ในปัจจุบันนี้มีโรคอุบัติขึ้นใหม่หลายโรค ซึ่งจะดีกว่าไหมถ้าคุณแม่ได้รับรู้ข้อมูลเกี่ยวกับโรคเหล่านี้ไว้ เพื่อเตรียมความพร้อมรับมือกับมัน รวมทั้งหาทางป้องกันหรือหลีกเลี่ยงไม่ให้เกิดโรคเหล่านี้กับลูกน้อยของคุณนั่นเอง โดยมี 3 โรคสุดแปลกที่ต้องระวังดังนี้

3 โรคสุดแปลก ที่มักเกิดขึ้นในเด็กเล็ก

โรคสุดแปลกที่ทำให้เด็กเล็กเกิดอาการเจ็บป่วย ก็มี 3 โรคดังต่อไปนี้

1.โรคเฮอร์แปงไจนา (Herpangina)

โรคสุดแปลกโรคแรกที่มีชื่อเรียกไม่คุ้นหูนี้ แต่สำหรับคุณแม่ที่มีลูกวัยอนุบาล อาจจะเคยได้ยินมาบ้าง เพราะเป็นโรคที่มักระบาดในโรงเรียน หรือสถานรับเลี้ยงเด็ก ที่เด็กได้อยู่และเล่นของเล่นร่วมกัน โดยการแพร่เชื้อผ่านการสัมผัสหรือรับประทานสิ่งที่ปนเปื้อนกับเสมหะ น้ำมูก น้ำลาย หรืออุจจาระของผู้ป่วย โดยช่วงระบาดของโรคนั้นคือช่วงฤดูฝน หรือช่วงที่เด็กเปิดเรียนนั่นเอง

สาเหตุ

โรคเฮอร์แปงไจนา คือ การติดเชื้อไวรัสในกลุ่มเอนเทอโรไวรัส (Enterovirus Infection)  ซึ่งเป็นไวรัสชนิดเดียวกันกับที่ทำให้เกิดโรคมือเท้าปาก เพียงแต่อาการของผู้ป่วยนั่นจะแตกต่างกัน โดยผู้ป่วยโรคเฮอร์แปงไจนาจะมีแผลเกิดขึ้นภายในช่องปากเท่านั้น

อาการ

เมื่อลูกติดเชื้อนี้มาแล้ว จะทำให้มีไข้ขึ้นสูงประมาณ 39.5-40 องศาเซลเซียล และจะมีแผลเกิดขึ้นที่บริเวณเพดานอ่อน ลิ้นไก่ และต่อมทอนซิล นอกจากนี้อาจมีอาการอื่นๆร่วมด้วยเช่น เจ็บคอ ปวดหัว ต่อมน้ำเหลืองในคอบวมโต เบื่ออาหาร และแม้ว่าอาการของโรคจะไม่รุนแรง แต่ก็ต้องระวังการชักจากไข้สูง รวมทั้งภาวะแทรกซ้อนที่อาจเกิดขึ้นได้

วิธีรักษาและป้องกัน

อย่างที่ทราบกันดีว่า โรคที่เกิดจากเชื้อไวรัสนั้นไม่มียารักษาโดยเฉพาะ การรักษาคือการรักษาตามอาการที่เกิดขึ้น เช่นการให้ยาลดไข้ ยาชาเพื่อปวดอาการปวดในช่องปาก รวมกับการให้ดื่มน้ำหรือของเย็นๆ เพื่อชดเชยการสูญเสียของเหลวในร่างกายจากอาการไข้ขึ้น ดังนั้นถ้าไม่อยากให้ลูกติดเชื้อไวรัสนี้ จึงไม่ควรพาลูกไปในสถานที่มีคนอยู่กันพลุกพล่น ไม่ปล่อยให้ไปใกล้ชิดกับผู้ป่วย หมั่นทำความสะอาดของเล่นบ่อยๆ และล้างมือด้วยน้ำสบู่ทุกครั้งหลังใช้ห้องน้ำ รวมทั้งก่อนและหลังมื้ออาหารด้วย

2.โรคโมยาโมยา

โรคโมยาโมยา คือโรคที่มีการอุดตันของเส้นเลือดแดงแคโรติด  ที่ใช้ไปเลี้ยงสมอง ดังนั้นเมื่อเลือดไปเลี้ยงสมองไม่เพียงพอ จึงทำให้เกิดกลุ่มหลอดเลือดใหม่ที่มีชื่อเรียกว่า Moyamoya vessels ขึ้นม เพื่อแทนหลอดเลือดที่อุดตัน โดยเส้นเลือดที่เกิดขึ้นมให่นี้มีลักษณะรายล้อมกันคล้ายกลุ่มควันบุหรี่ ตามความหมายของโมยาโมยา ในภาษาญี่ปุ่น ที่หมายถึงกลุ่มควันบุหรี่  และแม้ว่าจะเป็นโรคที่พบได้น้อย กล่าวคือมีโอกาสเกิดขึ้นได้เพียง 1ในล้านคนเท่านั้น แต่อาการของโรคก็ค่อนข้างน่าเป็นห่วงเมื่อพบในเด็กที่มีอายุ 1-4 ปี

สาเหตุ

มีการสันนิษฐานกันว่า โรคโมยาโมยานั้น มีสาเหตุมาจากความผิดปกติของโครโมโซม ซึ่งสามารถถ่ายทอดผ่านทางพันธุกรรม นอกจากนี้บางโรคยังมีความเกี่ยวข้องกับโรคโมยาโมยา เช่น ไทรอยด์เป็นพิษ กลุ่มอาการดาวน์ วัณโรค เป็นต้น

อาการ

อาการที่แสดงออกเนื่องมาจากสมองขาดเลือดชั่วคราว คือปวดศีรษะอย่างรุนแรง กล้ามเนื้ออ่อนแรง ความจำลดลง ชัก และมีการเคลื่อนไหวร่างกายที่ผิดปกติไป เป็นต้น

วิธีรักษาและป้องกัน

Sponsored

แพทย์จะทำการรักษาด้วยการผ่าตัดสมอง เพื่อให้เลือดสามารถไปเลี้ยงสมองได้ตามปกติ หรือให้ยาละลายลิ่มเลือด เพื่อไม่ให้เกิดการตีบตันของหลอดเลือดสมอง ดังนั้นถ้าพบว่ามีการอาการผิดปกติดังกล่าวเกิดขึ้น ควรรีบไปพบแพทย์เพื่อทำการเอกซ์เรย์สมองให้เร็วที่สุด

3.กลุ่มอาการเพรเดอร์-วิลลี

โรคชื่อแปลกที่สุด และพบได้ไม่บ่อย ซึ่งเป็นโรคที่เกิดจากความผิดปกติทางพันธุกรรม จึงถือว่าเป็นโรคที่ติดตัวมาตั้งแต่กำเนิด โดยโรคนี้ส่งผลทำให้เกิดปัญหาต่อระบบต่างๆของร่างกาย รวมไปถึงพัฒนาการด้านสติปัญญาของเด็กที่ไม่สมบูรณ์อีกด้วย

สาเหตุ

สาเหตุส่วนใหญ่ที่เกิดโรคนั้นมาจากความผิดปกติของโครโมโซมคู่ที่ 15 ที่ได้รับจากฝั่งพอ โดยอาจเป็นความผิดปกติบางส่วน หรือทั้งหมด ซึ่งความผิดปกตินี้ส่งผลให้เกิดการผลิตฮอร์โมนที่ใช้ควบคุมการเจริญเติบโตและความอยากอาหารผิดเพี้ยนไป

อาการ

อาการที่พบได้บ่อยในทารกนั้น คือ ตัวอ่อนปวกเปียก ไม่ค่อยเคลื่อนไหว ทานอาหารได้น้อย เนื่องจากไม่มีแรงดูดนม ร้องเบา การตอบสนองทางประสาทน้อย และเมื่อเติบโตขึ้น ก็จะมีอาการเหล่านี้ เช่น กินเก่งเพราะหิวมากผิดปกติ ร่างกายเติบโตช้า มือเท้าเล็ก อารมณ์ร้อน ดื้อ ต่อมไร้ท่อผิดปกติ พัฒนาการทางสมองช้า เป็นต้น

วิธีรักษาและป้องกัน

โรคนี้ไม่มีวิธีรักษาให้หายขาด ทำได้เพียงรักษาตามอาการที่เกิดขึ้น เช่น ให้ฮอร์โมนเพื่อทำให้ร่างกายเจริญเติบโต จัดโภชนาการที่เหมาะสม ฝึกพูด ฝึกทักษะทางร่างกายต่างๆ ควบคุมพฤติกรรมและติดตามการนอนหลับ เป็นต้น ส่วนวิธีป้องกันนั้น เนื่องจากเป็นโรคทางพันธุกรรม อาจจะป้องกันได้ยาก แต่การวางแผนการมีบุตร และอยู่ในการดูแลของแพทย์ก็อาจลดความเสี่ยงการเกิดโรคลงได้  นอกจากนี้ยังต้องระมัดระวังการกระทบที่อาจกระเทือนถึงสมองเด็กในระหว่างตั้งครรภ์ด้วย เพราะอาจส่งผลทำให้เป็นโรคนี้ได้

อัตราการเป็นโรค แม้ว่าคุณแม่จะพิจารณาแล้วว่าเกิดขึ้นได้น้อย แต่ก็ไม่ควรประมาท โดยเฉพาะกับเด็กเล็กๆ ซึ่งบางโรคอาจทำให้เด็กเสียชีวิตได้ ดังนั้นการดูแลเอาใจใส่อย่างใกล้ชิดจากคนในครอบครัวก็จะเป็นภูมิคุ้มกันที่ดีให้กับลูกๆ ได้

= = = = = = = = = = = =

ติดตามความรู้ดี ๆ  และสาระดี ๆ เพิ่มเติม สำหรับแม่ตั้งครรภ์ และลูกน้อย ได้ที่ www.konthong.com หรือ ร่วมพูดคุยแลกเปลี่ยนกัน ได้ที่
https://www.facebook.com/teamkonthong/

We promise to provide the knowledge and know-how for new mom. More and more solutions about how can you grow up your baby. Feel free to contact us if any problems have occurred or have any questions you would like to know. Don’t forget to follow and keep in touch with us on Facebook

https://www.facebook.com/teamkonthong/

บทความน่ารู้ เพิ่มเติม คลิกเลย …..

1.10 อาหารวิตามินอี คนท้องควรกิน เพื่อสุขภาพครรภ์ที่ดี

2.อาหารที่คนท้องควรกิน และไม่ควรกิน สำหรับคนท้องกรุ๊ปเลือด B