ในการเลี้ยงลูกนั้น สิ่งหนึ่งที่คุณแม่จะปล่อยผ่านหรือละเลยไม่ได้อย่างเด็ดขาด คืออาการปวดหัวของลูกรัก ซึ่งเกิดขึ้นได้จากหลากหลายสาเหตุ ทั้งอาการเจ็บป่วย บาดเจ็บ หรือจากพฤติกรรมบางอย่าง แม้ว่าอาการเหล่านี้จะไม่ก่อให้เกิดอันตราย แต่ก็ยังส่งผลกระทบต่อการทำกิจกรรมและอารมณ์ของลูกน้อยได้ ซึ่งอาการปวดหัวของลูกก็อาจเกิดได้จากหลากหลายสาเหตุดังต่อไปนี้

10 สาเหตุ ทำให้ลูกปวดหัว

มาดูกันเลยว่ามีสาเหตุอะไรบ้าง ที่ทำให้ลูกน้อยมีอาการปวดหัวบ่อยๆ ได้แก่

1. อาการปวดหัวเนื่องมาจากการเจ็บป่วย สำหรับลูกน้อยที่มีปัญหาด้านสุขภาพหรือโรคประจำตัวก็สามารถทำให้เกิดอาการปวดหัวได้เช่นกัน ไม่ว่าจะเป็นไข้หวัด โรคภูมิแพ้ โรคไซนัสอักเสบ หรือแม้แต่สภาวะซึมเศร้า

2. อาการปวดหัวเนื่องมาจากการที่ร่างกายได้รับการบาดเจ็บ ด้วยวัยที่กำลังซุกซนอาจก่อให้เกิดอุบัติเหตุต่างๆ อย่างเช่น ล้ม หรือการกระแทกบริเวณศีรษะ จึงส่งผลให้เกิดอาการบาดเจ็บตามมาได้

3. ผลพวงมาจากอารมณ์ด้านลบ วัยเด็กก็มีอาการต่างๆ อย่างความเครียด กังวล น้อยใจ ซึมเศร้า ไม่ต่างจากผู้ใหญ่สิ่งเหล่านี้ก่อให้เกิดอาการปวดหัวตามมาได้เช่นกัน

4. อาการปวดหัวเนื่องจากความเหนื่อยล้า ด้วยวัยที่กำลังใช้พลังงานในการทำกิจกรรมต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นการเดิมทาง การเรียน เป็นต้น

5. เกิดจากการที่ลูกน้อยได้รับประทานอาหาร หรือเรื่องดื่มบางชนิดที่มีส่วนผสมของคาฟอีน น้ำอัดลม กาแฟ และผงชูรส

6. มีการกระตุ้นต่อสิ่งเร้ามากเกินไป จึงทำให้ลูกน้อยมีอาการปวดหัว เช่น ดวงตามีการสัมผัสกับแสงไฟหน้าจอคอม หรือโทรศัพท์นานๆ วิ่งเล่นกลางแจ้งกลางแดดมาเกินไป สูดดมควันบุหรี่ ท่อไอเสีย หรือน้ำหอมมากเกินไป

7. มีสาเหตุหลักมาจากการขาดน้ำและอาหาร ด้วยวัยกำลังซน บางครั้งอาจมีการจดจ่อกับบางสิ่งมากจนเกินไป จึงไม่เข้าใจความต้องการของร่างกาย มีการดื่มน้ำและกินอาหารไม่เพียงพอหรือลูกน้อยบางคนแทบจะไม่ได้กินอะไรเลยจึงส่งผลให้เกิดการปวดหัวและเจ็บป่วยตามมา

8. ได้รับการพักผ่อนไม่เพียงพอ ด้วยวัยเด็กมักชื่นชอบความสนุก อยากเล่น อยากซุกซนไปตามวัยเลยไม่สนใจการนอนหรือการพักผ่อน พฤติกรรมเหล่านี้ก่อให้เกิดอาการปวดหัวและนอนไม่หลับได้เช่นกัน

9. พบค่าสายตาเปลี่ยนไปจากเดิม ลูกน้อยบางคนพบว่ามีการเปลี่ยนแปลงของค่าสายตาตั้งแต่เด็ก ส่งผลให้การมองเห็นมีการเปลี่ยนแปลงไปซึ่งสิ่งเหล่านี้อยู่ภายใต้ดวงตาที่มองเห็น สามารถก่อให้เกิดอาการปวดหัวได้เช่นกัน

10. อาการปวดหัวเนื่องจากการเปลี่ยนแปลงของฮอร์โมน เมื่อลูกน้อยเริ่มเข้าสู่ช่วงวัยรุ่น จะมีการเปลี่ยนแปลงหลายๆอย่างรวมถึงฮอร์โมนที่อยู่ภายในร่างกายด้วย ระดับฮอร์โมนที่สูงนั้นส่งผลให้เกิดอาการปวดหัวได้เช่นกัน โดยเฉพาะเด็กผู้หญิงที่เข้าสู่งช่วงวัยของการมีประจำเดือน

วิธีสังเกตอาการปวดหัวในเด็กแต่ละชนิด

เด็กโตหากมีอาการปวดหัวไม่ค่อยมีปัญหาสักเท่าไหร่ สามารถพูดหรือบอกแก่คุณพ่อคุณแม่ได้แล้ว แต่สำหรับลูกน้อยวัยทารกหรืออยู่ในช่วงวัยที่ยังไม่สามารถบอกได้ คุณพ่อคุณแม่จะต้องดูแลและสังเกตุพฤติกรรมของลูกด้วยว่าแปลกไปจากเดิมหรือไม่ มีอาการผิดปกติหรือไม่ ซึมกว่าเดิมมั้ย ซึ่งอาการปวดหัวจะแบ่งได้ 3 แบบดังนี้

ปวดหัวแบบคลัสเตอร์ Cluster Headache

อาการปวดหัวชนิดนี้จะมีอาการปวกแปลบๆ ลูกน้อยจะรู้สึกปวดแสบปวดร้อนเหมือนมีอะไรมาทิ่มแทงศีรษะข้างใด้ข้างหนึ่งอยู่ตลอดเวลา ซึงการการปวดลัดษณะนี้จะเกิดขึ้นพร้อมๆกับอาการคัดจมูกน้ำมูกไหล กระสับกระส่าย ตาบวม สามารถเกิดขึ้นได้วันละหลายครั้งนานหลายวันติดต่อกันเลยทีเดียว แต่การปวดชนิดนี้พบเป็นส่วนน้อยกับเด็กที่ต่ำกว่า 10 ปี

ปวดหัวแบบเทนชัน Tension Headache

จะมีอาการเหมือนมีอะไรมากดหรือบีบบริเวณศีรษะตลอดเวลา อาจเป็นได้ทั้งด้านหน้า ด้านหลัง หรือทั้ง 2 ด้านพร้อมกันอาการปวดลักษณะนี้จะรู้สึกปวดหน่วงๆ ตื้อๆ ไปเรื่อยๆไม่รุนแรงเท่าไหร่แต่ส่งผลกระทบต่อการนอนพักผ่อนของลูกรัก

Sponsored

ปวดหัวไมเกรน Migraine

ลูกน้อยจะรู้สึกถึงอาการปวดตุบๆ นอกเหนือจากนี้ยังมีอาการอื่นๆ แทรกซ้อนเข้ามาด้วยเช่นเวียนศีรษะ คลื่นไส้ อาเจียน ปวดท้อง ร่วมเข้ามาด้วย

วิธีดูแลรักษา เมื่อลูกมีอาการปวดหัว

กรณีที่ลูกน้อยมีอาการปวดหัว คุณพ่อคุณแม่สามารถดูแลรักษาอาการเบื้องต้นได้ดังนี้

1. ในลูกน้อยได้รับการพักผ่อนนอนหลับให้เพียงพอ โดยจัดสถานที่ในการนอนเป็นห้องที่มืดสนิท ไร้เสียงรบกวน ที่สำคัญจะต้องเป็นที่ที่มีอากาศถ่ายเทได้สะดวก ไม่ร้อนจนเกินไป

2. คุณพ่อคุณแม่จะต้องดูและเรื่องอาหารการกินของลูกน้อย พยายามให้เขาทานอาหารให้ครบ 5 หมู่และกินทุกมื้อเพื่อให้เพียงพอต่อความต้องการของร่างกาย

3. หลีกเลี่ยงการตากแดดนานๆ แสงจ้า หรือสถานที่ที่มีเสียงดัง

4. ดูแลกำกับให้ห่างไกลเครื่องดื่มที่มีส่วนประกอบของคาเฟอีน หรืออาหารที่มีส่วนผสม หรือสารกระตุ้นที่ก่อให้เกิดการปวดหัว

5. ใช้ผ้าชุบน้ำบิดหมาดๆ ประคบหน้าผากและดวงตาเอาไว้

6. หากคุณพ่อคุณแม่สงสัยว่าลูกรักมีค่าสายตาที่เปลี่ยนไป หรือผิดปกติ แนะนำให้พาไปตรวจวัดค่าสายตาเพื่อจะได้ใส่แวนปรับสมดุลค่าสายตา

7.  ให้ลูกน้อยกินยาแก้ปวดสำหรับเด็ก หากไม่ดีขึ้นให้รีบปรึกษาแพทย์ทันที

อาการปวดหัวของเจ้าตัวเล็กดูแลไม่ยาก สำหรับลูกน้อยที่อยู่ในวัยพูดยังไม่ได้จะต้องมีการสังเกตุ หรือดูแลมากเป็นพิเศษ เพื่อจะได้รีบรักษาให้หายเป็นปกติที่สุด ไม่ว่าจะเป็นการปวดหัวที่รุนแรงหรือไม่ย่อมส่งผลต่อการพัฒนาการของลูกน้อยแน่นอน

= = = = = = = = = = = =

ติดตามความรู้ดี ๆ  และสาระดี ๆ เพิ่มเติม สำหรับแม่ตั้งครรภ์ และลูกน้อย ได้ที่ www.konthong.com หรือ ร่วมพูดคุยแลกเปลี่ยนกัน ได้ที่
https://www.facebook.com/teamkonthong/

We promise to provide the knowledge and know-how for new mom. More and more solutions about how can you grow up your baby. Feel free to contact us if any problems have occurred or have any questions you would like to know. Don’t forget to follow and keep in touch with us on Facebook

https://www.facebook.com/teamkonthong/

บทความน่ารู้ เพิ่มเติม คลิกเลย …..

1.ทำความรู้จักกับสารอาหารในนมแม่ เช็คสิ มีอะไรบ้าง

2.7 วิธีดูแล ทำความสะอาดเต้านม พร้อมกระตุ้นน้ำนมแม่