เยื่อหุ้มสมองอักเสบ โรคนี้คงไม่มีใครอยากได้ยินว่ามีการเจ็บป่วยเกิดขึ้นกับบุตรหลานหรือบุคคลในครอบครัวเป็นแน่แท้ ถึงแม้ว่าปัจจุบันนี้ จะมีการค้นคิดผลิตวัคซีนออกมาได้แล้วก็ตาม หากแต่เมื่อเกิดเจ็บป่วยจากโรคเยื่อหุ้มสมองอักเสบแล้ว มักจะส่งผลเสียหายต่อสมองโดยตรงจนเป็นอันตรายต่อชีวิต โดยเฉพาะเมื่อเกิดขึ้นกับเด็กเล็ก ซึ่งจะมีอันตรายมาก เรามาดูกันดีกว่าว่าโรคนี้มีสาเหตุมาจากอะไร และมีวิธีป้องกันหรือไม่

เยื่อหุ้มสมองอักเสบในเด็ก เกิดจากอะไร

โรคเยื่อหุ้มสมองอักเสบ มีสาเหตุมาจากการติดเชื้อในระบบประสาทส่วนกลาง ซึ่งอาจจะมีเชื้อโรคหลายตัวที่สามารถจะติดต่อเข้าสู่สมองได้ การดูแลความสะอาดเป็นสิ่งสำคัญพื้นฐานที่คุณพ่อคุณแม่ควรตระหนักในการเลี้ยงดูลูกน้อย เพื่อหลีกเลี่ยงการติดเชื้อ ที่อาจมาจากเชื้อแบคทีเรีย เชื้อไวรัส เชื้อรา ปรสิต และเชื้อพยาธิต่าง ๆ จนเข้าสู่ร่างกาย ที่อาจจะติดเชื้อบริเวณสมองและไขสันหลัง จนเป็นสาเหตุที่ทำให้เกิดภาวะเยื่อหุ้มสมองอักเสบได้ โดยมีเชื้อโรคที่อันตรายจากน้อยไปหามากดังนี้

  1. การติดเชื้อไวรัส ถึงแม้จะทำให้เกิดการอักเสบของเยื่อหุ้มสมองได้น้อยกว่าเชื้อชนิดอื่นๆ แต่โอกาสที่ทำให้เกิดการอักเสบที่เยื่อหุ้มสมองก็พบได้บ่อยเหมือนกัน เช่น ไวรัสจากโรคหวัด ไวรัสจากโรคอีสุกอีใส ไวรัสโรคเริม และไวรัสโรคคางทูม
  2. การติดเชื้อแบคทีเรีย เป็นเชื้อที่อันตรายรุนแรงที่สุดจนถึงขั้นเสียชีวิตได้ ซึ่งผู้ป่วยสามารถรับเชื้อจากการแพร่กระจายของละอองเสมหะ น้ำลาย จากการไอหรือจามของผู้ป่วยที่เป็นพาหะ เมื่อเด็กได้รับเชื้อโรค เชื้อจะเข้าสู่ระบบทางเดินหายใจส่วนบน และขึ้นสู่สมองทันที ซึ่งเชื้อโรคที่ทำให้เกิดอาการรุนแรงเหล่านี้ได้แก่
  • เชื้อแบคทีเรียที่ทำให้เกิดโรคไข้กาฬหลังแอ่น
  • เชื้อสเต็บโตคอกคัส ซึ่งจะทำให้ปอดมีการอักเสบติดเชื้อ
  • ส่วนเชื้อแบคทีเรียชนิดอื่นที่ควรระวัง เพราะอาจเป็นสาเหตุให้เกิดเยื่อหุ้มสมองอักเสบได้เช่นกันคือ เชื้ออีโคไล และเชื้อวัณโรค

3. สาเหตุจากเชื้อรา ถึงแม้ว่าจะพบได้น้อย แต่ก็มีความอันตรายได้เช่นกัน โดยเฉพาะผู้ที่มีเชื้อ HIVในร่างกาย

อาการของโรคเยื่อหุ้มสมองอักเสบ

อาการที่ติดเชื้อในระยะแรกมักจะมีอาการคล้ายกับอาการของไข้หวัดใหญ่ ซึ่งจะแสดงอาการชัดขึ้นหลังจากเป็นมา 2-3 วัน โดย

1.อาการที่เกิดในเด็กเล็กวัยแรกเกิด – 1 ปีมีดังนี้

- ร้องไห้โยเยตลอดเวลา

- มีไข้สูง ตัวแข็ง คอแข็ง

- นอนหลับมาก เมื่อตื่นมาจะไม่ค่อยเล่น หงุดหงิดง่าย

- เคลื่อนไหวร่างกายน้อยลง และเซื่องซึม

- กระหม่อมนูนขึ้น

- ดื่มนมได้น้อย

2.อาการที่เกิดในเด็กวัย 2  ขวบขึ้นไปมีดังนี้

- สับสนไม่มีสมาธิ ซึม

- ไข้สูงเฉียบพลัน และอาจชักได้

- ปวดศีรษะรุนแรงผิดปกติ

Sponsored

- มีอาการคลื่นไส้อาเจียน

- ง่วงนอน หรือนอนแล้วตื่นยาก

- แขนขาอ่อนแรง

- ผิวหนังเป็นผื่นซึ่งจะเกิดขึ้นในรายที่ติดเชื้อเยื่อหุ้มสมองอักเสบจากเชื้อไข้กาฬหลังแอ่น

คุณพ่อคุณแม่ต้องหมั่นสังเกตอาการของลูกเพราะการดำเนินของโรคในเด็กเล็กจะเป็นไปได้เร็วมาก ประกอบกับเด็กเล็กยังพูดไม่ได้จึงทำให้ไม่สามารถบอกอาการได้ หากไม่ดูแลใกล้ชิดอาจจะทำให้ลูกป่วยจนยากที่จะรักษาได้ทัน หากไม่เสียชีวิตก็อาจทำให้สมองถูกทำลายจนพิการได้

วิธีการรักษาเยื่อหุ้มสมองอักเสบ

วิธีการรักษาแพทย์ก็จะตรวจวินิจฉัยดูถึงสาเหตุของเชื้อที่ติดมา หากเป็นเชื้อแบคทีเรีย ซึ่งมีความรุนแรงมากและเป็นอันตรายต่อผู้ป่วย โดยแพทย์จะทำการรักษาทันที ด้วยการให้ยาปฏิชีวนะเข้าทางเส้นเลือดดำ ซึ่งก็ขึ้นอยู่กับชนิดของเชื้อแบคทีเรียที่ผู้ป่วยติดด้วยว่าควรจะให้ยาชนิดไหนที่ตรงกับเชื้อโรค

สำหรับผู้ติดเชื้อที่เกิดจากเชื้อไวรัส อาการก็จะบรรเทาไปได้เองภายใน 14 วัน และไม่ส่งผลเสียหายต่อร่างกายโดยแพทย์จะให้ผู้ป่วยรักษาตนเองด้วยการนอนพักผ่อนให้เพียงพอ ดื่มน้ำมาก ๆ ร่วมกับให้กินยาลดไข้หากมีอาการปวดศีรษะ ซึ่งแพทย์จะให้ยาคอร์ติโคสเตียรอยด์ลดอาการบวมในสมอง รวมถึงให้ยาต้านชักเพื่อใช้ควบคุมในกรณีที่ผู้ป่วยมีอาการชักรวมถึงยาต้านไวรัส ซึ่งหากเป็นการติดเชื้อที่เกิดจากเชื้อไวรัสส่วนผู้ป่วยที่ติดเชื้อชนิดอื่น ๆ ก็สามารถรักษาตามอาการโดยใช้ยาฆ่าเชื้อชนิดนั้นไป

วิธีการป้องกันลูกน้อยจากโรคนี้

การป้องกันโรคเยื่อหุ้มสมองอักเสบในเด็ก ทำได้โดย

  1. การฉีดวัคซีนป้องกันโรคติดเชื้อฮิบ(Haemophilus Influenzae Type B) เป็นวัคซีนป้องกันเชื้อโรคชนิดที่ทำให้เกิดเยื่อหุ้มสมองอักเสบ ปอดบวม ปอดอักเสบ หูชั้นกลางอักเสบ และข้ออักเสบ
  2. ฉีดวัคซีนไอพีดี พลัส ซึ่งช่วยป้องกันโรคเยื่อหุ้มสมองอักเสบที่เกิดจากเชื้อนิวโมคอคคัส
  3. ให้ลูกดื่มนมแม่ให้นานที่สุดอย่างน้อย 6 เดือนเพื่อให้ลูกมีภูมิต้านทานโรคได้ดี
  4. เด็กอายุมากกว่า 6 เดือนควรให้อาหารเสริม โดยเฉพาะเด็กเล็กควรจะได้รับอาหารครบ 5 หมู่ และดื่มน้ำอย่างเพียงพอ
  5. หมั่นดูแลรักษาความสะอาดทั้งภายในบ้านและเครื่องใช้ของเด็ก รวมถึงคอยล้างมือให้ลูกบ่อย ๆ หากเป็นเด็กโตต้องสอนให้รู้จักการดูแลความสะอาดส่วนบุคคลเพื่อรักษาตนเองให้สะอาดอยู่เสมอ
  6. ต้องปิดปากและจมูกเพื่อป้องกันการได้รับเชื้อ
  7. หลีกเลี่ยงพาลูกไปในที่ชุมชน

โรคเยื่อหุ้มสมองอักเสบในเด็ก จัดเป็นโรคที่อันตรายมากอีกชนิดหนึ่ง ที่คุณพ่อคุณแม่ควรใส่ใจในการดูแลบุตรหลานให้มีความปลอดภัยห่างไกลจากโรค ด้วยการปฏิบัติตามคำแนะนำข้างต้นก็จะช่วยลดความเสี่ยงของการเกิดโรคได้ และสิ่งสำคัญก็คือควรฝึกให้ลูกมีวินัยในการรักษาความสะอาดตั้งแต่เล็ก เริ่มต้นด้วยการล้างมือบ่อย ๆ การรู้จักป้องกันตัวเองด้วยการสวมหน้ากากอนามัยเมื่อต้องออกนอกบ้าน ก็จะป้องกันโรคติดต่อชนิดต่าง ๆ ได้อีกด้วย

= = = = = = = = = = = =

ติดตามความรู้ดี ๆ  และสาระดี ๆ เพิ่มเติม สำหรับแม่ตั้งครรภ์ และลูกน้อย ได้ที่ www.konthong.com หรือ ร่วมพูดคุยแลกเปลี่ยนกัน ได้ที่
https://www.facebook.com/teamkonthong/

We promise to provide the knowledge and know-how for new mom. More and more solutions about how can you grow up your baby. Feel free to contact us if any problems have occurred or have any questions you would like to know. Don’t forget to follow and keep in touch with us on Facebook

https://www.facebook.com/teamkonthong/

บทความน่ารู้ เพิ่มเติม คลิกเลย …..

1.6 คุณประโยชน์ของนมแพะ มาดูสิว่ามีอะไรบ้าง

2.ก่อนให้ลูกดื่มนมแพะ มาทำความรู้จักกับ สายพันธุ์แพะกันก่อน