สาเหตุของการแท้ง … เป็นเรื่องที่น่าเศร้าใจ และน่าเห็นใจเป็นอย่างยิ่ง สำหรับครอบครัวที่พึ่งจะมีบุตร แล้วพบว่ามีการแท้งบุตรในเวลาต่อมา ซึ่งก็เป็นเรื่องที่ยากจะทำใจอยู่เช่นกัน แต่ก็อยากให้เข้าใจว่าสาเหตุของการแท้งบุตรนั้นไม่ได้มาจากความผิดพลาดจากการใช้ชีวิตหรืออุบัติเหตุเพียงอย่างเดียว

สาเหตุของการแท้ง

อาจจะมีสาเหตุการแท้งมาจากธรรมชาติก็เป็นได้ ซึ่งถ้าหากมีการรักษาตัวให้ดีและมีความแข็งแรงสมบูรณ์ ก็ยังมีโอกาสที่จะกลับมาท้องได้อีก ซึ่งเราก็ได้รวบรวมสาเหตุของการแท้งที่พบมากที่สุดทั่วโลก มาให้ทำความเข้าใจกัน

สาเหตุของการแท้ง ที่พบบ่อยที่สุด

การแท้งลูก คืออะไร

ขออธิบายก่อนว่า การแท้งลูกนั้นตามภาษาทางการแพทย์ก็คือการยุติการตั้งครรภ์ก่อนที่จะถึงเวลาที่ครรภ์ครบกำหนด ซึ่งก็อาจจะทำให้ชิ้นส่วนของเด็กบางชิ้นหลุดออกมาทางช่องคลอด โดยทั้งนี้ก็อาจเกิดจากปัญหาได้หลายปัจจัย ไม่ว่าจะเป็นตัวคุณแม่เอง ปัญหาธรรมชาติ เช่นรกเกาะตัวผิดที่หรือแม้กระทั่งปัญหาอุบัติเหตุก็สามารถแท้งได้ และเมื่อพบว่ามีความผิดปกติในเรื่องนี้อย่างเช่น เลือดออกหรือชิ้นเนื้อของเด็กหลุดออกมา ก็ควรรีบไปพบแพทย์โดยเร็ว เพื่อทำการหาสาเหตุของการแท้ง และการดูแลป้องกันเพื่อการมีบุตรใหม่ต่อไป

สาเหตุของการแท้งลูกที่พบได้บ่อยที่สุด

1.ปัญหาความผิดปกติของโครโมโซม

ปัญหาในเรื่องของโครโมโซมนี้ เป็นสาเหตุของการแท้งที่เกิดได้มากถึงร้อยละ 60 ของหญิงที่ตั้งครรภ์ทั่วโลก อันเนื่องมากจากโครโมโซมไม่สามารถเรียงตัวต่อกันได้จึงทำให้เกิดภาวะแท้งบุตรตามมา ในเรื่องของโครโมโซมนี้หากเรียงตัวไม่ถูกต้องแล้วยังไม่มีอาการแท้ง ก็อาจเป็นสาเหตุให้เกิดความผิดปกติในเด็กได้ เช่น ดาวน์ซินโดรม เอ็ดเวิร์ดซินโดรม คริดูชาต์ซินโดรม เป็นต้น หากพบว่ามีอาการแท้งบุตรติดต่อกัน 2 ครั้ง ก็อาจจะต้องทำการวินิจฉัยดูว่า โครโมโซมมีการป้องกันตัวเองไม่ให้เกิดการตั้งครรภ์หรือไม่

2.ความผิดปกติของมดลูก และปากมดลูก

เรื่องของมดลูกก็มีความสำคัญ และเป็นอีกสาเหตุของการแท้งลูกที่สามารถพบได้บ่อยไม่น้อยไปกว่าเรื่องของโครโมโซม ถ้าหากคุณแม่มีปัญหาเกี่ยวกับมดลูกที่มีความผิดปกติ ก็จะทำให้ตัวอ่อนไม่สามารถฝังตัวได้อย่างสมบูรณ์ จึงเป็นเหตุให้มีการหลุดออกมา หรือที่เรียกว่าแท้งนั่นเอง

มีกรณีผู้หญิงบางคนมีปากมดลูกที่ผิดปกติ แต่ไม่เกิดการแท้งบุตรในช่วงต้น มาเกิดเอาช่วงก่อนจะถึงครบอายุครรภ์ จึงเป็นเหตุให้เกิดการคลอดก่อนกำหนด ซึ่งอาจเป็นอันตรายต่อทารกได้

3.การติดเชื้อต่าง ๆ

สาเหตุของการแท้งบุตร ที่พบได้ไม่น้อยอีกเช่นกัน ก็คือเรื่องของการติดเชื้อแบคทีเรีย โดยเฉพาะโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ในเพศหญิง มีโอกาสที่จะทำให้เกิดภาวะแท้งบุตรได้ เนื่องจากเชื้อบางชนิด จะทำให้เยื่อบุโพรงมดลูกจนตัวอ่อนไม่สามารถเจริญเติบโตได้ เพราะฉะนั้นจึงควรป้องกันในเรื่องนี้ให้ดี และควรทำการรักษาตั้งแต่เนิ่น ๆ เมื่อพบอาการผิดปกติเกี่ยวกับระบบสืบพันธุ์

Sponsored

4.โรคประจำตัวบางชนิด

โรคประจำตัวบางชนิด ก็เป็นสาเหตุของการแท้งลูกได้ โดยเฉพาะโรคเบาหวานและโรคไทรอยด์เป็นพิษ หากไม่ได้มีการรักษาอย่างถูกต้อง หรืออยู่ในความดูแลอย่างใกล้ชิดของแพทย์ ก็จะส่งผลต่อฮอร์โมนต่าง ๆ และมดลูก จนทำให้ตัวอ่อนไม่สามารถฝังตัวได้ตามปกติ

5.การสูบบุหรี่ เครื่องดื่มแอลกอฮอล์ และยาเสพติดทุกชนิด

ประเด็นนี้ เป็นสาเหตุของการแท้งที่เกิดขึ้นจากพฤติกรรมการใช้ชีวิต หากในขณะที่มีการตั้งครรภ์แล้วมีการสูบบุหรี่ หรือมีการดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์เกินวันละ 2 แก้ว ก็มีโอกาสที่จะทำให้เกิดการแท้งบุตรได้ ยิ่งถ้าหากมีการใช้ยาเสพติด ก็จะทำให้มีโอกาสสูงมากขึ้นเป็นเท่าตัว เคยมีกรณีของหญิงสาวที่มีการตั้งครรภ์แล้วทำงานประจำอยู่ตามห้องปฏิบัติการ ซึ่งมีโอกาสในการได้รับแอลกอฮอล์และสารเคมีต่าง ๆ ตลอดวันจนเป็นเหตุให้มีการแท้ง และคลอดก่อนกำหนดมาแล้วหลายราย

หากเคยแท้งไปแล้ว จะมีโอกาสแท้งได้อีกหรือไม่ ?

สามารถเกิดขึ้นได้อีก หากยังไม่ได้มีการรักษาตามสาเหตุของการแท้งอย่างถูกต้อง เมื่อพบว่าตัวเองมีการแท้งบุตร ก็ควรทำการพักรักษาตัวให้หายดีก่อน และควรรอให้มีประจำเดือนอย่างน้อย 1 ครั้ง ก่อนที่จะมีการวางแผนตั้งครรภ์ใหม่ พร้อมกันนี้ควรปรึกษาแพทย์อย่างสม่ำเสมอ และควรไปฝากครรภ์ทันทีเมื่อพบว่าตัวเองตั้งท้อง เพื่อที่จะได้มีการวินิจฉัยหากเกิดความผิดปกติขึ้นโดยเร็วที่สุด อย่ากังวลไปเองว่า เคยแท้งแล้ว กลัวว่าจะแท้งอีกจนไม่กล้ามีบุตร เพราะมีหญิงสาวจำนวนมากที่แท้งในครั้งแรก และสามารถมีลูกได้ตามปกติในครั้งต่อ ๆ ไป

เมื่อรู้แบบนี้แล้วสำหรับคนที่กำลังตั้งครรภ์ ก็ควรดูแลตัวเองให้มากขึ้น เพื่อลดโอกาสการแท้งให้มากที่สุด รวมถึงควรรีบฝากครรภ์ทันที เพราะแพทย์จะได้ตรวจวินิจฉัยความเสี่ยงและวางแผนป้องกันได้ตั้งแต่เนิ่นๆ นั่นเอง

ขอขอบคุณที่มา :  wholeparent , oknation.nationtv

ขอบคุณรูปภาพ : huffingtonpost

==========

ติดตามความรู้ดี ๆ  และสาระดี ๆ เพิ่มเติมสำหรับแม่ตั้งครรภ์และลูกน้อย ได้ที่  www.konthong.com หรือ ร่วมพูดคุยแลกเปลี่ยนกันได้ที่ https://www.facebook.com/teamkonthong/