หลากหลายอาการที่คุณแม่จะต้องเจอตลอดระยะเวลาตั้งครรภ์ สำหรับคุณแม่มือใหม่ไม่ต้องตกใจไป เราค่อยๆ มาศึกษาเกี่ยวกับอาการต่างๆ ที่เกิดขึ้น ค่อยๆ เรียนรู้ และรับมือกันไปดีกว่า ซึ่งวันนี้ทางเว็บของเราก็ได้นำข้อมูลเกี่ยวกับอาการท้องลดในคุณแม่ตั้งครรภ์มาฝากกัน โดยจะลดช่วงไหน ลดแล้วจะเป็นอย่างไร หรือหากระยะเวลาในการตั้งครรภ์นั้นท้องไม่ลดลงจะเกิดอะไรขึ้นอันตรายหรือไม่ แล้วจะต้องทำอย่าไร เรามาไขข้อข้องใจไปพร้อมกันเลย

อาการท้องลด เป็นยังไง

อาการท้องลด เป็นอาการที่ท้องมีระดับที่ลดลง คุณแม่สังเกตุได้ว่าเดิมท้องของตัวคุณแม่เองจะอยู่ในระดับที่สูงถึงลิ้นปี่ สำหรับอาการท้องลดนั้นเกิดขึ้นจากการที่ศีรษะของลูกน้อยเคลื่อนตัวลงสู่อุ้งเชิงกราน เพื่อเตรียมตัวจะคลอด สำหรับตำแหน่งศีรษะที่ลูกน้อยจะเคลื่อนตัวนั้นมีทั้งหมด 11 ตำแหน่ง ( + 5 จนกระทั่ง -5 ) ซึ่งคุณหมอจะใช้ตัวเลขเหล่านี้ทำการระบุต่ำแหน่งของศีรษะทารก จึงสามารถคำนวณได้ว่าลูกน้อยจะคลอดอีกในกี่วันหรือกี่ชั่วโมง หากทารกมีตำแหน่งศีรษะอยู่บริเวณสะโพกแทนที่ด้วยตัวเลข -5 หากต่ำลงมามาก คุณหมอสามารถมองเห็นได้จากข้างนอกจะแทนที่ด้วยตัวเลข +5

ตั้งครรภ์ ท้องลดตอนไหน

สำหรับอาการท้องลดในคุณแม่ตั้งครรภ์นั้นไม่มีช่วงเวลาที่แน่นอน แล้วแต่คุณแม่แต่ละคนคุณแม่บางท่านท้องจะเริ่มลดเมื่อเข้าสู่การสัปดาห์ที่ 36 หรือประมาณ 2-3 สัปดาห์ก่อนคลอด ในขณะที่คุณแม่หลายๆคน ท้องลดเพียงแค่ 2-3 ชั่วโมงก่อนคลอด (เจอบ่อยกับคุณแม่ท้องครั้งหลังๆ ) อาการท้องลดยังไม่สามารถระบุ หรือกำหนดได้ชัดเจนว่าจะต้องลดตอนไหนแต่ทั่วไปแล้วอาการเจ็บครรภ์คลอดมักเกิดขึ้นตามมาหลังท้องลดประมาณ 2-3 สัปดาห์

รู้ได้อย่างไร ว่าท้องลดแล้ว

ไม่อาการใดๆ ที่บ่งบอกได้ว่าท้องของคุณแม่กำลังจะลด แต่เมื่อมีอาการท้องลดแล้วจะแสดงอาการดังต่อไปนี้ ที่คุณจะต้องเผชิญ

1. คุณสามารถหายใจได้สะดวกขึ้นสบายขึ้น รู้สึกว่าหายใจได้อิ่มขึ้น อาการแน่นอก อึดอัดหน้าอกจะหายไป เนื่องจากมดลูกเคลื่อนที่ออกจากกระบังลม

2. ทานอาหารได้เยอะขึ้น เพราะมดลูกไม่ได้เข้าไปทำการกดทับกระเพาะอาหารแล้ว แต่อย่างไรก็ตามไม่ควรทานหรือตามใจปากมากจนเกินไป

3. รู้สึกปวดหน่วงๆ ที่ท้อง ตรงบริเวณกระดูกเชิงกราน อาการปวดเหล่านี้มีสาเหตุมาจากการที่มดลูกได้เข้าไปกดทับ ซึ่งคุณแม่จะรู้สึกเหมือนเดินหนีบลูกบอลอยู่ตลอดเวลา หรืออาจเดินอุ้ยอ้ายเหมือนนกแพนกวินน้อยเลยล่ะค่ะ

4. สังเกตุได้ถึงอาการตกขาวที่มากขึ้น ช่วงท้องลดศีรษะลูกไปกดทับบริเวณปากมดลูก ส่งผลให้ปากมดลูกบางลงและขยายให้ใหญ่ขึ้นเพื่อที่จะได้ผลักดันทารกออกมาสู่ภายนอกได้สะดวกยิ่งขึ้น ร่างกายจึงสร้างเนื้อเยื่อหรือเมือกมาปิดปากมดลูกไว้เพื่อป้องกันไม่ให้เชื้อโรคภายนอกหลุดเข้าไปได้

5. รู้สึกได้ว่าปวดปัสสาวะบ่อยขึ้น สาเหตุมาจากการที่หัวทารกบวกกับน้ำหนักตัวไปกดทับกระเพาะปัสสาวะ ส่งผลให้คุณแม่จะต้องเข้าห้องน้ำบ่อยๆ ไปจนคลอดเลยทีเดียว

6. มีอาการปวดกระดูเชิงกราน หัวหน่าว ก้นกบ เป็นเรื่องปกติ แต่ถ้ารู้สึกปวดมาก มีไข้ มีน้ำใสๆ หรือเลือดไหลออกมาด้วย ควรรีบไปพบแพทย์โดยด่วน

7. มีอาการบวมน้ำ หรือเป็นตะคริว เนื่องจากศีรษะของทารกและมดลูกได้เข้าไปกดทับเส้นเลือดดำในอุ้งเชิงกราน จึงทำให้เลือดไหลเวียนไม่สะดวก

หากท้องไม่ลด จะมีผลอย่างไรบ้าง

สำหรับคุณแม่ที่ตั้งครรภ์จนใกล้คลอดแล้ว แต่ท้องก็ยังไม่ลดลงสักที มาดูสิว่าจะมีผลอย่างไรหรือไม่

Sponsored

1.คุณจะมีอาการหายใจไม่สะดวก ไม่ลึก ไม่อิ่ม

เพราะขนาดของทารกใหญ่ขึ้นเรื่อยๆ บวกกับศีรษะอยู่ในตำแหน่งสูง ส่งผลให้เกิดการกดทับกระบังลมต่อไป ปอดก็จะไม่สามารถทำงานได้อย่างเต็มที่ อาการเช่นนี้จะทำให้คุณแม่นอนหงายไม่ได้เลย เพราะหายใจไม่ออกนั่นเอง

2.ส่งผลกระทบกับระบบทางเดินอาหาร

เนื่องด้วยที่เพิ่มขึ้นของทารกในท้อง ส่งผลให้ตัวลูกน้อนไปดันลำไส้และกระเพาะอาหาร ทำให้คุณแม่ไม่รู้สึกหิว ทานอาหารได้ไม่เยอะเพราะมีพื้นที่ในกระเพาอาหารน้อยลง จะส่งผลให้เกิดโรคกรดไหลย้อนได้

3.อาจส่งผลให้คลอดยาก

สำหรับคุณแม่ที่มีอายุครรภ์กว่า 39 สัปดาห์แล้ว แต่ยังไม่มีอาการท้องลด คุณหมออาจมีการขออัลตร้าซาวด์เพิ่ม เพื่อวินิจฉัยท่าของลูกรักที่อยู่ในท้องรวมถึงขนาดตัวของลูก เพราะดูว่าเข้าข่ายคลอดยากหรือไม่

4.คุณแม่บางรายไม่สามารถคลอดเองได้

กรณีที่น้ำคล่ำแตก แต่ยังไม่มีอาการท้องลด ศีรษะของทารกอยู่สูงเกินไปไม่สามารถคลอดออกมาเองได้ ต้องรีบหาหมอโดยด่วน เพราะมีความเสี่ยงที่จะทำให้ทารกเกิดการขาดออกซิเจน เป็นอันตรายต่อลูกรักเป็นอย่างมาก

สำหรับอาการท้องลดจะลด หรือไม่ลดนั้นคุณแม่ไม่ต้องกังวลนะคะ เพียงแค่คุณแม่เองหมั่นไปพบคุณหมอในทุกๆ นัด โดยเฉพาะช่วงที่ใกล้ครบกำหนดคลอด เพื่อคุณหมอจะได้ดูแล และตรวจเช็คความผิดปกติ จะได้แก้ไขและรักษาได้อย่างท่วงทัน สำหรับอาการท้องลด หรือไม่ลดนั้นทางการแพทย์ทุกวันนี้เทคโนโลยีได้ก้าวหน้าขึ้นมาก หากแพทย์เห็นว่าไม่สามารถคลอดเองได้แล้วจะพิจารณาผ่าให้ ตามดุลพินิจของคุณหมอค่ะนั่นเองค่ะ ไม่ต้องเครียด หรือวิตกกับเรื่องที่ยังไม่เกิด ดูแลรักษาตัวเองและลูกน้อยให้แข็งแรงจะดีกว่าค่ะ

= = = = = = = = = = = =

ติดตามความรู้ดี ๆ  และสาระดี ๆ เพิ่มเติม สำหรับแม่ตั้งครรภ์ และลูกน้อย ได้ที่ www.konthong.com หรือ ร่วมพูดคุยแลกเปลี่ยนกัน ได้ที่
https://www.facebook.com/teamkonthong/

We promise to provide the knowledge and know-how for new mom. More and more solutions about how can you grow up your baby. Feel free to contact us if any problems have occurred or have any questions you would like to know. Don’t forget to follow and keep in touch with us on Facebook

https://www.facebook.com/teamkonthong/

บทความน่ารู้ เพิ่มเติม คลิกเลย …..

1.ลูกไม่กินข้าว เกิดจากอะไร และวิธีการรับมือ
2.เพราะอะไร ลูกมักอาเจียนหลังดื่มนม และเป็นอันตรายไหม