ความดันโลหิตสูงระหว่างตั้งครรภ์ คืออะไร
     คือ ภาวะที่มีความดันโลหิตสูง (> 140/90 มิลลิเมตรปรอท) หลังอายุครรภ์ 20 สัปดาห์ โดยไม่มีประวัติความดันโลหิตสูงเรื้อรังมาก่อน ร่วมกับตรวจพบไข่ขาวในปัสสาวะ นอกจากนี้บางรายอาจพบมีภาวะบวมร่วมด้วย ซึ่งความดันโลหิตที่สูงนี้จะกลับเป็นปกติหลังคลอด

ความดันโลหิตสูงระหว่างตั้งครรภ์ และผลกระทบต่อลูกในครรภ์

สาเหตุเกิดจากอะไร
     เชื่อว่าเป็นผลจากการหดรัดตัวของเส้นเลือดโดยทั่วไป จึงเกิดมีความดันโลหิตสูงตามมา หากมีความรุนแรงมากขึ้น อาจมีผลทำลายเนื้อเยื่อจากการขาดออกซิเจนของอวัยวะต่าง ๆ ที่สำคัญร่วมด้วย ได้แก่ ตับ ,ไต , สมอง นอกจากนี้ยังมีผลทำให้เลือดที่ผ่านรกไปยังทารกลดลง ส่งผลให้ทารกได้รับออกซิเจนและสารอาหารไม่เพียงพอ
สตรีตั้งครรภ์รายใดที่มีความเสี่ยงต่อภาวะนี้
     ภาวะนี้สามารถเกิดได้ในสตรีตั้งครรภ์ทุกคน โดยมีอุบัติการณ์ประมาณร้อยละ 5 อย่างไรก็ตามมีปัจจัยบางประการที่เพิ่มความเสี่ยง ได้แก่ สตรีตั้งครรภ์แรก , การตั้งครรภ์ที่มีทารกมากกว่าหนึ่งคนขึ้นไป , สตรีตั้งครรภ์ที่มีอายุมากกว่า 35 ปี , อ้วน , หรือมีประวัติความดันโลหิตสูง เรื้อรังมาก่อน
มีผลกระทบอย่างไรต่อการตั้งครรภ์
ผลต่อสตรีตั้งครรภ์  :  หากไม่ได้รับการดูแลรักษาที่ถูกต้อง อาจทำให้ภาวะของโรครุนแรงจนถึงขั้นชัก นอกจากนี้ยังส่งผลให้การทำงานของอวัยวะสำคัญอื่น ๆ ผิดปกติและเสียชีวิตได้
ผลต่อทารกในครรภ์  :  เนื่องจากภาวะนี้ส่งผลให้ปริมาณเลือดที่ผ่านรกมายังทารกลดลง ดังนั้นจึงอาจส่งผลกระทบให้ทารกเกิดภาวะโตช้าในครรภ์ และ/หรือทำให้ทารกมีสุขภาพที่ผิดปกติซึ่งอาจรุนแรงถึงขั้นเสียชีวิตในครรภ์ได้
ภาวะนี้มีอาการนำมาก่อนหรือไม่
     บางรายอาจมีภาวะบวมตามมือและหน้าหรือมีน้ำหนักตัวเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วนำมาก่อน อย่างไรก็ตามบางรายอาจไม่มีหรืออาการไม่แน่ชัดดังนั้นจึงควรมาตรวจครรภ์สม่ำเสมอตามแพทย์นัด เพื่อรับการวินิจฉัยและดูแลรักษาแต่เนิ่น ๆ หากเกิดภาวะดังกล่าวขึ้น
แนวทางการดูแลรักษา
     แพทย์อาจจะรับตัวไว้ในโรงพยาบาล เพื่อตรวจติดตามภาวะของโรคและสุขภาพของทารกได้อย่างใกล้ชิด หลักการรักษาภาวะนี้ขึ้นกับระดับความรุนแรงของโรคและอายุครรภ์ หากการ   ตั้งครรภ์ครบกำหนดหรือภาวะของโรคมีแนวโน้มที่จะรุนแรงขึ้น แนวทางการรักษา คือ ยุติการตั้งครรภ์ ซึ่งบางรายอาจจำเป็นต้องผ่าตัดคลอด อย่างไรก็ตาม หากการตั้งครรภ์ยังไม่พบกำหนดและภาวะของโรคยังสามารถควบคุมได้ อาจพิจารณาดำเนินการตั้งครรภ์ต่อไปภายใต้การดูแลของแพทย์ในโรงพยาบาล และพิจารณายุติการตั้งครรภ์ทันทีหากแพทย์เห็นว่าการดำเนินการ  ตั้งครรภ์ต่อไปอาจเป็นอันตรายต่อสุขภาพของมารดา
อาการที่บ่งว่าสภาวะของโรครุนแรงขึ้น และต้องแจ้งให้แพทย์ทราบทันที
– ปวดศีรษะมาก
– ตามัว
– จุกแน่นลิ้นปี่
– ปวดเกร็งท้อง เลือดออกทางช่องคลอด ซึ่งอาจเป็นอาการแสดงของรกลอกตัวก่อนกำหนด
ต้องรับการรักษาตัวในโรงพยาบาลนานเท่าใด
     ขึ้นกับความรุนแรงของโรค หากสภาวะของโรคดีขึ้นหลังสังเกตอาการในโรงพยาบาลระยะหนึ่งแล้ว และทารกในครรภ์ปกติดี อาจพิจารณาให้กลับไปพักผ่อนที่บ้านได้ ทั้งนี้แพทย์จะเป็นผู้ประเมินอย่างละเอียดว่าปลอดภัยพอหรือไม่
การปฏิบัติตนหากแพทย์อนุญาตให้ออกจากโรงพยาบาลได้
– พักผ่อนให้เพียงพอ
– นับจำนวนการดิ้นของทารกทุกวัน
– สังเกตอาการที่บ่งว่าสภาวะของโรครุนแรงขึ้น (ตามข้อ 7)
– มาตรวจติดตามตามแพทย์นัด อย่างไรก็ตามหากมีอาการผิดปกติข้อใดข้อหนึ่งตามข้อ 7 หรือทารกดิ้นน้อยกว่า 10 ครั้งต่อวัน ให้มาพบแพทย์ทันที
การตรวจติดตามหลังคลอด
     ความดันโลหิตที่เพิ่มสูงขึ้นจากภาวะนี้อาจมิได้ลดลงตามปกติทันทีหลังคลอด จึงจำเป็นต้องมาตรวจติดตามวัดความดันโลหิตหลังคลอดตามแพทย์นัด โดยทั่วไปความดันโลหิตสูงจากภาวะนี้ควรกลับสู่ปกติอย่างช้าไม่เกิน 12 สัปดาห์หลังคลอด หากความดันโลหิตคงสูงอยู่นานกว่านี้ อาจถือว่าสตรีรายนี้มีความดันโลหิตสูงเรื้อรังมาก่อน ซึ่งควรได้รับการดูแลจากอายุรแพทย์ ต่อไป
จะเกิดซ้ำในครรภ์ถัดไปหรือไม่
     มีโอกาสเกิดซ้ำได้ในครรภ์ถัดไป และโอกาสจะเพิ่มขึ้น หากภาวะความดันโลหิตสูงระหว่าง  ตั้งครรภ์ในครรภ์นี้  เกิดตั้งแต่อายุครรภ์น้อย ๆ ดังนั้นจึงควรมาฝากครรภ์แต่เนิ่น ๆ ในครรภ์   ถัดไป
สามารถป้องกันภาวะนี้ได้หรือไม่
     จนถึงปัจจุบันยังไม่มีข้อสรุปที่แน่ชัดถึงประสิทธิผลหรือข้อสนับสนุนการใช้ยา วิตามิน หรือสารอาหารใดในการป้องกันภาวะนี้ อย่างไรก็ตามควรปรึกษาแพทย์ที่ดูแลท่านเพื่อพิจารณาเป็นราย ๆ ไป

 

==========

Sponsored

ติดตามความรู้ดี ๆ  และสาระดี ๆ เพิ่มเติมสำหรับแม่ตั้งครรภ์และลูกน้อย ได้ที่  www.konthong.com หรือ ร่วมพูดคุยแลกเปลี่ยนกันได้ที่ https://www.facebook.com/teamkonthong/

ขอบคุณข้อมูล : โรงพยาบาลนนทเวช