ลูกติดมือถือ …. รู้ไหมว่า สาเหตุหนึ่งที่ทำให้ลูกติดหน้าจอ ไม่ว่าจะเป็นหน้าจอโทรศัพท์หรือแท็บเล็ต นั่นก็มาจากพฤติกรรมของตัวคุณแม่นั่นเอง รวมถึงการเลี้ยงลูกแบบผิดๆ ด้วยการปล่อยให้ลูกเล่นโทรศัพท์

ลูกติดมือถือ

เพราะคิดว่าทำให้ลูกหยุดดื้อ หยุดซนและเลี้ยงง่ายขึ้น แต่นั่นกลับเป็นการทำร้ายลูกโดยไม่รู้ตัวเลยทีเดียว เพราะฉะนั้นวันนี้ คุณแม่ยุคไอทีทั้งหลายลองหันมาทำความเข้าใจกับพฤติกรรมที่เป็นต้นเหตุให้ลูกติดมือถือและแก้ปัญหาด้วยการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมเหล่านั้นกันดีกว่า

พฤติกรรมเสี่ยง ลูกติดมือถือ ที่คุณแม่ควรเลี่ยง

เพราะสาเหตุหนึ่งที่ทำให้ลูกติดมือถือมาจากพฤติกรรมของคุณแม่เอง ดังนั้นจึงต้องเริ่มจากการแก้ไขที่ต้นเหตุด้วยการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมของคุณแม่ใหม่ ซึ่งก็มีพฤติกรรมที่ทำให้ลูกเสี่ยงติดมือถือดังนี้

1.เล่นมือถือตลอดเมื่ออยู่กับลูก

การที่คุณแม่เล่นมือถือตลอดที่อยู่กับลูก จะทำให้ลูกเกิดการรับรู้ว่าเป็นสิ่งที่ตนเองสามารถทำได้ และด้วยความอยากรู้อยากลองตามวัย จึงทำให้เขาเริ่มที่จะร้องเอาโทรศัพท์มือถือของคุณแม่มาเล่นบ้าง ซึ่งจากการสำรวจพบว่าคุณแม่ส่วนใหญ่มักจะยอมให้ลูกเล่นโทรศัพท์เพราะคิดว่าไม่มีผลอะไร และเมื่อปล่อยให้เขาได้เล่นบ่อยๆ ก็จะติดเป็นนิสัยจนกลายเป็นเด็กติดมือถือในที่สุด เพราะฉะนั้นถ้าไม่อยากให้ลูกติดมือถือ ก็อย่าทำเป็นแบบอย่างให้เขาเห็นบ่อยๆ เลยเชียว

2.ใช้มือถือในการเลี้ยงลูก

ในปัจจุบันพบว่า คุณแม่ส่วนใหญ่เริ่มหันมาใช้มือถือในการเลี้ยงลูกมากขึ้น นั่นก็คือให้ลูกเล่นมือถือเพื่อดึงดูดความสนใจของลูก แน่นอนว่ามันได้ผล เพราะเมื่อลูกดึงความสนใจไปอยู่ที่มือถือหมด เขาก็จะไม่ร้องงอแงและดูเหมือนเป็นเด็กที่เลี้ยงง่ายขึ้นมาทันที แต่นี่ถือเป็นข้อผิดพลาดอย่างหนักสำหรับคุณแม่เลยทีเดียว เพราะการที่ลูกติดมือถือจะทำให้พัฒนาการในด้านต่างๆ ของลูกช้าลง และอาจทำให้ลูกเสี่ยงต่อการเป็นเด็กสมาธิสั้นได้อีกด้วย

3.ให้ลูกเล่นมือถือเป็นรางวัล

คุณแม่มักจะจูงใจลูกด้วยการเสนอเงื่อนไขให้ลูกทำสิ่งต่างๆ เพื่อแลกกับการเล่นมือถือเป็นรางวัล โดยไม่รู้เลยว่านั่นเป็นการทำให้ลูกค่อยๆ ติดมือถือทีละนิดและยังสร้างนิสัยที่ไม่ดีให้กับเขาอีกด้วย เพราะเมื่อนานๆ ไป เขาจะยึดติดว่าการจะทำอะไรจะต้องได้เล่นมือถือเป็นรางวัลตลอด ดังนั้นหากคุณแม่ให้เขาทำอะไรโดยเสนอรางวัลอื่นๆ หรือไม่มีรางวัลให้ เขาก็จะไม่ยอมทำนั่นเอง

4.ให้ลูกเล่นมือถือทุกครั้งที่งอแงร้องขอ

เมื่อลูกเริ่มติดมือถือ เขาจะมีอาการงอแงและร้องขอเพื่อเล่นมือถือบ่อยๆ ซึ่งหากคุณแม่หยิบมือถือให้ลูกเล่นทุกครั้งเพราะคิดว่าจะได้ตัดความรำคาญให้ลูกหยุดงอแง ก็จะทำให้เขาเกิดการจดจำแบบผิดๆ ว่า ถ้าอยากเล่นก็จะต้องร้องงอแงแล้วคุณแม่จะให้เล่นแน่นอน ดังนั้นทุกครั้งที่เขาอยากเล่นก็จะร้องงอแงเสมอ และหากไม่ได้ดั่งใจก็อาจถึงขั้นมีอารมณ์รุนแรง เกรี้ยวกราดได้เลยทีเดียว และนอกจากจะทำให้ลูกติดมือถือแล้วยังเป็นการสร้างนิสัยความเอาแต่ใจให้กับเขาอีกด้วย

Sponsored

เลี้ยงลูกอย่างไร ไม่ให้ติดมือถือ

อย่างไรก็ตามด้วยเทคโนโลยีที่ทันสมัย ถึงแม้คุณแม่จะเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมดังกล่าวเพื่อป้องกันไม่ให้ลูกติดมือถือแล้ว แต่การหยิบมือถือมาใช้บ่อยๆ ก็อาจทำให้ลูกเกิดความสนใจและเมื่อเผลอตั้งมือถือเอาไว้ ลูกก็อาจหยิบมาเล่นจนติดมือถือได้เหมือนกัน ดังนั้นมาเรียนรู้ที่จะเลี้ยงลูกไม่ให้ติดมือถือกันดีกว่า

โดยสำหรับการเลี้ยงลูกเพื่อไม่ให้เขาติดมือถือนั้นก็สามารถทำได้ด้วยการเป็นแบบอย่างที่ดี ไม่เล่นมือถือเวลาอยู่กับลูกหรือเล่นให้ลูกเห็นบ่อยๆ พาลูกไปออกกำลังกาย ไปเที่ยวหรือทำกิจกรรมสันทนาการต่างๆ เสมอ เพื่อดึงดูดความสนใจของลูกออกจากมือถือให้มากที่สุด หมั่นพาลูกไปร่วมกิจกรรมทางสังคม เพื่อให้ลูกคุ้นเคยและมีพัฒนาการทางด้านการเข้าสังคมมากขึ้น และที่สำคัญจะต้องมีการตั้งกฎกติกาในบ้านอย่างชัดเจน เช่นหากคุณแม่ให้ลูกเล่นมือถือ ก็อาจจะกำหนดว่าเล่นได้แค่วันละ 1 ชั่วโมงเท่านั้น หรือห้ามเล่นมือถือในขณะกำลังทำกิจกรรมอื่นๆ เด็ดขาด ซึ่งก็ต้องบอกเลยว่าคุณแม่ห้ามใจอ่อนเด็ดขาด ไม่อย่างนั้นก็จะกลายเป็นการมอบภัยร้ายให้กับลูกโดยไม่รู้ตัว

ผลเสียที่เกิดขึ้น เมื่อลูกติดมือถือ

หลายคนอาจจะสงสัยว่าทำไมจึงต้องระวังไม่ให้ลูกติดมือถือ นั่นก็เพราะว่าการติดมือถือหรือจ้องหน้าจอมากๆ จะส่งผลเสียต่อลูกน้อยได้ ไม่ว่าจะเป็นในเรื่องของสุขภาพหรือพัฒนาการก็ตาม โดยที่เห็นได้ชัดที่สุดก็คือพัฒนาการทางด้านภาษาและการเข้าสังคม เพราะลูกเอาแต่ดูหน้าจอจนไม่ได้ฝึกการพูดคุยและเล่นกับผู้อื่นมากนัก ลูกจึงไม่รู้จักวางตัวเมื่ออยู่ต่อหน้าคนอื่นๆ และพูดช้ากว่าเด็กในวัยเดียวกันได้ นอกจากนี้ก็อาจเสี่ยงเป็นเด็กสมาธิสั้นได้อีกด้วย เพราะฉะนั้นควรเลี่ยงลูกน้อยจากมือถือจะดีที่สุด

จะเห็นได้ว่าการที่ลูกติดมือถือ ส่งผลเสียต่อลูกไม่น้อยเลยทีเดียว เพราะฉะนั้นคุณแม่ยุคไอทีควรระวังอย่าให้ลูกเล่นมือถือมากเกินไปเด็ดขาด

ขอบคุณภาพ : metro.co.uk

==========

ติดตามความรู้ดี ๆ  และสาระดี ๆ เพิ่มเติมสำหรับแม่ตั้งครรภ์และลูกน้อย ได้ที่  www.konthong.com หรือ ร่วมพูดคุยแลกเปลี่ยนกันได้ที่ https://www.facebook.com/teamkonthong/