โรคอะไรนะ? รับรองได้ว่าใครที่ได้ยินชื่อนี้ต้องถามซ้ำอีกครั้ง เพราะชื่อเรียกที่ไม่เคยได้ยินมาก่อน แถมเป็นโรคที่อาจเกิดกับลูกน้อยได้ด้วย วันนี้เราจึงมีคำตอบมาฝากกัน เพื่อคุณแม่จะได้เข้าใจโรคและเฝ้าระวังอย่างถูกต้องนั่นเอง

โรคโมยาโมยา คือโรคอะไร

โรคโมยาโมยา คือ โรคที่เกิดจากการอุดตันของหลอดเลือด ซึ่งมีหน้าที่สำคัญในการลำเลียงเลือดไปเลี้ยงสมอง เมื่อเกิดการตีบตันทำให้เลือดไปเลี้ยงสมองไม่เพียงพอ ส่งผลให้เกิดกลุ่มหลอดเลือดใหม่ขึ้น โดยเมื่อทำการสแกนสมองแล้วจะพบว่ามีลักษณะคล้ายกลุ่มควันบุหรี่กระจายอยู่ภายในเนื้อสมอง และเป็นโรคที่พบมากในคนเอเชียโดยเฉพาะชาวญี่ปุ่น จึงได้ชื่อว่า Moyamoya ตามภาษาญี่ปุ่นที่แปลว่าควันบุหรี่นั่นเอง

อาการของโรคโมยาโมยา

อาการเริ่มแรกที่สามารถสังเกตเห็นได้ คืออาการแขนขาอ่อนแรง คล้ายกับอาการของสมองที่ขาดเลือดโดยเฉียบพลัน โดยอาการที่แสดงอาจเกิดขึ้นเป็นพักๆ แล้วดีขึ้น แต่ถ้าสมองขาดเลือดอย่างรุนแรงจนเกิดภาวะสมองตาย อาจส่งผลทำให้เกิดอัมพฤกษ์ครึ่งซีกแบบถาวร ความจำลดลง พูดไม่ชัดได้ รู้สึกปวดศีรษะอย่างรุนแรง จนชักได้ ส่วนในเด็กเล็กนั้นอาจสังเกตถึงพฤติกรรมที่เปลี่ยนแปลงไป เช่น ซึมลง ร้องกวนผิดปกติ ไม่ดูดนมและไม่เล่น เป็นต้น

สาเหตุของโรคโมยาโมยา

ในปัจจุบันยังไม่สามารถระบุได้ถึงสาเหตุการเกิดโรคว่าเกิดจากสาเหตุอะไร แต่เชื่อว่าเกิดขึ้นจากหลายปัจจัย เช่น การติดเชื้อและพันธุกรรม นอกจากนี้ผู้ป่วยบางโรคก็มีโอกาสเสี่ยงที่จะเป็นโรคโมยาโมยาได้มากกว่ากลุ่มอื่น เนื่องจากบางโรคนั้นก่อให้เกิดการไหลเวียนของเลือดอย่างผิดปกติ ทำให้เส้นเลือดอุดตันในสมองได้ง่าย เช่น ผู้ป่วยโรคดาวน์ซินโดรม ผู้ป่วยที่เป็น SLE โรคท้าวแสนปม โรคธาลัสซีเมีย โรคไทรอยด์เป็นพิษ โรคหัวใจพิการแต่กำเนิด หรือผู้ป่วยที่เคยได้รับการฉายแสงทางสมองมาก่อน นอกจากนี้ยังพบว่าในประเทศญี่ปุ่นนั้น มีผู้ป่วยมากที่สุดโดยสามารถพบได้ใน 1 ต่อ 200,000 ราย ในขณะที่ประเทศทางยุโรปนั้นพบได้น้อยมากเพียง 1 ในล้านราย จึงทำให้ยังไม่ทราบสาเหตุการเกิดโรคที่แน่ชัด

อันตรายของโรคโมยาโมยา

อาการที่แสดงออกระหว่างเด็กและผู้ใหญ่จะมีความแตกต่างกันไป โดยถ้าปล่อยไว้ไม่ทำการรักษา อาจส่งผลให้พิการทางสมองได้ และถ้ามีเลือดออกในสมอง อาจส่งผลถึงชีวิต โดยผู้ป่วยเด็กมีโอกาสเสียชีวิตประมาณ 4.3% ส่วนผู้ป่วยที่เป็นผู้ใหญ่มีโอกาสเสียชีวตมากถึง 10% ทั้งนี้ทั้งนั้นก็ขึ้นอยู่กับ ความรุนแรงของเลือดที่ออกในสมอง รวมทั้งอาการแทรกซ้อนต่างๆ ด้วย ซึ่งการดูแลและสังเกตอาการต่างๆ อย่างใกล้ชิดจะทำให้สามารถช่วยชีวิตของผู้ป่วยได้

วิธีการตรวจวินิจฉัย

เมื่อมีอาการที่บ่งบอกว่าสมองขาดเลือด ควรรีบพาลูกมาพบแพทย์ ซึ่งแพทย์จะสอบถามประวัติอาการต่างๆ ที่เกิดขึ้น ร่วมกับการตรวจร่างกาย โดยขั้นต้นนั้น จะทำการเอ็กซเรย์สมอง ดูความผิดปกติของเส้นเลือด ดูว่าสมองขาดเลือดไหม จนกระทั่งถึงการฉีดสี ซึ่งสามารถทำให้พบหลอดเลือดที่เกิดขึ้นใต้สมองซึ่งมีลักษณะคล้ายกับควันบุหรี่ แล้วค่อยให้การรักษาต่อไป

วิธีการรักษา โรคโมยาโมยา

การรักษาผู้ป่วยโรคโมยาโมยานั้น สามารถแบ่งได้ดังต่อไปนี้

1.ทานยา

เมื่อแพทย์ทำการตรวจด้วยเครื่อง MRI แล้วพบว่าอาการไม่รุนแรง ซึ่งสามารถกลับมาเป็นปกติได้ แพทย์จะจ่ายยาเพื่อทำการรักษา เช่นยากลุ่มแอสไพริน ยาป้องกันการแข็งตัวของเลือด ซึ่งช่วยไม่ให้เกิดภาวะลิ่มเลือดอุดตันในหลอดเลือดได้ แต่การทานยาอาจให้ผลดีในระดับหนึ่ง โดยเมื่อเด็กโตขึ้นก็มีโอกาสที่เส้นเลือดจะตีบมากขึ้น จึงจำเป็นต้องใช้วิธีผ่าตัดช่วยในการรักษาต่อไป

2.ผ่าตัด

Sponsored

ถ้าแพทย์พบว่าผู้ป่วยมีอาการป่วยเกิดขึ้นบ่อยครั้ง แพทย์จะพิจารณาทำการผ่าตัดสมอง เพื่อเพิ่มเส้นเลือดไปเลี้ยงสมองแทนเส้นที่ตีบ หรือทำการบายพาสเส้นที่ตีบให้ขยายขึ้น เพื่อให้เลือดไปเลี้ยงสมองได้มากขึ้น โดยการผ่าตัดในเด็กนั้นอาจมีความเสี่ยงมากกว่าเนื่องจากเส้นเลือดมีขนาดเล็ก รวมทั้งสภาพความพร้อมของร่างกายในการผ่าตัด ดังนั้นจึงจำเป็นที่ต้องใช้ผู้เชี่ยวชาญในการผ่าตัดเฉพาะทาง แต่ในขณะเดียวกัน ผลการรักษาด้วยวิธีการผ่าตัดในเด็กนั้นกลับส่งผลดีกว่าผู้ใหญ่ ซึ่งก็ขึ้นอยู่กับอาการและร่างกายของผู้ป่วยด้วย

ส่วนการดูแลหลังการผ่าตัดนั้น แพทย์จะจ่ายยาละลายลิ่มเลือดหรือยาป้องกันการแข็งตัวของเลือด ดังนั้นผู้ป่วยจำเป็นต้องทานยาอย่างเคร่งครัด รวมทั้งดูแลสุขภาพของตนเอง ไม่ให้เกิดการติดเชื้อ ควรออกกำลังกาย ทานอาหารที่มีประโยชน์ นอนพักผ่อนให้เพียงพอด้วย ระมัดระวังการหกล้มหรือการกระแทกศีรษะ และควรไปพบแพทย์ตามนัด นอกจากนี้ถ้าอาการป่วยแย่ลงควรรีบไปพบแพทย์ทันที

3.ทำกายภาพบำบัด

ผู้ป่วยบางรายอาจต้องเข้ารับการทำกายภาพบำบัดเพื่อฟื้นฟูร่างกายให้กลับมาเป็นปกติดังเดิม ซึ่งจำเป็นต้องใช้เวลาการทำระยะหนึ่งหรือตลอดการเจ็บป่วย

โรคที่ทำอันตรายถึงกับชีวิต โมยาโมยา รู้แบบนี้แล้วคุณพ่อคุณแม่ควรหมั่นสังเกตอาการผิดปกติที่อาจเกิดขึ้นกับลูกได้ ทั้งอาการชาครึ่งซีก เคลื่อนไหวลำบาก ปวดหัวรุนแรง ซึ่งอาการเหล่านี้ถือเป็นความผิดปกติทางสมอง ดังนั้นจึงควรนำลูกไปพบแพทย์เพื่อตรวจและวินิจฉัยหาสาเหตุแห่งความเจ็บป่วยนี้ เพื่อรักษาชีวิตของลูกไว้ได้อย่างทันท่วงที

= = = = = = = = = = = =

ติดตามความรู้ดี ๆ  และสาระดี ๆ เพิ่มเติม สำหรับแม่ตั้งครรภ์ และลูกน้อย ได้ที่ www.konthong.com หรือ ร่วมพูดคุยแลกเปลี่ยนกัน ได้ที่
https://www.facebook.com/teamkonthong/

We promise to provide the knowledge and know-how for new mom. More and more solutions about how can you grow up your baby. Feel free to contact us if any problems have occurred or have any questions you would like to know. Don’t forget to follow and keep in touch with us on Facebook

https://www.facebook.com/teamkonthong/

บทความน่ารู้ เพิ่มเติม คลิกเลย …..

1.รวม ชื่อเกาหลี สุดฮิต ตั้งชื่ออะไรดีให้โดนใจลูกน้อย

2.วิธีตั้งชื่อลูก กับ 7 เรื่อง ที่พ่อแม่ต้องรู้และเข้าใจ