คุณแม่ท้องหลายคนอาจจะทราบดีว่า ดนตรี มีประโยชน์และส่งผลต่อทารกในครรภ์ เพราะการให้ทารกในครรภ์ฟังดนตรี โดยเริ่มปฏิบัติตั้งแต่อายุครรภ์ประมาณ 16 สัปดาห์ หรือ 4 เดือน เป็นต้นไป จะช่วยเพิ่มระดับสติปัญญา (IQ) และอารมณ์ (EQ) ได้จริง

10 นาทีทอง เพิ่ม IQ และ EQ ลูกน้อยในครรภ์ ไม่ใช่เรื่องยาก

เริ่มนี้มีงานวิจัยมากมายยืนยันแล้วว่า การฟังเพลงหรือดนตรีมีประโยชน์ต่อทารกในครรภ์ เพราะช่วยกระตุ้นพัฒนาการร่างกาย สมอง และอารมณ์ ของทารกในครรภ์ ซึ่งเมื่อได้ติดตามเด็กเหล่านี้หลังคลอด ก็จะพบว่าพัฒนาการทั้งด้านสมองการเรียน ระดับสติปัญญา (IQ) และอารมณ์ (EQ) มีระดับสูงกว่าทารกกลุ่มที่ไม่ได้รับการกระตุ้นอย่างชัดเจน
นั่นเพราะแม่ขณะตั้งครรภ์มีอารมณ์ที่ดี ผ่อนคลาย ไม่เครียด จิตใจแจ่มใส และเมื่อได้ฟังเพลง หรือดนตรีที่ไพเราะ หรือดนตรีในประเภทที่ตนเองชอบ สารแห่งความสุขที่เรียกว่า เอนดอร์ฟิน (Endorphin) ก็จะหลั่งออกมา และสารนี้จะส่งผ่านทางสายสะดือไปสู่ลูก ทำให้ทารกในครรภ์อารมณ์ดีเช่นกัน โดยเฉพาะเซลล์สมองทารกให้มีขนาดใหญ่ มีเส้นใยประสาทมากขึ้น เป็นการเสริมสร้างพัฒนาการของทารกในครรภ์ในด้านร่างกาย จิตใจ และสติปัญญา ด้วยอวัยวะต่างๆ ได้รับการส่งเสริมให้มีพัฒนาการการทำงานอย่างเต็มที่นั่นเอง
แล้วเพลงแบบไหนที่แม่ท้องควรเลือกฟังล่ะ ก่อนอื่นต้องบอกว่าเพลงที่คุณแม่ท้องฟัง ต้องมีระดับเสียงที่ไม่ดังจนเกินไป เป็นเพลงฟังสบายๆ ไม่เครียด เช่น บีโทเฟ่น (Beethoven) โมสาร์ท (Mozart) หรือจะเป็นดนตรีที่ตนเองชื่นชอบฟังสบาย ๆ จะเป็นเพลงสากลหรือเพลงไทยได้เช่นกัน หรือหากคุณแม่ท่านไหนไม่ชอบการฟังดนตรีอาจจะเลือกฟังบทสวดมนต์ต่างๆ ที่ตนเองชื่นชอบก็ดีไม่น้อย และที่ดีมากขึ้นไปกว่านั้น อาจจะร้องกล่อมลูกน้อยในครรภ์ โดยใช้หูฟัง (Ear phone) แนบท้องไปด้วย หรืออาจจะร้องเพลงแล้วลูกบริเวณท้องเบา ๆ ก็ได้
ถัดมาแล้วการเปิดดนตรีให้ลูกน้อยในครรภ์ฟังล่ะ ต้องใช้เวลาเท่าไหร่ รวมถึงต้องเปิดเพลงฟังทุกวันหรือไม่ มีการระบุว่าการเปิดเพลงให้ลูกน้อยฟัง ควรเปิดวันละ1-2 ครั้ง โดยใช้เวลาครั้งละ 10-15 นาที ระยะเวลาสั้น ๆ แต่นี่คือนาทีทอง ซึ่งจะทำให้ลูกน้อยในครรภ์คุ้นชิน และจดจำเพลงได้ กระทั่งหลังคลอดเมื่อเปิดเพลงเดิมที่เราชอบเปิดฟังบ่อยครั้งในขณะตั้งครรภ์ จะพบว่าลูกน้อยของคุณผ่อนคลาย นอนหลับง่ายขึ้น ไม่ร้องกวน เนื่องจากเขาชินกับเสียงเพลงนี้ตั้งแต่อยู่ในครรภ์แล้วนั่นเอง

========================

ติดตามความรู้ดี ๆ  และสาระดี ๆ เพิ่มเติมสำหรับแม่ตั้งครรภ์และลูกน้อย ได้ที่  www.konthong.com หรือ ร่วมพูดคุยแลกเปลี่ยนกันได้ที่ https://www.facebook.com/teamkonthong/

Sponsored