให้เสียชีวิตได้ ส่วนผลต่อทารกในครรภ์ ถ้ามีการติดเชื้อขณะตั้งครรภ์ โดยเฉพาะในไตรมาสแรก อาจทำให้ทารกเกิดความพิการก่อนกำเนิดได้ เช่น ความผิดปกติของตา แขนขาลีบเล็ก  เป็นต้น และควรเว้นการตั้งครรภ์ในช่วง 1 เดือน หลังได้รับวัคซีนเข็มสุดท้าย  ส่วนในรายที่ให้ประวัติเป็นโรคมาก่อน มักมีภูมิต้านทานอยู่แล้ว จึงไม่จำเป็นต้องได้รับวัคซีน แต่ถ้าหากจำไม่ได้หรือไม่เคยมีประวัติเคยเป็นมาก่อน ควรตรวจภูมิคุ้มกันโรคอีสุกอีใสก่อนฉีดวัคซีน
3.วัคซีนป้องกันโรคตับอักเสบชนิด บี โดยเฉพาะกลุ่มบุคคลที่ทำงานเกี่ยวกับสุขภาพ โดยอาจต้องสัมผัสกับสารคัดหลั่งต่างๆ เช่น เลือด หรือน้ำลาย เสมหะ หรือ มีคนในครอบครัวที่มีการติดเชื้อ หรือเป็นพาหะของตับอักเสบ (Chronic Carrier) โดยการฉีดวัคซีนชนิดนี้ ฉีดทั้งหมด 3 เข็ม ครบภายใน 6 เดือน โดยฉีดเข็มแรก และเข็มที่ 2 ห่างกัน 1 เดือน เข็มที่ 3 ห่างจากเข็มแรก  6 เดือน และวัคซีนชนิดนี้มีปลอดภัยแม้กระทั่งอยู่ในระหว่างการตั้งครรภ์
วัคซีนที่ควรได้ระหว่างการตั้งครรภ์
เพื่อป้องกันโรคที่มักพบระหว่างการตั้งครรภ์  เช่น บาดทะยัก ไข้หวัดใหญ่ หรือแม้กระทั่งโดนสุนัขหรือแมวกัด การให้วัคซีนป้องกันพิษสุนัขบ้า ก็สามารถให้ได้ตามปกติ
1.วัคซีนป้องกันโรคบาดทะยัก (Tetanus Toxoid: TT)  นั่นเพราะหากมีการติดเชื้อจะเกิดอันตรายต่อระบบประสาทส่วนกลาง เกิดการเกร็งตัวของกล้ามเนื้อ และชัก กระทั่งเสียชีวิตได้ กระทรวงสาธารณะสุขจึงยังคงบรรจุวัคซีนบาดทะยักให้เป็นวัคซีนที่แนะนำให้ฉีดขณะตั้งครรภ์
2.วัคซีนป้องการไข้หวัดใหญ่  เป็นวัคซีนที่ควรฉีดขณะตั้งครรภ์ โดยเฉพาะช่วงที่มีการระบาดของเชื้อไข้หวัดใหญ่ คือประมาณเดือนช่วงเดือนพฤศจิกายนถึงมีนาคม เนื่องจากการติดเชื้อไข้หวัดใหญ่ในหญิงตั้งครรภ์ ซึ่งมีระดับภูมิคุ้มกันของร่างกายที่ต่ำลง ทำให้เกิดภาวะแทรกซ้อนได้มากกว่า และรุนแรงกว่าคนปกติ เช่น ภาวะปอดบวม และบางรายรุนแรงถึงขั้นเสียชีวิตได้ จึงเป็นกลุ่มที่มีความเสี่ยงสูงที่องค์การอนามัยโลก (WHO) แนะนำให้รับการฉีดวัคซีน ทั้งนี้ วัคซีนชนิดนี้ถือเป็นวัคซีนที่มีความปลอดภัยสามารถให้ได้ตลอดทุกอายุครรภ์
วัคซีนที่ไม่ควรได้ขณะตั้งครรภ์
วัคซีนที่ทำจากเชื้อเป็นทุกชนิด (Live vaccines)  รวมถึง HPV วัคซีน (human papilloma virus vaccine) หรือวัคซีนป้องกันมะเร็งปากมดลูก ถึงแม้ว่าวัคซีนชนิดนี้จะไม่ใช่วัคซีนเชื้อเป็น แต่เนื่องจากเป็นวัคซีนที่ยังใหม่อยู่ ยังขาดข้อมูลเรื่องความปลอดภัยจากการใช้ในขณะตั้งครรภ์ ว่าจะมีผลต่อทารกในครรภ์หรือไม่ จึงควรหลีกเลี่ยงการใช้ขณะตั้งครรภ์ไว้ก่อน และแนะนำว่าให้ฉีดก่อนการตั้งครรภ์
วัคซีนที่ควรได้ในช่วงหลังคลอด
 โดยมากเพื่อเก็บตกวัคซีนบางตัวที่อาจจะยังได้รับไม่ครบ เช่น บาดทะยัก เข็มที่ 3 หรือ วัคซีน คอตีบ ไอกรน บาดทะยัก (Tdap)  และวัคซีนอื่นๆ ที่เลื่อนฉีดมาจากช่วงตั้งครรภ์ เช่น ตับอักเสบบี มะเร็งปากมดลูก หรือแม้กระทั่ง วัคซีนป้องกันโรค หัด คางทูม หัดเยอรมัน และอีสุกอีใส ในรายที่ไม่เคยได้รับมาก่อน เพื่อป้องกันในการตั้งครรภ์ครั้งต่อไป
ทั้งนี้ในเรื่องของการมีเจ้าตัวน้อย หากคุณพ่อคุณแม่คิดแล้วว่าต้องการมี ควรปรึกษาแพทย์เพื่อจะได้รับคำแนะนำที่ถูกต้อง ปลอดภัย และช่วยให้เรามั่นใจยิ่งขึ้นค่ะ   
========================
ติดตามความรู้ดี ๆ  และสาระดี ๆ เพิ่มเติมสำหรับแม่ตั้งครรภ์และลูกน้อย ได้ที่  www.konthong.com หรือ ร่วมพูดคุยแลกเปลี่ยนกันได้ที่ https://www.facebook.com/teamkonthong/
Sponsored