บทความในเรื่องก่อน ๆ เคยพูดถึงน้ำคร่ำมากถือเป็นสิ่งผิดปกติสำหรับแม่ท้อง  แต่ก็อาจจะมีคุณแม่บางคนที่สงสัยว่าน้ำคร่ำมากผิดปกติ  แล้วน้ำคร่ำน้อยล่ะ ผิดปกติหรือไม่?  จึงเป็นที่มาของบทความเรื่องนี้ น้ำคร่ำน้อยเกินไปถือว่าผิดปกตินะคะ  แต่จะผิดปกติอย่างไร ติดตามอ่านค่ะ
น้ำคร่ำน้อยเกินไป ถือว่าผิดปกตินะคะ เอ...แล้วจะดูแลยังไงดี

น้ำคร่ำน้อยเกินไป  ถือว่าผิดปกตินะคะ

สำหรับคุณแม่ที่มีน้ำคร่ำน้อย คือ  ปริมาณน้ำคร่ำตามปกติสำหรับแม่ท้อง มีปริมาณ 1 ลิตร แต่เมื่อใกล้คลอดกลับมีแค่ 200 มิลลิลิตร   แบบนี้เรียกว่าการตั้งครรภ์น้ำคร่ำน้อย (Oilgohydramnion) ซึ่งคุณแม่มักจะรู้สึกสบายตัวไม่อึดอัด  ขนาดครรภ์ไม่ใหญ่ แต่สำหรับทารกน้อยในครรภ์แล้วจะก่อให้เกิดผลกระทบรุนแรงหลายอย่าง  ที่สำคัญ คือ  ทารกจะถูกบีบให้อยู่ในที่แคบ  ผนังทรวงอกของทารกน้อยจะถูกกดทับทำให้ขยายไม่ออก  ส่งผลให้ระบบทางเดินหายใจบกพร่อง  และการเจริญเติบโตเป็นไปอย่างลำบาก ที่สำคัญเสี่ยงต่อการเสียชีวิตหลังคลอด
ภาวะผิดปกติที่อาจเกิดร่วมกับภาวะน้ำคร่ำน้อย
1.ทารกผิดปกติ ได้แก่ โครโมโซมผิดปกติ พิการแต่กำเนิด ได้แก่  ไม่มีไตหรือท่อปัสสาวะอุดตัน  ทำให้ไม่สามารถขับปัสสาวะออกมาได้หรือขับออกมาได้ในปริมาณน้อย เป็นต้น
2.ทารกเจริญเติบโตช้าหรือเสียชีวิตในครรภ์
3.พิการแต่กำเนิด เช่น หัวใจพิการ  ปอดพิการ อวัยวะช่องท้องผิดปกติ
4.น้ำคร่ำน้อยอาจส่งผลให้รกเสื่อมสภาพ ภาวะลอกตัวก่อนกำหนด
5.โรคเบาหวานรุนแรง  อาจเกิดภาวะครรภ์เป็นพิษ
6.ขาดสารอาหรทำให้เลือดไปเลี้ยงทารกไม่เพียงพอ
7.บางรายไม่ทราบสาเหตุ
การรักษาอาการน้ำคร่ำน้อย
1.การรักษาเบื้องต้น ต้องพยายามเพิ่มปริมาณน้ำคร่ำ โดยการให้น้ำเกลือเข้าไปในโพรงมดลูก
2.รักษาตามอาหารและสาเหตุ  เช่น  หากพบว่าทารกมีความพิการรุนแรงคุณหมออาจต้องยุติการตั้งครรภ์ แต่ถ้าไม่รุนแรงก็ต้องประคับประคองไปก่อน
3.การรักษาอาการน้ำคร่ำน้อยยังไม่มีวิธีใดที่จัดว่าดีที่สุด อย่างไรก็ตามควรรีบฝากครรภ์ตั้งแต่เนิ่น ๆ หรือเมื่อทราบว่าตั้งครรภ์ตั้งแต่ไตรมาสแรก หากตรวจพบความผิดปกติจะได้รักษาได้โดยเร็ว
4.หากถุงน้ำคร่ำแตกก่อนอายุครรภ์ครบ 37 สัปดาห์ เรียกว่า ถุงน้ำคร่ำแตกก่อนการเจ็บครรภ์ก่อนกำหนด ซึ่งเป็นปัญหาที่พบได้บ่อย ซึ่งจะต้องนำทารกออกมาเพื่อความปลอดภัยของแม่และลูกนั่นเองซึ่งทั้งหมดจะอยู่ในดุลพินิจของคุณหมอนะคะ คุณแม่ไม่ต้องกังวล
อย่างไรก็ตามการดูแลสุขภาพครรภ์ตั้งแต่เริ่มตั้งครรภ์จนคลอด  หากเกิดความผิดปกติใด ๆ ควรรีบปรึกษาคุณหมอ  เพื่อความปลอดภัย  โดยเฉพาะหากคุณแม่มีประวัติการตั้งครรภ์ผิดปกติในครรภ์ก่อน ๆ ควรแจ้งให้คุณหมอทราบเพื่อเฝ้าระวังในครรภ์ปัจจุบัน
ร่วมแชร์บทความเพื่อมอบสาระความรู้เกี่ยวกับแม่ท้องและเรื่องราวในแง่มุมต่าง ๆ ตั้งแต่การตั้งครรภ์ไปจนถึงวิธีการการเลี้ยงดูทารก และสารพันความรู้อีกมากมาย  ที่เป็นประโยชน์แก่ผู้สนใจอื่น ๆ มาร่วมสร้างสังคมออนไลน์ที่มีคุณภาพเต็มเปี่ยมไปด้วยสาระและเกร็ดความรู้ดี ๆกับเพจทีมคนท้องกันนะคะ

========================

ติดตามความรู้ดี ๆ  และสาระดี ๆ เพิ่มเติมสำหรับแม่ตั้งครรภ์และลูกน้อย ได้ที่  www.konthong.com หรือ ร่วมพูดคุยแลกเปลี่ยนกันได้ที่ https://www.facebook.com/teamkonthong/

 

Sponsored