คนท้องมักมีอาการปวดเมื่อยตัวอยู่บ่อยๆ ยิ่งท้องโต ก็ยิ่งปวด ทั้งปวดแขน ปวดขา หรือปวดหลัง ทำให้อยากหาคนมานวดผ่อนคลายให้ แต่ก็เป็นที่กังวลว่า คนท้องนวดได้ไหม ไม่รู้ว่าจะปลอดภัยหรือเปล่า ดังนั้นวันนี้เราจะมาไขข้อสงสัยเกี่ยวกับเรื่องนี้กัน

ไขข้อข้องใจ คนท้องนวดได้ไหม

อาการปวดเมื่อยกับคนท้องมักเป็นของคู่กัน เนื่องจากฮอร์โมนที่เปลี่ยนแปลง อีกทั้งรูปร่างที่เปลี่ยนไป ประกอบกับน้ำหนักที่เพิ่มขึ้นเมื่อร่างกายต้องแบกรับน้ำหนักทุกวัน จึงทำให้เกิดการปวดเมื่อยตามส่วนต่างๆ ได้ ซึ่งคนท้องสามารถนวดได้หรือไม่นั้นก็ต้องตอบเลยว่านวดได้ แต่ต้องนวดกับผู้ที่มีความรู้และเชี่ยวชาญการนวดคนท้องโดยเฉพาะ เพราะหากนวดผิดจุดเพียงนิดเดียว ก็อาจอันตรายถึงขั้นเสียชีวิตได้ทั้งแม่และลูกในครรภ์เลยทีเดียว

ข้อควรรู้ ก่อนคิดจะไปนวด

เพื่อการนวดอย่างปลอดภัย คุณแม่จะต้องรู้และเข้าใจกับข้อควรรู้เหล่านี้ก่อน

1.อายุครรภ์ที่เหมาะกับการนวด

ช่วงที่เหมาะสำหรับการนวด คือช่วงอายุครรภ์ที่ 4-6 เดือน นอกจากนี้คุณแม่ควรมีร่างกายที่แข็งแรงไม่มีโรคประจำตัว ส่วนอายุครรภ์อื่นๆ ควรงดเว้นการนวดโดยเฉพาะในช่วง 3 เดือนแรกของการตั้งครรภ์ ส่วนในไตรมาสสุดท้ายควรปรึกษาแพทย์ก่อนทำการนวด

2.หลีกเลี่ยงการนวดที่ท้อง และการนวดที่รุนแรง

การนวดสำหรับคนท้องนั้น มีจุดที่ควรหลีกเลี่ยง เช่น บริเวณหน้าท้อง เพราะอาจทำให้เสี่ยงต่อการแท้งลูกได้ นอกจากนี้การนวดที่รุนแรง อย่างการนวดกดจุดสะท้อนในบริเวณต่างๆ เช่น การนวดเท้า ซึ่งเป็นจุดรวมเส้นประสาทที่สำคัญของร่างกายก็ถือเป็นบริเวณต้องห้ามสำหรับคนท้อง เพราะอาจทำให้กระทบการตั้งครรภ์หรือแท้งบุตรได้เช่นกัน

3.เลือกนวดน้ำมัน

การนวดโดยใช้น้ำมันหอมระเหยที่เหมาะสำหรับคนท้อง นอกจากจะช่วยให้คุณแม่รู้สึกผ่อนคลายกล้ามเนื้อแล้ว กลิ่นของน้ำมันหอมระเหยยังช่วยบำบัดอาการเครียดที่อาจเกิดจากความเมื่อยล้าของร่างกาย ทำให้คุณแม่อารมณ์ดีขึ้น ซึ่งแน่นอนว่าย่อมส่งผลดีต่อทารกในครรภ์อีกด้วย

4.เลือกสถานพยาบาลที่ปลอดภัย

เพื่อความปลอดภัยสำหรับคุณแม่ที่ตั้งครรภ์ทั้งหลาย คุณแม่ควรเลือกร้านนวดที่ได้มาตรฐาน เช่น มีใบอนุญาตประกอบวิชาชีพ สะอาด มีผู้เชี่ยวชาญในการนวด หรือเป็นร้านที่มีบริการนวดสำหรับคนท้องโดยเฉพาะ เป็นต้น

5.ห้ามนวดในคนท้องที่มีโรคประจำตัว

คนท้องที่มีภาวะแทรกซ้อนของโรคลิ่มเลือดอุดตัน ไม่ควรเข้ารับการนวด เพราะการนวดอาจทำให้เกิดลิ่มเลือดอุดตันอย่างเฉียบพลัน จนทำให้เสียชีวิตได้ ซึ่งถ้าคุณแม่มีอาการปวดเมื่อย ควรปรึกษาแพทย์จะดีกว่า

วิธีลดอาการปวดเมื่อยสำหรับคนท้อง

นอกจากการนวดแล้ว ยังมีวิธีอื่นๆ เพื่อช่วยบรรเทาอาการปวดเมื่อยสำหรับคนท้องได้อีกด้วย ซึ่งได้แก่

1.ออกกำลังกาย

การออกกำลังกายเบาๆ อย่างการเล่นโยคะ ก็สามารถช่วยให้คุณแม่หายปวดเมื่อยได้ แถมยังทำให้ร่างกายคุณแม่และลูกในครรภ์แข็งแรงอีกด้วย

Sponsored

2.ใช้เข็มขัดพยุงครรภ์

คุณแม่อาจหาตัวช่วยอย่างเข็ดขัดมาช่วยพยุงครรภ์ เพื่อช่วยลดอาการปวดหลังที่ต้องแบกรับน้ำหนักตัวที่เพิ่มขึ้นในระยะนี้ ซึ่งจะช่วยลดอาการปวดเมื่อยได้ดีเช่นกัน

3.ใส่รองเท้าที่เหมาะสม

รองเท้าส้นสูง มักทำให้เกิดอาการปวดหลัง ดังนั้นเมื่อเริ่มตั้งครรภ์คุณแม่ควรเลือกรองเท้าที่สวมใส่สบาย ส้นไม่เตี้ยหรือสูงจนเกินไป หรือเลือกใส่รองเท้าสำหรับคนท้องโดยเฉพาะก็จะช่วยลดอาการปวดต่างๆ ได้

4.ปรับวางท่าให้ถูก

เมื่อน้ำหนักเพิ่มขึ้น คุณแม่มักจะเดินแอ่นตัวไปด้านหลังโดยไม่รู้ตัว ซึ่งเป็นสาเหตุทำให้ปวดหลัง ดังนั้นไม่ว่าจะนั่งหรือเดินคุณแม่ควรตั้งตัวให้ตรงอยู่เสมอ

5.แช่น้ำอุ่น

การแช่เท้าในน้ำอุ่นที่ผสมเกลือลงไปเล็กน้อย สัก 30 นาทีก็สามารถผ่อนคลายอาการปวดเมื่อยที่เท้าได้เช่นกัน ดังนั้นลองแช่เท้าในน้ำอุ่นกันดู

6.เตียงนอนไม่นุ่มไม่แข็ง

การนอนบนที่นอนที่นุ่ม หรือแข็งจนเกินไป อาจทำให้คุณแม่ปวดเมื่อยตัวหลังตื่นนอนได้ ดังนั้นควรเลือกที่นอนที่นุ่มพอดี ซึ่งจะช่วยให้คุณแม่หลับสนิทสบายตลอดคืน

การนวดที่ปลอดภัยสำหรับคนท้องควรเป็นการนวดเบาๆ ตามแขนขา เพื่อให้กล้ามเนื้อได้ผ่อนคลาย โดยผู้เชี่ยวชาญที่ผ่านการอบรมมา และที่สำคัญคุณแม่ควรมีสุขภาพที่แข็งแรง หรือถ้ามีอาการผิดปกติใดๆ หลังการนวดควรรีบไปพบแพทย์ในทันที

= = = = = = = = = = = =

ติดตามความรู้ดี ๆ  และสาระดี ๆ เพิ่มเติม สำหรับแม่ตั้งครรภ์ และลูกน้อย ได้ที่ www.konthong.com หรือ ร่วมพูดคุยแลกเปลี่ยนกัน ได้ที่
https://www.facebook.com/teamkonthong/

We promise to provide the knowledge and know-how for new mom. More and more solutions about how can you grow up your baby. Feel free to contact us if any problems have occurred or have any questions you would like to know. Don’t forget to follow and keep in touch with us on Facebook

https://www.facebook.com/teamkonthong/

บทความน่ารู้ เพิ่มเติม คลิกเลย …..

1.อุ้มลูกออกกำลังกาย เพิ่มความแข็งแรง ต่อสู้ไวรัสโควิด-19

2.6 สิ่งควรทำ เพื่อลดความเสี่ยง โควิด-19