แพ้ท้อง…เป็นเรื่องธรรมชาติ โดย นพ.อานนท์ เรืองอุตมานันท์  การเป็นแม่สักครั้งหนึ่งในชีวิต ก็คงไม่ง่ายเหมือนกันหมดทุกคน การตั้งครรภ์ในแต่ละคนก็อาจจะไม่เหมือนกันเลย บางคนก็ท้องง่าย บางคนก็ท้องยาก บางคนก็ท้องตั้งแต่ต้นจนจบไม่มีปัญหาอะไรเลย แต่บางคนก็ท้องไปมีปัญหาไปตลอดการตั้งครรภ์
แพ้ท้อง
เรื่องแรกๆที่จะเป็นปัญหากับคุณแม่ แล้วก็เป็นปัญหาหนักซะด้วย เป็นบททดสอบการเป็นแม่ที่ค่อนข้างหนัก ทดสอบความอดทนของการเป็นแม่  ผ่านตรงนี้ไปได้เหมือนขึ้นสวรรค์ทั้งเป็นเลยทีเดียว
หมอคลอดลูกทุกคนก็ต้องเจอกับคนไข้ที่แพ้ท้องหนักบ้างเบาบ้างกันแทบทุกวัน บางคนเจอกันตอนท้องยังอ่อนอยู่ ..ตอนแรกก็สวยใสหน้าแบบดาราเกาหลีเลย แต่ผ่านไปสองอาทิตย์กลับมาอีกทีก็แพ้ท้องหนัก คราวนี้แทบจะดูไม่รู้เลยว่าเป็นคนเดียวกับเมื่อสองอาทิตย์ก่อน เพราะมันจะดูโรยมาก หน้าตอบ ปากแห้ง ตาโบ๋ ผมเผ้ากระเซอะกระเซิง ถือถุงพลาสติคบ้วนน้ำลายยืดตลอด หมดกัน ไม่มีมาดสาวสวยคนเดิมเลย
ทำไมต้องแพ้ท้อง…?
ทำไมคนเราถึงต้องแพ้ท้องด้วยนะ? หมาแมวเป็ดไก่ที่บ้านก็ไม่เคยเห็นมันจะต้องแพ้ท้องเลย? …แพ้ท้องแทบตาย ไปถามคุณหมอว่าทำไมต้องแพ้ท้องด้วย..หมอก็เหลือบตามองเพดานแล้วก็บอกว่า นั่นน่ะสิ! หมอยังไม่รู้เลย …สาเหตุของการแพ้ท้อง ถึงทุกวันนี้ก็ยังไม่มีใครทราบแน่นอนว่าเกิดจากอะไร  บางตำราก็ว่าเป็นเพราะปฏิกิริยาของร่างกายต่อฮอร์โมนที่รกและเด็กสร้างขึ้น ยิ่งเด็กแข็งแรงมากก็ยิ่งสร้างฮอร์โมนออกมามาก..ก็ยิ่งแพ้มาก แต่ถ้าเด็กไม่ค่อยแข็งแรง ไม่เป็นตัว เป็นท้องลม มีภาวะเสี่ยงต่อการแท้ง ฮอร์โมนก็จะน้อย ก็เลยไม่ค่อยแพ้ เลยพอสรุปได้ว่า  “คนที่แพ้ท้องจะไม่ค่อยแท้ง ส่วนคนที่แท้งมักจะไม่แพ้ท้อง”   ดีอย่างก็เสียอย่างนะครับ
พอท้องแล้วก็ไม่ใช่ว่าจะต้องแพ้ท้องทุกคนนะครับ.. คุณแม่ประมาณครึ่งนึงเท่านั้นที่จะมีอาการแพ้ท้อง บางคนก็แพ้มาก บางคนก็แพ้น้อย คนที่แพ้น้อยๆ อาจมีแค่เหม็นอาหารนิดๆหน่อยๆ วิงเวียนคลื่นไส้เล็กน้อยพอเป็นพิธี แต่ไม่ถึงกับอาเจียน   ส่วนคนที่แพ้มาก ก็จะอาเจียนตลอด เช้า สาย บ่าย ค่ำ กินอะไรนิดก็อาเจียน ได้กลิ่นอะไรนิดนึงก็อาเจียน บางทีแทบต้องนอนกอดชักโครก โงหัวขึ้นมาทีไรต้องอาเจียนทุกที ในรายที่อาการหนักขนาดนี้ ก็คงต้องเอาไปให้น้ำเกลือที่โรงพยาบาลแล้วล่ะครับ
คุณแม่บางคนก็มีอาการเหม็นน้ำลายตัวเอง กลืนน้ำลายตัวเองไม่ได้เลย ไปไหนก็ต้องถือถุงพลาสติกเอาไว้ตลอด ต้องบ้วนน้ำลายอยู่ตลอดเวลา  คุณแม่ส่วนใหญ่ก็จะมีอาการอ่อนเพลีย ไม่มีแรง ขี้เกียจ อยากนอนทั้งวัน ไม่รู้พลังงาน เรี่ยวแรงมันหายไปไหนหมด พอได้นั่งก็ไม่อยากจะลุกไปไหน  พอได้นอนก็แทบเอาช้างมาฉุดกว่าจะลุกไปไหนได้ เหมือนมีไข้ต่ำๆรุ่มตอนเย็นๆ ปากแห้ง น้ำลายขม กินอะไรก็ไม่อร่อย ต่อให้หาพ่อครัวฝีมือดี แบบรสชาดไม่มีเพี้ยน กินยังไงมันก็ไม่อร่อย ไม่ถูกปากเหมือนเดิม ..ส่วนอารมณ์ก็แปรปรวน หงุดหงิดง่าย แถมยังขี้งอน ขี้น้อยใจ มากกว่าปกติอีกด้วย
อาการแพ้ท้องนี่ก็ไม่ได้เกิดขึ้นทันทีทันใดที่รู้ว่าตั้งครรภ์นะครับ  แรกๆก็จะปล่อยให้ดีใจไปพลางๆก่อน จะมาเริ่มแพ้เมื่อประจำเดือนขาดหายไปประมาณ 2 สัปดาห์ หรือถ้านับแบบหมอ คือเริ่มนับเมื่อประจำเดือนมาวันแรก ก็จะเริ่มแพ้เมื่ออายุครรภ์ 6 สัปดาห์ แล้วแพ้หนักขึ้นเรื่อยๆ ไปหนักสุดในช่วงสัปดาห์ที่ 9 หลังจากนั้นจะเริ่มดีวันดีคืนจนหายแพ้ท้องตอนอายุครรภ์ 14 สัปดาห์  ถ้าคุณแม่คนไหนโชคดี ก็อาจมีแถม มีอาการแพ้ท้องนิดๆ แพ้ท้องหน่อยๆ ไปจนตลอดการตั้งครรภ์ แบบที่เรียกว่า แพ้ยันคลอดนั่นเองครับ… นั่น  แพ้ซะให้เข็ด
เวลาเจอคุณแม่ที่ตั้งครรภ์อ่อนๆ บางทีก็ดูออกเลยนะครับว่าคนไหนจะแพ้ท้องเยอะคนไหนจะแพ้น้อย คุณแม่ตัวบางร่างน้อย เงียบๆหงิมๆ ขี้ออดอ้อน คุณแม่กลุ่มนี้ก็มักมีอาการแพ้ท้องมากกว่าคุณแม่ตัวบึกๆ ตัวใหญ่ๆ แบบสาวห้าว คุณแม่กลุ่มแรกพอท้องก็มักจะต้องการการดูแลเอาใจใส่มากกว่าปกติ เมื่อตั้งครรภ์ความรู้สึกลึกๆ ข้างในจะสร้างอาการแพ้ท้องขึ้นมา เพื่อบอกคนรอบๆ ข้างให้รู้ว่า “ฉันท้องแล้วนะ ต้องดูแลประคบประหงมฉันมากๆ นะ” อาการแพ้ท้องจะยังคงเป็นอยู่ต่อไปจนหน้าท้องขยายโตขึ้น ตอนอายุครรภ์ 12 สัปดาห์ เริ่มมีการเปลี่ยนแปลงของร่างกายชัดเจนขึ้น ทำให้คุณแม่มีความรู้สึกว่ามีสิ่งทดแทนแล้ว ไม่ต้องอาศัยการแพ้ท้องเพื่อเป็นการแสดงให้คนอื่นๆ รับรู้ว่า “ฉันกำลังท้อง” อีกต่อไป
มีคนเคยบอกเอาไว้ว่า แพ้ท้อง เป็นเรื่องของร่างกายครึ่งนึง  อีกครึ่งนึงเป็นเรื่องของใจ ว่าแล้วก็ต้องให้กำลังใจตัวเองหน่อย  …สู้..สู้..นะคุณแม่
แพ้ท้อง..รักษาได้ด้วยกาลเวลา!!
คนไข้ถาม ทำยังไงถึงจะหาแพ้ท้องซะที…??
รักษาแพ้ท้อง ก็เหมือนรักษาอาการอกหัก คือ รักษาด้วยกำลังใจและกาลเวลา (คนไม่เคยอกหัก..ก็คงไม่เข้าใจ!)  เมื่อแพ้ท้อง ไม่ว่าจะทำยังไง กินยาอะไร มันก็ยังแพ้ท้องอยู่ดี ได้แต่รอวันเวลาผ่านไป อาการแพ้ท้องก็จะดีขึ้นตามกาลเวลา แล้วก็จะหายไปเองตอนอายุครรภ์ 14 สัปดาห์ ยิ่งในสัปดาห์ที่ 16-18 เมื่อเริ่มรู้สึกว่าลูกดิ้น อาการแพ้ท้องก็ยิ่งหายสนิท มันเป็นความรู้สึกที่คุณแม่จับต้องได้ถึงชีวิตอีกชีวิตหนึ่งภายในครรภ์ของคุณแม่เอง ความรู้สึกนี้จะช่วยย้ำให้จิตใต้สำนึกของคุณแม่ยอมรับถึงการเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้น ช่วงนี้อาการแพ้ท้องจะหายเป็นปลิดทิ้งเลยทีเดียว ..แล้วก็จะตามมาด้วยช่วงของการกินล้างแค้น!
อย่างไรก็ตาม ถึงแม้ว่าอาการแพ้ท้องมีส่วนเกี่ยวข้องกับภาวะจิตใจค่อนข้างมาก แต่มันก็เป็นอาการที่เกิดขึ้นจริงๆ ไม่ได้เป็นการเสแสร้งเพื่อเรียกร้องความสนใจ เป็นอาการที่ไม่สามารถควบคุมได้ ดังนั้น สิ่งที่สำคัญที่สุดก็คือ คุณพ่อและคนรอบข้างต้องเข้าใจ เห็นอกเห็นใจ คอยช่วยเหลือให้กำลังใจ อาการแพ้ท้องก็จะดีวันดีคืน แต่หากคุณพ่อไม่เข้าใจในสิ่งที่เกิดขึ้น รู้สึกรำคาญ หรือหมดความอดทน แถมยังไม่ให้กำลังใจอีกด้วย ทั้งๆ ที่เป็นตัวต้นเหตุที่ทำให้คุณแม่ต้องตั้งครรภ์ ก็ยิ่งจะทำให้ภาวะจิตใจของคุณแม่แย่ลง อาการแพ้ท้องก็อาจเป็นมากขึ้นกว่าเดิมก็ได้
อาการแพ้ท้องมักจะเป็นหนักในคุณแม่ท้องแรก และมักจะน้อยลงในท้องต่อๆไป คนที่ไม่แพ้ท้องเลยในท้องนี้ ท้องหน้าก็อาจจะแพ้หรือไม่แพ้ก็ได้ คุณแม่บางคนในท้องแรกอาจแพ้ ท้องสองไม่แพ้ ท้องสามไม่แพ้ ท้องที่สี่แพ้ เอาแน่เอานอนไม่ได้ ทั้งนี้ก็ขึ้นอยู่กับสุขภาพของแม่ สุขภาพของลูกในครรภ์ และสภาวะจิตใจของคุณแม่ คุณแม่ที่อายุน้อยๆ ก็มักมีอาการมากกว่าคุณแม่ที่มีอายุมาก คุณแม่ที่ทำงานสบายๆ ทำงานนั่งโตะ อยู่ห้องแอร์เย็นสบาย  ครู แอร์โฮสเตส มักจะมีอาการแพ้ท้องมากกว่าคุณแม่ที่ทำงานหนัก …คุณแม่ที่ค้าขาย ทำงานตากแดด ตากฝน ตัวล่ำบึ้กทนทานพวกนี้ก็นึกภาพไม่ออกหรอกครับว่าแพ้ท้องเป็นยังไง
เท่าที่เคยเจอมาคุณแม่ที่เป็นหมอนี่แหละที่แพ้หนักที่สุด …..สงสัยจะทำงานสบายไป!

 

นพ.อานนท์ เรืองอุตมานนท์

 

ติดตามต่อต่อไป  เมนูพิเศษสำหรับคนแพ้ท้อง

 

========================

Sponsored

ติดตามความรู้ดี ๆ  และสาระดี ๆ เพิ่มเติมสำหรับแม่ตั้งครรภ์และลูกน้อย ได้ที่  www.konthong.com หรือ ร่วมพูดคุยแลกเปลี่ยนกันได้ที่ https://www.facebook.com/teamkonthong/