อาหารสำหรับคุณแม่หลังคลอดส่วนใหญ่ จะเน้นประเภทโปรตีน ซึ่งมีส่วนช่วยในการฟื้นฟูสภาพร่างกายและเร่งการสร้างน้ำนม แต่ก็มีอาหารบางชนิดที่ถูกห้ามสำหรับคุณแม่หลังคลอด เพราะถือว่าเป็นอาหารแสลงสำหรับคุณแม่หลังคลอดนั่นเอง วันนี้เรามาทำความรู้จักกับอาหารแสลงกันค่ะว่าคืออะไร และมีอาหารชนิดไหนบ้าง

อาหารแสลง คืออะไร

ตามความเชื่อโบราณหมายถึง อาหารที่คนป่วยกินแล้วทำให้มีอาการข้างเคียงเกิดขึ้นได้ หรือไม่ถูกกับตัวบุคคลนั้นๆ สำหรับอาหารแม่หลังคลอดห้ามกิน ที่จัดว่าเป็นอาหารแสลงมีดังนี้

  • อาหารทะเลทุกชนิด
  • เนื้อสัตว์และไข่
  • ถั่วบางชนิด
  • ของหมักดอง และยาดองเหล้า
  • ผัก ผลไม้บางชนิด
  • เครื่องดื่มแอลกอฮอล์

หากกินอาหารแสลง จะมีอาการยังไง

อาการที่อาจเกิดขึ้นได้เมื่อกินของแสลงโดยอาจจะมีอาการมากบ้าง น้อยบ้างขึ้นอยู่กับสภาพร่างกายของแต่ละคนดังนี้

1.มีอาการแพ้ที่แสดงออกทางผิวหนัง

คุณแม่หลังคลอดที่ได้กินของแสลงเข้าไปแล้วอาจจะมีอาการแสดงออกทางผิวหนัง ได้แก่ การเป็นผื่นแดงคันเกิดขึ้นตามผิวหนัง หรือบางรายอาจจะมีอาการคล้ายลมพิษ ซึ่งเมื่อเริ่มแรกอาจจะคันตามใบหูมีอาการร้อนวูบ หากเกาก็จะทำให้รู้สึกแสบร้อนผิว เมื่อแพ้มากขึ้นจะมีผื่นขึ้นเป็นปื้นแดงทั่วทั้งตัว อาการเหล่านี้หากเกิดขึ้นกับคุณแม่หลังคลอดในช่วงสัปดาห์แรก จะทำให้มีความรุนแรงมากขึ้น เนื่องจากร่างกายกำลังขับของเสียที่ตกค้างออกทางผิวหนัง เมื่อเจอการกระตุ้นจนเกิดอาการคัน จะทำให้อาการคันทวีความรุนแรงขึ้นได้

วิธีแก้

ให้นำตะไคร้ ไพลสด ขิง ขมิ้น มาทุบพอแตก ใส่หม้อต้ม หั่นผลมะกรูดใส่ไปด้วย1-2 ลูก พอเดือดนำมาผสมน้ำอาบวันละ1-2 ครั้ง จะช่วยลดอาการคันผิว และช่วยเร่งการขับของเสียออกทางผิวหนังได้ดีขึ้น

2.อาการแพ้อาหารของแสลงที่อาจแสดงออกมาทางระบบทางเดินอาหาร

คุณแม่หลังคลอดที่กินของแสลงเข้าไป จะทำให้มีอาการแพ้ตั้งแต่ปากลงไป มีอาการคันที่ปาก ชาลิ้นน้ำลายไหลตลอดเวลา รวมถึงมีอาการคันในคอ คันลิ้น บางรายอาจจะมีอาการคลื่นไส้ อาเจียน ท้องเดินขณะอาจขับถ่ายมีเลือดสดๆ ปนออกมา เนื่องจากมีอาการของลําไส้อักเสบร่วมด้วย ซึ่งหากเป็นมากจะทำให้มีอาการปวดท้องทรมานมาก ควรไปพบแพทย์ทันที

3.อาการแพ้ของแสลงที่แสดงออกทางระบบทางเดินหายใจ

Sponsored

คุณแม่หลังคลอดที่แพ้ของแสลง ซึ่งอาจจะก่อให้เกิดอาการภูมิแพ้ทางระบบการหายใจ เริ่มจากมีอาการแสบจมูกเพราะเกิดการอักเสบ มีน้ำมูกไหล บางรายคัดจมูก นอกจากนี้ยังมีอาการหลอดลมอักเสบ ในบางรายอาจจะพบหลอดลมบวม มีการอักเสบของกล่องเสียง พูดเสียงแหบ หากเป็นมากขึ้นทำให้หายใจติดขัดหายใจลำบาก นอกจากนี้จะทำให้มีอาการไอหอบ และหากมีอาการหอบมากขึ้นจะทำให้ออกซิเจนไปเลี้ยงร่างกายไม่พอ จึงเกิดอาการแน่นหน้าอกถึงขั้นเป็นลมหมดสติไปได้เลย ดังนั้นหากพบว่ามีอาการเหล่านี้ต้องรีบไปพบแพทย์ทันที

4.อาการแพ้ของแสลงที่ออกมาทางระบบหัวใจ

คุณแม่หลังคลอดที่แพ้อาหาร ซึ่งเป็นของแสลง หากมีอาการแพ้มากจะทำให้เกิดความผิดปกติต่อระบบหัวใจ ความดันลดต่ำลงอย่างรวดเร็ว จนทำให้เกิดอาการช็อกหลังจากกินอาหารชนิดนั้นเข้าไป เพราะฉะนั้นเมื่อมีอาการเหล่านี้อย่าได้นิ่งนอนใจเด็ดขาด

อาหารอะไรบ้าง ที่แม่หลังคลอดไม่ควรกิน

อาหารซึ่งเป็นของแสลงที่คุณแม่หลังคลอดไม่ควรกิน ยกตัวอย่างโดยแบ่งเป็นประเภทดังนี้

  1. อาหารจำพวกเนื้อสัตว์ ได้แก่ เนื้อวัวดำ เนื้อควายเผือก เป็ด นก
  2. อาหารจำพวกปลาน้ำจืด ได้แก่ ปลาดุก ปลาสวาย ปลาไหล ปลาหลด ปลาชะโด ปลาหมอ ปลากระทิง ปู แมงดานา กบ และหอยน้ำจืดทุกชนิด
  3. อาหารประเภทของทะเล ได้แก่ กุ้ง ปู กั้ง หอยทุกชนิด แมงดาทะเล และแมงกะพรุน
  4. อาหารประเภทผัก-ผลไม้ ได้แก่ ผักชะอม แตงกวา ฟัก แฟง กลอย หน่อไม้ แตงโม ลูกตาล ขนุน
  5. อาหารรสจัดทุกชนิด ไม่ว่าจะเป็นส้มตำ ยำรสจัด หรืออาหารที่ปรุงแบบสุกๆดิบทุกชนิด
  6. ไข่ไก่ สำหรับคุณแม่ที่ผ่าตัดคลอดควรงดเว้นการกินไข่ไก่ในระยะ 3 เดือนแรกซึ่งโปรตีนในไข่อาจทำให้แผลผ่าตัดนูนขึ้นมาได้ นอกจากนี้อาจทำให้เด็กที่กินนมแม่อาจได้รับสารตกค้างจนกระตุ้นให้เกิดอาการภูมิแพ้ได้
  7. ถั่วบางชนิด ถั่วที่มักจะทำให้เกิดอาการแพ้ เช่น ถั่วลิสง ถั่วปากอ้า ถั่วเหลือง ซึ่งอาจจะส่งผลกระทบต่อการกระตุ้นอาการแพ้ในทารกที่กินนมแม่ได้อีกด้วย
คลิกดู! อาหารหลังคลอด ที่ควรกินมีอะไรบ้าง
คลิกดู! อาหารหลังคลอด ที่ช่วยฟื้นฟูร่างกายคุณแม่

อาหารแสลงสำหรับคุณแม่หลังคลอดซึ่งโบราณได้ห้ามไว้ว่ากินแล้วอาจส่งผลเสียต่อร่างกายคุณแม่หลังคลอด ซึ่งมีความอ่อนแอเป็นทุนเดิมอยู่แล้ว ในช่วงนี้จึงทำให้มีผลข้างเคียงจากการกินอาหารแสลงเหล่านี้ได้ การงดเว้นในช่วงระยะหลังคลอดก็จะส่งผลดีต่อตัวคุณแม่เอง และลูกน้อยที่กำลังกินนมแม่อีกด้วย เพราะฉะนั้นเพื่อความปลอดภัยป้องกันไม่ให้เกิดปัญหาที่จะตามมา ก็ควรงดเว้นอาหารแม่หลังคลอดห้ามกินเหล่านี้ไปก่อน จนกว่าร่างกายคุณแม่จะแข็งแรง และหากจะกินให้ลองกินครั้งละน้อยๆ ทีละชนิดดูก่อน หากร่างกายไม่มีการต่อต้านจนเกิดอาการแพ้แล้ว จึงกินได้ตามที่ต้องการ

= = = = = = = = = = = =

ติดตามความรู้ดี ๆ  และสาระดี ๆ เพิ่มเติม สำหรับแม่ตั้งครรภ์ และลูกน้อย ได้ที่ www.konthong.com หรือ ร่วมพูดคุยแลกเปลี่ยนกัน ได้ที่
https://www.facebook.com/teamkonthong/

We promise to provide the knowledge and know-how for new mom. More and more solutions about how can you grow up your baby. Feel free to contact us if any problems have occurred or have any questions you would like to know. Don’t forget to follow and keep in touch with us on Facebook

https://www.facebook.com/teamkonthong/

บทความน่ารู้ เพิ่มเติม คลิกเลย …..

1.6 สัปดาห์แรกหลังคลอด คุณแม่ห้ามทำอะไรบ้าง

2.แนะนำ 7 เมนูหัวปลี เพิ่มน้ำนมในคุณแม่หลังคลอด