จะรู้ได้อย่างไรว่า นมแม่เพียงพอไหม เชื่อว่าคงมีคุณแม่จำนวนไม่น้อยที่เกิดคำถามแบบนี้ เพราะรู้สึกไม่มั่นใจเอาซะเลยว่าน้ำนมของตนเองพอต่อความต้องการของลูกหรือไม่ วันนี้เราจึงรวบรวมวิธีการสังเกตมาฝากกัน โดยจะมีวิธีการสังเกตอย่างไรบ้างนั้น ก็ต้องไปดูและทำความเข้าใจกันเลย

วิธีการสังเกต นมแม่เพียงพอไหม

สำหรับวิธีการสังเกตว่านมแม่เพียงพอต่อลูกน้อยหรือไม่ น้ำนมออกน้อย ออกมากอย่างไร ก็มีวิธีการสังเกตง่ายๆ ดังนี้

1.เต้านมคัดทั้งที่ลูกดูดบ่อย

ทั้งที่ลูกดูดนมบ่อยและดูดจนอิ่มทุกครั้ง แต่พบว่าเต้านมก็ยังคัดอยู่ดี นั่นแสดงได้ว่าคุณแม่มีน้ำนมเพียงพอสำหรับลูกน้อยแน่นอน และอาจจะล้นจนถึงขั้นลูกดูดไม่ทันเลยทีเดียว ทั้งนี้หากเต้านมคัดบ่อย แนะนำให้ปั๊มนมใส่ถุงเก็บไว้ในตู้เย็น เพื่อจะได้นำออกมาให้ลูกกินได้เมื่อแม่ไม่สะดวกให้ลูกดูดนมจากเต้านั่นเอง

2.น้ำนมไหลแบบพุ่งแรง

ในระหว่างที่ให้นมลูก จะพบว่าน้ำนมไหลออกมาแบบพุ่งแรงมาก ก็แสดงได้ว่าคุณแม่มีน้ำนมที่เพียงพอเช่นกัน เพราะโดยปกติแล้ว หากแม่มีน้ำนมน้อย นมจะไหลออกมาแบบช้าๆ ไม่พุ่งแรงนั่นเอง นอกจากนี้ในขณะที่ให้ลูกดูดนมข้างหนึ่ง นมอีกข้างหนึ่งก็อาจจะมีน้ำนมไหลออกมาได้เหมือนกัน แบบนี้สบายใจได้เลยว่าน้ำนมไม่น้อยอย่างแน่นอน

3.ลูกดูดนมจนหลับคาเต้า

เป็นอีกหนึ่งสัญญาณที่บ่งบอกได้ว่านมแม่มีเพียงพอ เพราะลูกดูดนมจนหลับคาเต้าโดยที่นมแม่ยังไม่หมด ดังนั้นลองสังเกตดูสิว่าลูกมักจะดูดนมจนหลับคาเต้าบ่อยมากแค่ไหน และต้องมั่นใจได้ว่าที่ลูกหลับไปนั้น เขาได้ดื่มนมแม่จนอิ่มแล้วด้วย

4.น้ำหนักลูกขึ้นตามเกณฑ์

น้ำหนักของลูกก็บอกได้เหมือนกันว่านมแม่เพียงพอหรือไม่ เพราะการที่ลูกมีน้ำหนักขึ้นตามเกณฑ์ นั่นหมายความว่าลูกได้รับน้ำนมแม่มากพอต่อความต้องการทุกครั้ง จึงทำให้น้ำหนักเพิ่มขึ้นอย่างเหมาะสม ทั้งนี้ในเด็กบางคนอาจอ้วนท้วมสมบูรณ์เลยก็ได้

ทำอย่างไรหากน้ำนมแม่ มีมากจนลูกดูดไม่ทัน

ทั้งนี้หากพบว่าน้ำนมแม่มีมากจนลูกดูดไม่ทัน ถึงขนาดเต้านมคัด ไม่ควรปล่อยไว้เด็ดขาดเพราะเต้านมคัดก็จะเป็นปัญหาต่อคุณแม่ได้เช่นกัน ซึ่งจะทำอย่างไรดี แนะนำให้ปั๊มนมเก็บใส่ภาชนะแล้วใส่ในตู้เย็นไว้จะดีที่สุด โดยเราก็มีคำแนะนำในการปั๊มนมมาบอกกันด้วย

เทคนิคในการปั๊มนม เพื่อให้ได้นมแม่ที่ดีมีคุณภาพ

คุณแม่ที่ต้องการปั๊มนมเก็บไว้ให้ลูกดื่ม ก็มีเทคนิคในการปั๊มที่ควรรู้ดังต่อไปนี้

1.ต้องทำใจให้สบาย หามุมที่มีความสงบและผ่อนคลายในการปั๊ม เพราะจะทำให้ปั๊มนมได้ง่ายและเยอะที่สุด โดยก่อนปั๊มก็ต้องล้างมือให้สะอาด และดื่มน้ำอุ่นสักแก้วด้วยเช่นกัน

2.นวดคลึงเต้านมเบาๆ จะช่วยกระตุ้นการไหลของน้ำนมได้ดี โดยให้นวดตั้งแต่ฐานเต้านมไปจนถึงหัวนม

3.เข้าสู่ขั้นตอนการบีบนม ด้วยการวางนิ้วหัวแม่มือและนิ้วชี้ให้อยู่บริเวณขอบนอกของลานนม จากนั้นก็กดนิ้วเข้าหาอกแล้วบีบเข้าหากัน ก็จะทำให้น้ำนมไหลออกมาแล้ว

Sponsored

4.นำภาชนะที่สะอาดมารองน้ำนมที่บีบ เมื่อเสร็จให้เทน้ำนมใส่ลงในถุงสำหรับเก็บน้ำนม แล้วนำไปเก็บในตู้เย็นต่อไป โดยจะมีวิธีการเก็บอย่างไรไปดูกันต่อเลย

วิธีการเก็บนม

สำหรับวิธีการเก็บนมให้เขียนวันที่ เวลาวันที่เริ่มเก็บไว้บนถุงเก็บน้ำนม เพื่อจำได้ง่ายว่านมถุงไหนบีบก่อน จะได้นำออกมาให้ลูกกินก่อนตามลำดับวันที่นั่นเอง ซึ่งก็มีวิธีการเก็บดังนี้

                   วิธีการเก็บ                                                                 ระยะเวลาที่เก็บ

เก็บที่อุณหภูมิห้อง สูงกว่า 25 องศาเซลเซียส                            1 ชั่วโมง

เก็บที่อุณหภูมิห้อง ต่ำกว่า 25 องศาเซลเซียส                            4 ชั่วโมง

เก็บในกระติกน้ำแข็ง1 วันเก็บในตู้เย็นช่องธรรมดาชั้นบนสุด       1-3 วัน

เก็บในตู้เย็นช่องแช่แข็ง 1 ประตู                                                   2 สัปดาห์

เก็บในตู้เย็นช่องแช่แข็ง 2 ประตู                                                  3 เดือน

เก็บในตู้เย็นชนิดเย็นจัด                                                                6-12 เดือน

มาเช็คกันดูสิว่า คุณแม่มีน้ำนมที่เพียงพอต่อลูกน้อยหรือไม่ โดยหากมีน้ำนมมากพอจนถึงขั้นล้น ก็อย่าลืมบีบน้ำนมเก็บไว้ตามวิธีที่เราแนะนำกันด้วย

= = = = = = = = = = =

ติดตามความรู้ดี ๆ  และสาระดี ๆ เพิ่มเติม สำหรับแม่ตั้งครรภ์ และลูกน้อย ได้ที่ www.konthong.com หรือ ร่วมพูดคุยแลกเปลี่ยนกัน ได้ที่
https://www.facebook.com/teamkonthong/

We promise to provide the knowledge and know-how for new mom. More and more solutions about how can you grow up your baby. Feel free to contact us if any problems have occurred or have any questions you would like to know. Don’t forget to follow and keep in touch with us on Facebook

https://www.facebook.com/teamkonthong/

บทความน่ารู้ เพิ่มเติม คลิกเลย …..

1.เสื้อผ้าเด็กแรกเกิด ควรเลือกแบบสายผูก หรือแบบกระดุมดีกว่ากัน

2.เสื้อผ้าเด็ก อันตราย ไม่ควรให้ทารกใส่ชุดแบบนี้