ขวดนมและจุกนมเป็นอุปกรณ์สำคัญในการเลี้ยงลูกที่ต้องใช้เป็นประจำ ซึ่งแน่นอนว่ามีอายุการใช้งานที่แตกต่างกัน จึงจำเป็นที่ต้องคอยเปลี่ยนอยู่เสมอ แต่ต้องเปลี่ยนเมื่อไหร่นั้น วันนี้เรามีคำตอบมาฝากกัน รวมทั้งอันตรายที่อาจเกิดขึ้นเมื่อใช้ขวดนมและจุกนมที่หมดอายุแล้ว โดยมีข้อมูลดังนี้

อายุการใช้งานของขวดนม

เนื่องจากขวดนมถูกผลิตขึ้นมาจากวัสดุที่แตกต่างกัน ซึ่งปัจจุบันขวดนมส่วนใหญ่มักจะถูกผลิตขึ้นจากพลาสติก ที่มาในรูปแบบขวดนมสีขาวใส ขวดนมสีขาวขุ่น ขวดนมสีชาหรือสีน้ำผึ้ง จึงมีความคงทนต่อการใช้งานที่แตกต่างกัน นอกจากนี้อายุการใช้งานของขวดนมยังขึ้นอยู่กับสภาพการใช้งานอีกด้วย ซึ่งถ้าขวดนมนั้นถูกหยิบขึ้นมาใช้บ่อยๆ ย่อมมีผลทำให้เสื่อมสภาพได้เร็วขึ้นนั่นเอง

ควรเปลี่ยนขวดนมเด็ก เมื่อไหร่

สำหรับคำตอบว่าเมื่อไหร่ที่ควรเปลี่ยนขวดนมนั้น ถ้าดูจากสภาพการใช้งานแล้วพบว่าขวดนมมีการเปลี่ยนแปลง เช่น เกิดรอยร้าว รอยรั่ว หรือรอยขีดข่วนมาก สีขวดขุ่นลง มีกลิ่นเหม็น ก็แสดงว่าถึงเวลาต้องเปลี่ยนขวดนมใหม่แล้ว ส่วนวัสดุที่นำมาผลิตเป็นขวดนมนั้นก็มีอายุการใช้งานที่แตกต่างกันไปดังนี้

1.ขวดนมที่ผลิตจากวัสดุ Polypropylene (PP)

ขวดนมประเภทนี้จะมีสีออกขาวขุ่น ซึ่งสามารถทนกับอุณหภูมิตั้งแต่ -20 – 110 ˚C และมีอายุการใช้งานประมาณ 6 เดือน แต่ถ้ามีการใช้งานบ่อยจนตัวเลขข้างขวดจาง หรือมีรอยขีดข่วน ก็ควรเปลี่ยนก่อน รวมทั้งถ้ามีการนำขวดนมไปต้มหรือนึ่งเพื่อฆ่าเชื้ออยู่บ่อยๆ อายุการใช้งานก็ไม่ควรเกิน 3 เดือน

2.ขวดนมที่ผลิตจากวัสดุ Polyethersulfone (PES)

ขวดนมประเภทนี้จะมีสีน้ำผึ้ง หรือสีชา ซึ่งสามารถทนกับอุณหภูมิตั้งแต่ -50 – 180 ˚C ดังนั้นจึงมีอายุการใช้งานนานกว่าประเภทแรก คือ ประมาณ 6 เดือน ถึง 1 ปี แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นก็ขึ้นอยู่กับการใช้งานและความถี่ในการต้มขวดนมเพื่อฆ่าเชื้อด้วยเช่นกัน

3.ขวดนมที่ผลิตจากวัสดุ polyphenylsulfone (PPSU)

ขวดนมสีน้ำตาลอ่อน หรือขวดนมสีชา สามารถทนอุณหภูมิได้ที่ -50 – 180 ˚C และมีอายุการใช้งานที่ 8 เดือน ถึง 2 ปี แต่ถ้าขวดนมชำรุดก่อนหรือมีรอยขีดข่วนมาก ก็ควรเปลี่ยนเร็วกว่านั้น

4.ขวดนมแก้ว

ขวดนมแก้วนั้นมีข้อดีตรงที่ไม่ก่อให้เกิดอันตรายจากการได้รับสาร BPA ในพลาสติก จึงสามารถใช้งานได้นานจนกระทั่งขวดนมนั้นจะแตกชำรุดเสียหายไป แต่ก็มีข้อเสียตรงที่ ขวดนมแก้วนั้นมีราคาแพง มีน้ำหนักมาก และแตกง่าย จึงไม่ค่อยเป็นที่นิยมใช้นัก

อายุการใช้งานของจุกนม

โดยปกติแล้วจุกนมมักจะถูกเปลี่ยนบ่อยกว่าขวดนม เนื่องจากต้องเปลี่ยนไปตามช่วงวัยของลูก รวมทั้งสภาพการใช้งาน นอกจากนี้วัสดุที่ใช้ผลิตจุกนมที่แตกต่างกัน ก็ย่อมส่งผลให้อายุการใช้งานต่างกันด้วย เฉกเช่นเดียวกับขวดนม

ควรเปลี่ยนจุกนมเด็ก เมื่อไหร่

เมื่อสภาพของจุกนมแปรเปลี่ยนไป เช่น จุกเริ่มบวม ยางเริ่มนิ่ม สีจุกนมซีดจางลง ก็บ่งบอกได้ว่าถึงเวลาต้องเปลี่ยนจุกนมแล้ว นอกจากนี้จุกนมประเภทต่างๆ ก็ยังมีอายุการใช้งานแตกต่างกัน ดังนี้

1.จุกนมยาง

จุกนมยางนั้นสามารถทนความร้อนได้ถึง 100 ˚C และมีอายุการใช้งานโดยปกติที่ 3 เดือน ดังนั้นจึงควรเปลี่ยนจุกนมยางทุก 2-3 เดือน หรืออาจเร็วกว่านั้นตามสภาพการใช้งาน

2.จุกนมซิลิโคน

Sponsored

จุกนมซิลิโคนสามารถทนความร้อนได้ถึง 120 ˚C และมีอายุการใช้งานถึง 6 เดือน ซึ่งคงทนกว่าจุกนมยาง แต่อาจต้องเปลี่ยนเร็วขึ้นตามวัยของลูก

อันตรายจากการใช้ขวดนม จุกนม ที่หมดอายุ

ถ้ายังใช้ขวดนมและจุกนมที่หมดอายุอยู่ อาจก่อให้เกิดผลร้ายต่อลูกได้ดังนี้

1.สำลักนม

เมื่อจุกนมเสื่อมสภาพ จากปกติที่เด็กต้องอาศัยแรงดูดเพื่อให้นมค่อยๆ ไหลออกมา อาจเปลี่ยนเป็นนมไหลออกมามากจนเกินไป ทำให้เด็กกินนมไม่ทัน และเกิดสำลักนมขึ้นได้ ซึ่งอาจก่อให้เกิดอันตรายถึงกับชีวิตโดยเฉพาะในเด็กเล็ก

2.รับสารพิษจากพลาสติกที่เสื่อมสภาพ

การใช้ความร้อนเพื่อต้มและนึ่งจุกนมและขวดนมบ่อยๆ ย่อมทำให้พลาสติกเสื่อมสภาพลง ดังนั้นถ้ายังขืนใช้ขวดนมและจุกนมที่หมดอายุ จะยิ่งทำให้เด็กมีโอกาสที่จะได้รับสารพวกโพลีเมอร์ หรือฟอร์มัลดีไฮด์ที่ปนเปื้อนออกมาจากพลาสติกที่เสื่อมสภาพมากขึ้น

3.อันตรายจากเศษพลาสติกหรือยางพลาสติก

เมื่อขวดนมแตกหรือจุกนมขาด ควรที่จะทิ้งทันที เพราะถ้านำไปใส่นมให้ลูกดูด อาจทำให้เด็กกลืนเศษพลาสติกเข้าไป จนไปอุดกั้นหลอดลม ส่งผลต่อระบบหายใจ และทำอันตรายถึงชีวิตได้

4.แหล่งสะสมแบคทีเรีย

ขวดนมที่เสื่อมสภาพ เช่น มีรอยรั่ว แตกร้าว หรือมีกลิ่นเหม็นนั้น อาจมีเชื้อแบคทีเรียหลบซ่อนอยู่ จึงไม่ควรนำมาให้ลูกใช้อีก เพราะเชื้อแบคทีเรียอาจส่งผลให้ลูกท้องเสีย หรือเจ็บป่วยด้วยโรคต่างๆ ได้

สิ่งหนึ่งที่คุณแม่ไม่ควรละเลยเมื่อหาซื้อขวดนมและจุกนมคือการดูวันหมดอายุของผลิตภัณฑ์ ซึ่งมีความสำคัญต่อการใช้งาน และถึงแม้ว่าจะมีการระบุอายุการใช้งานว่านานกว่านั้น ก็อาจจำเป็นที่ต้องเปลี่ยนก่อนถ้าพบว่าขวดนมและจุกนมนั้นเสื่อมสภาพลงก่อนกำหนด เพราะสิ่งสำคัญคือต้องคำนึงถึงสุขภาพของลูกเป็นหลัก

= = = = = = = = = = = =

ติดตามความรู้ดี ๆ  และสาระดี ๆ เพิ่มเติม สำหรับแม่ตั้งครรภ์ และลูกน้อย ได้ที่ www.konthong.com หรือ ร่วมพูดคุยแลกเปลี่ยนกัน ได้ที่
https://www.facebook.com/teamkonthong/

We promise to provide the knowledge and know-how for new mom. More and more solutions about how can you grow up your baby. Feel free to contact us if any problems have occurred or have any questions you would like to know. Don’t forget to follow and keep in touch with us on Facebook

https://www.facebook.com/teamkonthong/

บทความน่ารู้ เพิ่มเติม คลิกเลย …..

1.ตั้งครรภ์น้ำหนักลด ในช่วงไตรมาสแรก ผิดปกติหรือไม่

2.รีวิว 7 แอพคนท้อง ที่คุณแม่ควรมี เพื่อการตั้งครรภ์คุณภาพ