เลือดล้างหน้าลูก เป็นเลือดที่พบในช่วงแรกของการตั้งครรภ์ ซึ่งคุณแม่ที่ยังไม่รู้ตัวว่าท้องก็จะเข้าใจผิดไปว่านั่นคือเลือดประจำเดือน แต่ความจริงแล้วไม่ใช่เลย

เลือดล้างหน้าเด็ก

แล้วแบบนี้เราจะสามารถแยกระหว่างเลือดล้างหน้าเด็กกับเลือดประจำเดือนได้อย่างไร ในบทความนี้เรามีคำตอบมาฝาก

เลือดล้างหน้าลูก คืออะไร?

เลือดล้างหน้าลูก คือเลือดที่ออกมาจากช่องคลอดในช่วงแรกของการตั้งครรภ์ โดยส่วนใหญ่จะมีเลือดออกมาเพียงแค่ 1-2 วันเท่านั้น และจะมีสีออกชมพูๆ หรือน้ำตาล ซึ่งเกิดจากการที่เซลล์ไข่ได้เข้าไปฝังตัวที่ผนังมดลูก เป็นผลให้มีเลือดไหลออกมานั่นเอง แต่ทั้งนี้ก็ไม่ได้เกิดกับหญิงตั้งครรภ์ทุกคนเสมอไป โดยบางคนอาจไม่มีเลือดใดๆ ออกมา แต่เริ่มมีอาการของการตั้งครรภ์เลยก็ได้เหมือนกัน

ความแตกต่างของเลือดล้างหน้าเด็ก กับประจำเดือน

เพราะเลือกล้างหน้าลูกและประจำเดือนจะมีลักษณะที่คล้ายกัน และมักจะเกิดขึ้นในช่วงแรกของการตั้งครรภ์ ซึ่งจะตรงกับรอบเดือนพอดี ทำให้คุณแม่หลายคนเข้าใจผิดว่านั่นคือประจำเดือน แต่ความจริงแล้วไม่ใช่ โดยสามารถแยกแยะระหว่างเลือดล้างหน้าลูกและประจำเดือนออกจากกันได้ดังนี้

1.ความเข้มของเลือด

เลือดล้างหน้าเด็ก ส่วนใหญ่จะมีเลือดสีแดงจางกว่าเลือดประจำเดือน ซึ่งจะออกไปทางสีชมพูหน่อยๆ หรือไม่ก็เป็นสีน้ำตาลนั่นเอง โดยหากใครที่สังเกตสีของประจำเดือนเป็นประจำ ก็จะพบว่าสีของเลือดมีความต่างไปมากทีเดียว นอกจากนี้เลือดจะออกมาเพียงเล็กน้อยเท่านั้น และมาแบบกระปริบกระปรอยอีกด้วย

2.ระยะเวลา

เลือดล้างหน้าเด็กมักจะมีระยะเวลาเพียงแค่ 1-2 วันเท่านั้น จากนั้นก็จะไม่มีเลือดออกอีกเลย ในขณะที่ประจำเดือนมักจะมีระยะเวลาประมาณ 5-7 วัน ดังนั้นหากคุณมีเลือดออกมาจากช่องคลอดในระยะเวลาสั้นๆ ไม่เกิน 2 วัน และมีในปริมาณน้อยมาก ก็สงสัยได้เลยว่าอาจจะกำลังตั้งครรภ์ก็ได้

3.อาการปวดท้องน้อย

ในบางคนก็อาจจะมีอาการปวดท้องน้อยร่วมด้วยเช่นเดียวกับเวลามีประจำเดือน แต่จะมีอาการปวดน้อยกว่าประจำเดือนมาก ซึ่งก็ต้องลองสังเกตดู

เลือดล้างหน้าเด็ก อันตรายไหม

เลือดล้างหน้าเด็ก เป็นสิ่งที่เกิดขึ้นตามธรรมชาติ จึงไม่เป็นอันตรายแต่อย่างใด เว้นแต่จะมีเลือดออกมามากกว่าปกติ มีลักษณะเป็นลิ่มเลือดปนมาและมีเลือดออกเกินกว่า 2 วัน ควรรีบไปพบแพทย์โดยด่วน เพราะนั่นอาจเกิดจากภาวะแท้งคุกคาม ซึ่งมีความอันตรายเป็นอย่างมาก โดยสรุปได้ว่า หากมีอาการผิดปกติที่คาดว่าน่าจะไม่ใช่เลือดล้างหน้าเด็กและไม่ใช่ประจำเดือนเช่นกัน ก็ควรไปพบแพทย์จะดีที่สุด

Sponsored

สาเหตุอื่นๆ ที่ทำให้มีเลือดออกทางช่องคลอด

อย่างไรก็ตาม อาการเลือดออกทางช่องคลอด ไม่ได้เกิดจากประจำเดือนหรือเลือดล้างหน้าลูกเสมอไป ซึ่งนั่นอาจเกิดจากสาเหตุอื่นๆ โดยที่คุณไม่คาดคิด ได้แก่

1.การมีเพศสัมพันธ์ที่รุนแรง

การมีเพศสัมพันธ์ที่รุนแรงจนเกินไป อาจทำให้เนื้อเยื่อภายในฉีกขาดและมีเลือดออกมาจากช่องคลอดได้ หรือการใช้สิ่งแปลกปลอมสอดใส่เข้าไป ก็อาจทำให้มีเลือดไหลออกมาได้เช่นกัน แต่ส่วนใหญ่จะเกิดขึ้นในทันทีขณะที่มีเพศสัมพันธ์ ดังนั้นหากเว้นระยะมานานแล้วเพิ่งจะมีเลือดออก ก็คงไม่ใช่สาเหตุนี้แน่ๆ

2.การติดเชื้อหรืออักเสบในอุ้งเชิงกราน

เมื่อมีการติดเชื้อหรืออักเสบในอุ้งเชิงกราน ก็จะทำให้มีเลือดออกมาทางช่องคลอดได้เหมือนกัน โดยทั้งนี้อาการติดเชื้อ อาจเกิดได้จากเชื้อหลายชนิด เช่น หนองใน ซิฟิลิส ดังนั้นจึงต้องได้รับการตรวจวินิจฉัยโดยแพทย์ เพื่อจะได้ทำการรักษาได้อย่างถูกวิธีนั่นเอง

3.ตั้งครรภ์นอกมดลูก

เป็นภาวะการตั้งครรภ์ที่อันตรายมาก ซึ่งในกรณีนี้จำเป็นจะต้องเอาเด็กออก เพราะอาจเป็นอันตรายถึงชีวิตได้เลยทีเดียว โดยการตั้งครรภ์นอกมดลูก ส่วนใหญ่ก็จะมีเลือดออกมามากผิดปกติ และมีอาการปวดท้องอย่างรุนแรงร่วมด้วย

ทีนี้ก็คงพอจะแยกออกแล้วใช่ไหมเอ่ย ระหว่างเลือดล้างหน้าเด็กกับประจำเดือน และที่สำคัญอย่าลืมว่า อาการเลือดออกทางช่องคลอดไม่ได้เกิดจากสองสาเหตุนี้เท่านั้น แต่ยังมีสาเหตุอื่นๆ อีกด้วย ดังนั้นหากพบความผิดปกติหรือไม่แน่ใจ ก็ควรไปพบแพทย์เพื่อวินิจฉัยจะดีที่สุด

Photos from : reklamklub.com

==========

ติดตามความรู้ดี ๆ  และสาระดี ๆ เพิ่มเติมสำหรับแม่ตั้งครรภ์และลูกน้อย ได้ที่  www.konthong.com หรือ ร่วมพูดคุยแลกเปลี่ยนกันได้ที่ https://www.facebook.com/teamkonthong/