น้ำคร่ำที่อยู่ในมดลูกของหญิงตั้งครรภ์ จะช่วยทำหน้าที่ปกป้องอันตรายไม่ให้ส่งผลถึงทารกในครรภ์ อีกทั้งยังช่วยควบคุมอุณหภูมิของร่างกายทารกไห้มีความสมดุล ซึ่งหากคุณแม่ตั้งครรภ์มีอาการน้ำคร่ำรั่ว จะทำให้เกิดอันตรายต่อทารกในครรภ์ได้ โดยสาเหตุที่ทำให้ถุงน้ำคร่ำรั่ว เกิดจากอะไร และอันตรายแค่ไหนมาดูกันเลย

ถุงน้ำคร่ำรั่ว เกิดจากสาเหตุอะไร

โดยปกติแล้วถุงน้ำคร่ำจะไม่เกิดการรั่วได้ง่าย ซึ่งสาเหตุส่วนใหญ่ก็มาจาก

1.มีการติดเชื้อในช่องคลอด ปากมดลูกและมดลูก

การติดเชื้อนี้อาจเกิดได้จากเชื้อที่มีอยู่บริเวณปากช่องคลอดหลายชนิด มีทั้งเชื้อราและแบคทีเรีย โดยปกติร่างกายสามารถกำจัดเองได้ ซึ่งอาศัยเชื้อจุลินทรีย์ชนิดหนึ่งที่คอยทำหน้าที่กำจัดเชื้อที่ทำให้เป็นอันตราย แต่ถึงแม้มีเชื้อโรคชนิดดีเป็นจำนวนมาก ก็ไม่สามารถป้องกันเชื้อชนิดไม่ดีได้มากนัก ประกอบกับหากภูมิคุ้มกันร่างกายคุณแม่อ่อนแอลง ก็เป็นโอกาสที่จะทำให้เกิดการติดเชื้อได้ง่ายเช่นกัน

2.แม่ที่มีการสูบบุหรี่ระหว่างตั้งครรภ์

คุณแม่ที่สูบบุหรี่ระหว่างตั้งครรภ์ทำให้ร่างกายได้รับสารนิโคตินและสารพิษต่างๆ จากบุหรี่ จึงทำให้มดลูกมีสภาพที่ไม่แข็งแรงไม่สามารถป้องกันโรค หรืออาจเกิดถุงน้ำคร่ำรั่วได้ง่าย

3.มีครรภ์แฝด หรือทารกตัวใหญ่ จนทำให้เกิดการตึงของผนังถุงน้ำคร่ำ

คุณแม่ที่ตั้งครรภ์แฝดทำให้มดลูกมีการขยายตัวเป็นอย่างมาก จึงเกิดการดึงรั้งของผนังมดลูก และมีความเสี่ยงที่จะทำให้เกิดถุงน้ำคร่ำรั่วได้ นอกจากนี้ในคุณแม่บางรายอาจจะมีทารกในครรภ์ที่ตัวใหญ่ น้ำหนักมาก ซึ่งเป็นอีกปัจจัยหนึ่งที่ทำให้เกิดการรั่วของน้ำคร่ำได้เช่นกัน

4.คุณแม่ที่เคยผ่าตัดมดลูก หรือบริเวณปากมดลูกมาก่อน

ในคุณแม่ที่เคยผ่าตัดมดลูกหรือปากมดลูกมาก่อน จะทำให้เกิดรอยรั่วได้ง่าย ซึ่งมีความอันตรายมากทีเดียว จึงควรอยู่ในการดูแลของแพทย์อย่างใกล้ชิด

อาการ ถุงน้ำคร่ำรั่วเป็นอย่างไร

อาการถุงน้ำคร่ำรั่ว จะมีน้ำไหลออกมาจากช่องคลอดมากกว่าปกติ โดยให้สังเกตได้ดังนี้

1. หากคุณแม่ที่ยังไม่ครบกำหนดคลอดแต่มีอาการน้ําคร่ํารั่ว โดยอาการมีน้ำไหลจนเปียกกางใน เปียกชื้นทั้งวัน และจะมีมากกว่าอาการตกขาวทั่วไป ให้สงสัยไว้เลยว่าอาจจะเป็นอาการน้ำคร่ำรั่ว ต้องรีบไปโรงพยาบาลทันที

2. ในบางรายอาจจะมีอาการติดเชื้อจากการตกขาว ก็ทำให้มีโอกาสเกิดอาการน้ำคร่ำรั่วได้เช่นกัน ซึ่งให้สังเกตหากมีน้ำไหลออกมาจากช่องคลอดไม่เยอะ แต่ต่อเนื่องยาวนาน ให้สงสัยว่าอาจเกิดถุงน้ำคร่ำรั่วได้

ภาวะแทรกซ้อนที่ต้องระวัง

สำหรับภาวะแทรกซ้อนที่อาจเกิดขึ้นได้มีดังนี้

1.ภาวะติดเชื้อในอวัยวะสืบพันธุ์ ปากมดลูก ช่องคลอด และปากช่องคลอด โดยส่วนใหญ่พบว่าเชื้อแบคทีเรียซึ่งมีอยู่หลายชนิด จะสร้างสารชนิดหนึ่งที่เป็นเอนไซม์มากระตุ้นการหดรัดตัวของมดลูก จึงทำให้เชื้อแบคทีเรียมีโอกาสเข้าสู่บริเวณปากมดลูก และถุงน้ำคร่ำ ส่งผลให้เกิดรูรั่วและมีน้ำคร่ำไหลออกมา

2.ภาวะทารกขาดออกซิเจน เมื่อน้ําคร่ํารั่ว นานหลายชั่วโมง และมีน้ำคร่ำไหลออกเป็นจำนวนมาก จนทำให้น้ำคร่ำน้อยและเกิดโอกาสที่ทารกจะขาดออกซิเจนได้

Sponsored

3.ภาวะเลือดออกทางช่องคลอด โดยเฉพาะในคุณแม่ที่มีประวัติเลือดออกในช่วงแรกของการตั้งครรภ์ ก็อาจทำให้มีเลือดออกได้บ่อยขึ้น และอาจจะออกได้ทุกช่วงของการตั้งครรภ์ จนทำให้ทารกในครรภ์แท้งหรือคลอดก่อนกำหนด

วิธีการรักษา

แพทย์จะซักประวัติคุณแม่ที่มีอาการถุงน้ำคร่ำรั่ว ว่ามีอายุครรภ์ที่จะครบกำหนดคลอดหรือไม่ หลังจากนั้นก็ตรวจร่างกายและดูน้ำที่ไหลจากช่องคลอดว่ามีมากน้อยแค่ไหน ซึ่งแพทย์จะใช้วิธีการดังนี้

1. ให้คุณแม่ออกแรงไอหรือเบ่งเพื่อจะได้ตรวจดูปริมาณของน้ำคร่ำที่ไหลออกมาจากปากมดลูก

2. แพทย์จะหลีกเลี่ยงการตรวจภายใน เพราะจะทำให้มีโอกาสติดเชื้อมากขึ้น แต่จะใช้สารส่งน้ำจากช่องคลอดเข้าไปตรวจในแลปเพื่อหาเชื้อ

3. ตรวจโดยการอัลตร้าซาวด์เพื่อใช้ในการวินิจฉัยโรค

4. หากพบว่ามีภาวะน้ำคร่ำรั่ว จะมีความเสี่ยงที่จะทำให้เกิดการคลอดก่อนกำหนดได้ แพทย์อาจจะจำเป็นต้องให้คนไข้แอดมิดอยู่ในโรงพยาบาลจนกว่าจะคลอด เพื่อจะได้ทำการดูแลรักษาอย่างใกล้ชิด

แนวทางการป้องกัน

คุณแม่ที่มีปัญหาน้ําคร่ํารั่ว แต่สายสะดือและรกเสื่อมสภาพ อาจจะต้องมีการคลอดกำหนด ส่วนในรายที่สายสะดือและรกยังทำงานได้ดี ก็สามารถป้องกันได้ดังนี้

1.การดื่มน้ำเปล่าเพิ่มมากขึ้น โดยจิบทุกครึ่งชม.ให้ได้หนึ่งแก้ว อาจจะเสริมน้ำผลไม้ด้วยก็ได้ โดยในแต่ละวันคุณแม่ต้องได้รับน้ำอย่างน้อย 2 ลิตร

2.กินอาหารเพิ่มขึ้น เน้นโปรตีน โดยเฉพาะไข่ไก่ ควรกินวันละ 4-5 ฟอง เพื่อเพิ่มสารโปรตีนที่มีส่วนช่วยในการสร้างน้ำคร่ำ นอกจากนี้ยังสามารถกินอาหารในมื้อหลักให้ครบ 5 หมู่โดย เน้นโปรตีนจากเนื้อปลา หรือเนื้อไก่ ที่ไม่ติดหนัง ก็จะทำให้ได้รับโปรตีนเพิ่มขึ้น สำหรับคุณแม่ที่ไม่ชอบทานเนื้อสัตว์ก็สามารถกินอาหารประเภทถั่วชนิดต่างๆ และธัญพืช เต้าหู้แผ่น ถั่วแดง ถั่วเหลือง ถั่วเขียว ถั่วลูกไก่ และถั่วเมล็ดแห้งอบกรอบที่ไว้กินระหว่างวัน ก็จะช่วยเสริมโปรตีนได้เช่นกัน

อาการถุงน้ำคร่ำรั่ว เมื่อคุณแม่สังเกตและจับอาการได้แล้ว ถ้ารู้ตัวว่าเป็นอาการน้ำคร่ำรั่วก็ควรรีบไปโรงพยาบาลทันที เพราะหากปล่อยไว้จะทำให้เป็นอันตรายกับทารกในครรภ์ ซึ่งอาจแท้งหรือคลอดก่อนกำหนดได้เลยทีเดียว

อ้างอิง hd.co.th

= = = = = = = = = = = =

ติดตามความรู้ดี ๆ  และสาระดี ๆ เพิ่มเติม สำหรับแม่ตั้งครรภ์ และลูกน้อย ได้ที่ www.konthong.com หรือ ร่วมพูดคุยแลกเปลี่ยนกัน ได้ที่
https://www.facebook.com/teamkonthong/

We promise to provide the knowledge and know-how for new mom. More and more solutions about how can you grow up your baby. Feel free to contact us if any problems have occurred or have any questions you would like to know. Don’t forget to follow and keep in touch with us on Facebook

https://www.facebook.com/teamkonthong/

บทความน่ารู้ เพิ่มเติม คลิกเลย …..

1.ทารกในครรภ์สำลักน้ำคร่ำ เกิดจากอะไร อันตรายมากแค่ไหน

2.น้ำคร่ำอุดหลอดเลือด ภาวะอันตราย ที่แม่ท้องต้องระวัง