ฉีดยาเร่งคลอด คุณแม่มือใหม่ที่ไม่เคยพบกับประสบการณ์สำคัญของชีวิต เมื่อถึงระยะกำหนดอาจจะทำให้คุณแม่มือใหม่หลายท่านเกิดความกังวลและสับสนเกี่ยวกับความต่างระหว่าง การคลอดแบบธรรมชาติ กับ การฉีดยาเร่งคลอด แบบใดให้ผลเป็นอย่างไร และต้องเลือกแบบไหนดีที่สุด สำหรับในเรื่องนี้เราก็มีคำตอบดี ๆ มาฝากค่ะ

ฉีดยาเร่งคลอด

ระยะเวลาก่อนคลอดที่คุณแม่ต้องรู้

เมื่อคุณแม่เข้าห้องรอคลอด คุณแม่คงต้องการทราบใช่ไหมล่ะค่ะว่า จะต้องรอนานเพียงใดถึงจะเข้าช่วงระยะเวลาคลอด ซึ่งปกติแล้วระยะเวลาการคลอดจะแบ่งออกเป็น 4 ระยะ นั่นคือ

  1. ระยะเจ็บครรภ์จริง เป็นช่วงอาการแรกที่คุณแม่จะเริ่มรู้สึกว่า ได้ถึงเวลาที่สำคัญของชีวิตแล้ว ในระยะนี้ ปากมดลูกจะเริ่มขยายไปจนกระทั่งปากมดลูกขยายเต็มที่พร้อมให้คุณแม่แบ่งคลอดได้ (ปากมดลูกจะมีความกว้างประมาณ 10 เซนติเมตร) ในระยะนี้คุณแม่ต้องนอนรอในห้องคลอดอีกประมาณ 12 – 18 ชั่วโมงค่ะ
  2. ระยะเบ่งคลอด ในช่วงนี้ปากมดลูกจะเปิดออกหมด และคุณแม่สามารถเริ่มเบ่งคลอดจนกระทั่งคลอดลูกน้อยออกมาได้ค่ะ คุณหมอจะย้ายคุณแม่จากห้องรอคลอดเข้าสู่ห้องคลอด คุณแม่ท้องแรกจะใช้เวลาประมาณ 30 นาที (ไม่เกิน 60 นาที) แต่หากเบ่งนานเกิน 60 นาที จะถือว่าเป็นเวลาเบ่งที่ผิดปกติค่ะ คุณหมอจะพิจารณาให้การช่วยเหลือการคลอด ส่วนในคุณแม่ท้องหลังจะใช้เวลาเพียง 20 นาที (ไม่เกิน 30 นาที) หากนานกว่านี้จะถือว่าผิดปกติเช่นกันค่ะ
  3. ระยะคลอดรก เป็นช่วงที่ลูกน้อยได้คลอดออกมาจนกระทั่งรกคลอด ซึ่งจะใช้เวลาเพียงไม่กี่นาทีเท่านั้น แต่ถ้าเกิน 30 นาที อาจจะต้องช่วยโดยการล้วงรกซึ่งขึ้นอยู่กับความพิจารณาของแพทย์
  4. ระยะสังเกตอาการหลังคลอด เป็นช่วงเวลาที่รกคลอดได้ 2 ชั่วโมง ซึ่งคุณหมอ จะเย็บซ่อมฝีเย็บให้เรียบร้อย และดูแลคุณแม่อย่างใกล้ชิดภายในห้องสังเกตอาการหลังคลอดค่ะ ทั้งนี้ก็เพื่อดูอาการความผิดปกติ อย่างเช่นการตกเลือดหลังคลอด เมื่อพบความผิดปกติคุณหมอจะได้ช่วยเหลือได้ทันที

สำหรับคุณแม่ท้องแรกที่พบความผิดปกติในการเบ่งคลอดที่ใช้เวลานานเกินไป แพทย์อาจจะต้องพิจารณาให้ฉีดยาเร่งคลอด เพื่อกระตุ้นให้คุณแม่เจ็บครรภ์และคลอดได้เองตามธรรมชาติ สำหรับการเร่งคลอดนั้นเป็นอย่างไร คุณแม่ลองอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้เลยค่ะ

การเร่งคลอดเป็นอย่างไร

การเร่งคลอด เป็นการทำให้การตั้งครรภ์สิ้นสุดลง หรือพูดง่าย ๆ คือช่วงเวลาที่ทารกจะต้องคลอดออกมา โดยที่คุณแม่ยังไม่ได้เข้าสู่ระยะการเจ็บครรภ์คลอดเองตามธรรมชาติ ซึ่งคุณหมอจะเป็นผู้ใช้ยากระตุ้นให้เกิดความเจ็บครรภ์คลอด การเร่งคลอดที่คุณหมอจะใช้ในกรณีที่เห็นสมควรเท่านั้น เพราะถ้าทารกอยู่ในครรภ์ต่ออาจจะมีความเสี่ยงต่อการเสียชีวิต หรือภาวะแทรกซ้อนของคุณแม่

ทำไมต้องเร่งคลอด

คุณแม่ที่ตั้งครรภ์เกินกำหนด หรือเกินอายุครรภ์ 42 สัปดาห์จำเป็นต้องใช้วิธีเร่งคลอดค่ะ เนื่องจากอาจจะมีความสัมพันธ์กับภาวะรกเสื่อม มีแคลเซียมเกาะมากจนคุณแม่ไม่สามารถส่งอาหาร และออกซิเจนไปให้ทารกได้ตามปกติ จนทารกขาดสารอาหารได้ และภาวะน้ำเดินมานานโดยที่ปากมดลูกไม่เปิดเพิ่ม หรือคุณแม่ไม่มีอาการเจ็บครรภ์ ก็จะทำให้เกิดความเสี่ยงต่อการติดเชื้อในโพลงมดลูกได้เช่นกันค่ะ ดังนั้นคุณหมอจึงต้องฉีดยาเพื่อเร่งคลอดให้เพื่อกระตุ้นให้ร่างกายเข้าสู่กระบวนการคลอดโดยเร็ว

แต่การฉีดยาเร่งคลอดก็มีข้อจำกัดเช่นกันค่ะ โดยเฉพาะคุณแม่ที่เคยผ่าคลอดมาก่อนแล้ว หรือมีแผลที่บริเวณมดลูก ไม่ควรใช้วิธีการเร่งคลอด เพราะอาจทำให้เกิดความเสื่องต่อภาวะมดูกแตกได้ นอกจากนี้ คุณแม่ที่มีภาวะเลือดออกมากผิดปกติ จากการที่รกเกาะต่ำ ไม่สามารถคลอดได้เองทางช่องคลอด แพทย์ก็จะพิจารณาเรื่องการผ่าคลอดแทนค่ะ ทั้งนี้ก็ขึ้นอยู่กับดุลยพินิจของแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ

Sponsored

วิธีการเร่งคลอดมีด้วยกัน 2 วิธีได้แก่

  1. วิธีไม่ใช้ยาในการเร่งคลอด คุณหมอจะใช้นิ้วเข้ากระตุ้นที่ปากมดลูกโดยตรง เพื่อทำการเซาะแยกถุงน้ำคร่ำที่เกาะติดบริเวณปากมดลูกส่วนล่างออก เพื่อกระตุ้นให้มีการหลั่งฮอร์โฒนพรอสตาแกลนติน ที่ช่วยให้เกิดการเจ็บครรภ์คลอดได้ หรือคุณหมออาจทำการเจาะถุงน้ำคร่ำให้แตกร่วมด้วย เพื่อให้ปากมดลูกเปิดได้ดีขึ้น และเข้าสู่ระยะเจ็บครรภ์คลอดได้เร็วขึ้นค่ะ
  2. วิธีใช้ยาในการเร่งคลอด สามารถใช้ยาในกลุ่มออกซิโทซิน (Oxytocin) เข้าทางหลอดเลือดดำ เพื่อกระตุ้นให้มดลูกมีการบีบรัดตัวได้ดีขึ้น สำหรับยาเหน็บเพื่อเร่งคลอดนั้น ไม่เป็นที่นิยมค่ะ เนื่องจากมีความเสี่ยงต่อการบีบรัดตัวของมดลูกที่รุนแรงมาก อาจเกิดภาวะมดลูกแตกได้

ระดับความเจ็บของการเร่งคลอดเป็นอย่างไร

การเร่งคลอดที่ใช้ยาเร่งคลอดนั้น คุณแม่จะมีอาการเจ็บครรภ์มากกว่าการคลอดธรรมดาค่ะ เพราะยามีฤทธิ์กระตุ้นให้มดลูกหดรัดตัวมากกว่าปกติ แต่ความรู้สึกเจ็บครรภ์คลอดจากการเร่งคลอดไม่ได้แตกต่างจากการคลอดตามธรรมชาติสักเท่าไหร่ คุณแม่ยังสามารถควบคุมและกำหนดลมหายใจได้ตามจังหวะการเบ่งคลอดได้ตามปกติ ทั้งยังเบ่งคลอดได้เต็มที่อีกด้วย แต่สำหรับคุณแม่ท่านใดที่มีอาการปวดมาก คุณหมออาจให้ฉีดยาชาที่ไขสันหลังหรือให้ยาแก้ปวดอื่น ๆ เพื่อบรรเทาอาการปวดสำหรับการเจ็บครรภ์คลอดตามธรรมชาติ ส่วนใหญ่คุณแม่จะสามารถคลอดได้เองค่ะ นั่นเพราะปากมดลูกมีความพร้อมเต็มที่ ซึ่งจะมีลักษณะนุ่มมาก เมื่อมดลูกบีบรัดตัว ปากมดลูกก็จะเปิดขยายออกอย่างรวดเร็ว ในขณะที่การเร่งคลอดนั้นถึงแม้ว่า จะกระตุ้นให้มดลูกมีการบีบตัวได้สม่ำเสมอ แต่บางครั้งปากมดลูกยังนุ่มไม่พอ ทำให้ไม่สามารถขยายตัวเปิดได้ตามปกติ ทำให้คุณแม่ไม่สามารถคลอดเองได้ โอกาสที่จะถูกผ่าคลอดจึงสูงกว่าคุณแม่ที่เจ็บครรภ์คลอดเองตามธรรมชาติค่ะ

อย่างไรก็ดี ไม่ว่าคุณจะเจ็บครรภ์คลอดเองตามธรรมชาติ หรือจะต้องฉีดยาเร่งคลอด คุณแม่ก็ไม่ต้องกังวลไปนะคะ เพราะทุกขั้นตอนจะอยู่ในการดูแลของแพทย์ผู้เชี่ยวชาญอยู่แล้ว ดังนั้น เมื่อถึงเวลาใกล้คลอดคุณแม่จะต้องทำจิตใจให้สงบ ปรับอารมณ์ให้เป็นปกติ และเตรียมพร้อมที่จะคลอดลูกให้ออกมาสมบูรณ์ เท่านี้ก็เพียงพอสำหรับคุณแม่แล้วล่ะค่ะ

= = = = = = = = = = = =

ติดตามความรู้ดี ๆ  และสาระดี ๆ เพิ่มเติม สำหรับแม่ตั้งครรภ์ และลูกน้อย ได้ที่ www.konthong.com หรือ ร่วมพูดคุยแลกเปลี่ยนกัน ได้ที่
https://www.facebook.com/teamkonthong/

We promise to provide the knowledge and know-how for new mom. More and more solutions about how can you grow up your baby. Feel free to contact us if any problems have occurred or have any questions you would like to know. Don’t forget to follow and keep in touch with us on Facebook

https://www.facebook.com/teamkonthong/

บทความน่ารู้ เพิ่มเติม คลิกเลย …..

1.ชุดชั้นในคนท้อง เลือกอย่างไรดี ให้เหมาะสมที่สุด

2.เลือก ชุดชั้นในแม่ท้อง และหลังคลอด แบบไหนถึงจะดี