แพ้ท้อง อาการเป็นยังไง ช่วงแรกของการตั้งครรภ์ คุณแม่ส่วนมากจะมีอาการแพ้ท้อง ซึ่งเริ่มจากมีอาการวิงเวียน คลื่นไส้อาเจียน เหม็นกลิ่นอาหาร ซึ่งอาการเหล่านี้เป็นเรื่องปกติที่คุณแม่ทุกคนต้องพบเจอกับตัวเองค่ะ แต่คุณแม่ท่านไหนจะสามารถรับมืออาการแพ้ท้องเหล่านี้ได้ดีกว่ากันนั่น ขึ้นอยู่กับวิธีการและกำลังใจด้วย

แพ้ท้อง อาการเป็นยังไง มาดูกัน

หากคุณกำลังอยากรู้ว่าแพ้ท้อง อาการเป็นยังไง มีอาการแบบไหนบ้าง เราก็ได้รวบรวมข้อมูลมาให้คุณได้ศึกษาและทำความเข้าใจกันแล้ว ดังต่อไปนี้

  • ประจำเดือนขาด
  • คลื่นไส้อาเจียน
  • เหม็นกลิ่นอาหาร หรือกลิ่นสามี
  • เหนื่อยง่าย อยากนอนตลอดเวลา
  • อารมณ์แปรปรวน หงุดหงิดบ่อย

ซึ่งนี่เป็นเพียงอาการส่วนหนึ่งที่พบได้บ่อยเท่านั้น โดยอาการแพ้ท้องในแต่ละคนอาจมีแตกต่างกันไปอีก ทั้งนี้คุณสามารถไปดูข้อมูลเพิ่มเติมอย่างละเอียดเกี่ยวกับอาการแพ้ท้องได้ที่นี่เลย

อาการแพ้ท้อง มักจะเกิดขึ้นช่วงไหน

โดยทั่วไปแล้ว อาการแพ้ท้อง เริ่มตอนไหนจะเกิดขึ้นในช่วงไตรมาสแรกของการตั้งครรภ์ หรือประมาณ 6 สัปดาห์นับจากการมีประจำเดือนครั้งสุดท้าย หลังจากนั้นจะค่อย ๆ ดีขึ้น เมื่อข้ามผ่าน 3 เดือนไปแล้ว ถึงแม้ว่าจะยังไม่มีข้อมูลอย่างชัดเจนว่า อาการแพ้ท้องเป็นยังไง เกิดจากอะไร แต่เป็นไปได้ว่าระดับฮอร์โมนในร่างกายของคุณแม่ จะมีการเปลี่ยนแปลงอยู่ตลอดเวลา ส่งผลให้เกิดอาการแพ้ท้องขึ้นได้นั่นเองค่ะ การรับมืออาการแพ้ท้องอาจจะไม่ง่าย และก็ไม่ใช่ว่าคุณแม่มือใหม่จะทำไม่ได้นะคะ เพราะวันนี้เรามีวิธีการรับมือกับอาการแพ้ท้องที่เห็นผลมาแนะนำค่ะ ตามนี้เลย

รับมืออาการแพ้ท้อง สำหรับคุณแม่มือใหม่

สำหรับวิธีการรับมือกับแพ้ท้อง อาการ ที่คุณแม่ทำได้เองที่บ้าน ก็มีดังต่อไปนี้

1.ขิงช่วยได้

คุณแม่สามารถดื่นน้ำขิงสด เพื่อลดอาการแพ้ท้องได้ เพราะขิงมีคุณสมบัติช่วยในการลดอาการคลื่นไส้ อาการวิงเวียนศรีษะ และบำรุงเลือด พร้อมกระตุ้นการไหวเวียนของเลือดให้ดีขึ้นอีกด้วย คุณแม่ที่เริ่มรู้สึกมีอาการแพ้ท้องสามารถดื่มน้ำขิงร้อน  ๆ หรือผสมน้ำขิงลงในน้ำผลไม้ได้เช่นกัน แต่สำหรับคุณแม่มือใหม่เกิดความสงสัยว่า ขิง มีผลต่อสุขภาพลูกในครรภ์หรือไม่ เราต้องบอกเลยค่ะ ขิงนี่แหละคือสุดยอดอาหารสำหรับคุณแม่ตั้งครรภ์อ่อน ๆ เพราะการที่คุณแม่รับประทานขิงสด หรือดื่มน้ำขิงอุ่นจะช่วยลดอาการแพ้ท้องได้เป็นอย่างดี ซึ่งน้ำมันหอมระเหยในขิงมีส่วนช่วยลดอาการวิงเวียน คลื่นไส้ อาเจียนได้อย่างมีประสิทธิภาพ แถมยังช่วยลดอาการท้องอืด ท้องเฟ้อ ลดอาการบวมน้ำได้อย่างยอดเยี่ยมเลยทีเดียวค่ะ

2.อย่าปล่อยให้ท้องว่าง

แพ้ท้อง อาการ ทุกครั้งที่คุณแม่มีอาการคลื่นไส้ อาเจียน คุณแม่ส่วนใหญ่จะไม่อยากรับประทานอาหารเพิ่มเข้าไปเพราะกลัวว่าจะมีอาการแพ้ท้องอีก แต่คุณแม่รู้หรือไม่ว่า การที่คุณแม่เกิดอาการแพ้ท้องไม่ได้เกิดจากอาหารนะคะ อาการแพ้ท้องเกิดจากการที่ระดับฮอร์โมนในร่างกายเกิดการเปลี่ยนแปลงอยู่ตลอดเวลา ทำให้ระบบต่าง ๆ ภายในร่างกายทำงานได้อย่างไปเป็นระบบ จนเกิดอาการวิงเวียน คลื่นไส้ และอาเจียน ถ้ายิ่งคุณแม่อาเจียนบ่อย ร่างกายก็ยิ่งอ่อนเพลีย หากปล่อยให้ท้องว่างร่างกายก็จะอ่อนล้า ไม่สามารถสู้กับอาการแพ้ท้องได้ ดังนั้น ไม่ว่าคุณแม่จะมีอาการแพ้ท้องที่รุนแรงมาเพียงใด ก็อย่าลืมทานอาหารที่ดีต่อสุขภาพเข้าไปมาก ๆ นะคะ และก็อย่ารับประทานเกินสัดส่วนที่เหมาะสมด้วย

แนะนำให้คุณแม่รับประทานอาหารในปริมาณที่น้อยลงแต่ถี่มากขึ้น เพื่อลดการเกิดอาการแพ้ท้องที่รุนแรง ช่วยปรับสมดุลของระดับน้ำตาลในเลือดให้ลงที่ คุณแม่อาจจะรับประทานอาหารเบา ๆ และมีคุณค่าต่อร่างกายในระหว่างวัน โดยอาหารที่รับประทานจะต้องไม่เป็นอาหารไขมันสูง หรืออาหารประเภททอด และรสจัด เพราะอาจทำให้คุณแม่มีอาการคลื่นไส้เพิ่มขึ้นได้ ทั้งนี้การรับประทานอาหารที่เย็น หรืออยู่ในอุณหภูมิห้องจะช่วยให้รับประทานได้ง่าย

3.ดื่มน้ำเยอะๆ (ดื่มเป็นสองเท่ากว่าปกติ)

การดื่มน้ำมาก ๆ สามารถช่วยป้องกันอาการเหนื่อยล้า อาการบวม และอาการวิงเวียนศีรษะได้เป็นอย่างดี คุณแม่ที่มีอาการแพ้ท้องควรดื่มน้ำให้มากขึ้นหรืออาจจะดื่มน้ำผลไม้เพิ่มไปก็ได้เช่นกันค่ะ ซึ่งของเหลวเหล่านี้สามารถช่วยบรรเทาอาการแพ้ท้องลงได้ แถมลูกในครรภ์ยังได้รับประโยชน์จากน้ำที่คุณแม่ดื่มเข้าไปอีกด้วย เพราะน้ำสามารถช่วยให้ร่างกายของลูกน้อยดูดซึมสารอาหารที่จำเป็นสู่เซลล์ ลำเลียงวิตามิน แร่ธาตุและฮอร์โมนให้กับเซลล์เม็ดเลือด ซึ่งจะส่งผ่านทางรกให้กับลูกในครรภ์ได้ดีขึ้น

Sponsored

4.นอนพักผ่อนให้เพียงพอ

สำหรับคุณแม่ที่กำลังตั้งครรภ์นั้น ร่างกายจะมีอาการอ่อนเพลียมากกว่าปกติ จะมีความรู้สึกว่าต้องการพักผ่อน เพื่อให้ระบบต่าง ๆ ภายในร่างกายทำงานอย่างเป็นสมดุล การนอนหลับพักผ่อนไม่เพียงพอ นอกจากร่างกายของคุณแม่ตั้งครรภ์จะรู้สึกอ่อนเพลียแล้ว อาจส่งผลต่ออาการแพ้ท้องที่รุนแรงได้ การนอนไม่เพียงพอ ยิ่งทำให้รู้สึกเวียนหัว เหนื่อยง่าย และกระตุ้นการอาเจียนง่ายขึ้น ถ้าจะให้ดีแนะนำให้คุณแม่นอนตั้งแต่หัวค่ำดีที่สุดค่ะ และหาเวลาพักผ่านช่วงกลางวันบ้าง เพื่อให้ร่างกายได้พักผ่อนเต็มที่ ลดอาการเวียนหัว ปรับสมดุลของฮอร์โมนให้เป็นปกติ

5.หลีกเลี่ยงสิ่งกระตุ้นให้เกิดอาการแพ้ท้อง

เมื่อร่างกายของคุณแม่ตั้งครรภ์อ่อนได้รับการกระตุ้นจากสภาพแวดล้อม อาจจะทำให้คุณแม่มีอาการแพ้ท้องอย่างรุนแรงได้ เนื่องจากความไวต่อการรับกลิ่นต่าง ๆ ดังนั้น คุณแม่จึงควรหลีกเลี่ยงอาหาร หรืออยู่ในสภาพแวดล้อมที่มีแต่มลภาวะ ทำให้รู้สึกคลื่นไส้ได้ง่าย หรือกระตุ้นให้อยากจะอาเจียน แนะนำให้คุณแม่สร้างบรรยากาศภายในบ้านให้ปลอดโปร่ง โล่งสบาย ปรับมุมนั่งเล่นให้เห็นสวนข้างบ้าน เพื่อให้รู้สึกสดชื่นอยู่เสมอ หากิจกรรมเล็ก ๆ ที่ช่วยเบนความสนใจจากอาการแพ้ท้อง เช่น การอ่านหนังสือ การดูโทรทัศน์ การเล่นเกม การปลูกต้นไม้ สิ่งเหล่านี้จะช่วยให้คุณแม่แพ้ท้องลดลงได้ค่ะ

6.ฝึกสมาธิ ผ่อนคลายความเครียด

แพ้ท้อง อาการเป็นยังไง ความเครียดเป็นหนึ่งปัจจัยที่ทำให้คุณแม่เกิดอาการแพ้ท้อง ซึ่งการนั่งสมาธิสามารถช่วยลดความกังวล ลดความเครียดของคุณแม่ลงได้ คุณแม่ควรหาเวลาทำจิตใจให้สงบ ทุกเช้าควรนั่งสมาธิ เพื่อปรับสมดุลในร่างกาย และปรับสภาพจิตใจให้สู่กับความเปลี่ยนแปลงต่าง ๆ ภายในร่างกาย จงคิดไว้เสมอว่ายังมีชีวิตน้อย ๆ ที่คุณแม่ยังต้องค่อยปกป้องอยู่อีกคน อย่าย่อมแพ้เพียงแค่อาการเล็ก ๆ น้อย ๆ เพราะมันเทียบไม่ได้เลยกับความสุขที่คุณแม่จะได้พบเมื่อครบกำหนดคลอด และได้เห็นหน้าลูกเป็นครั้งแรก

อาการแพ้ท้องเป็นเรื่องปกติ ที่คุณแม่ทุกคนจะต้องพบเจอ เมื่อคุณแม่มือใหม่รู้อย่างนี้แล้วว่าแพ้ท้อง อาการเป็นยังไง และมีวิธีรับมืออย่างไรบ้าง ก็มาเตรียมความพร้อมทั้งทางด้านร่างกายและจิตใจกันดีกว่าค่ะ เพื่อให้ลูกน้อยในครรภ์มีพัฒนาการที่ดีสมบูรณ์แข็งแรงตลอดการตั้งครรภ์นั่นเอง

= = = = = = = = = = = =

ติดตามความรู้ดี ๆ  และสาระดี ๆ เพิ่มเติม สำหรับแม่ตั้งครรภ์ และลูกน้อย ได้ที่ www.konthong.com หรือ ร่วมพูดคุยแลกเปลี่ยนกัน ได้ที่
https://www.facebook.com/teamkonthong/

We promise to provide the knowledge and know-how for new mom. More and more solutions about how can you grow up your baby. Feel free to contact us if any problems have occurred or have any questions you would like to know. Don’t forget to follow and keep in touch with us on Facebook

https://www.facebook.com/teamkonthong/

บทความน่ารู้ เพิ่มเติม คลิกเลย …..

1.ปอดอักเสบ เกิดจากอะไร? แม่ท้องเป็นโรคนี้จะส่งผลต่อลูกในครรภ์ไหม

2.อาการท้องแรก และ 7 เรื่องที่คุณแม่มือใหม่ต้องรู้