นิสัยที่ คุณแม่มือใหม่พึงระวัง ในการเลี้ยงลูกน้อยเพราะไม่ใช่เรื่องง่ายอย่างที่คิด ยิ่งคุณแม่มือใหม่ทั้งหลายพึงระวังนิสัยบางอย่างที่จะติดตัวเจ้าหนูต่อไป รวมถึงคุณแม่อย่าให้เกิดความเคยชินหรือใช้นิสัยเช่นนี้บ่อย ๆ เรามาดูกันว่ามีนิสัยอะไรบ้างที่คุณแม่พึงระวัง

คุณแม่มือใหม่พึงระวัง

นิสัยที่ คุณแม่มือใหม่พึงระวัง ในการเลี้ยงลูกน้อยเพราะไม่ใช่เรื่องง่ายอย่างที่คิด

1.ติดหัวนมยาง

คุณแม่หลายๆท่านอาจจะให้ลุกน้อยของตนเองดูดหัวนมยางเพื่อเจ้าตัวเล็กเกิดเอะอะอาละวาดขึ้นมาและเพื่อให้เจ้าตัวน้อยเกิดอาการสงบขึ้นมาได้ แต่ถ้าคุณแม่ใช้วิธีนี้เป็นเวลานานเกรงว่าจะมีผลกระทบต่อฟันของลูกได้ คือฟันเรียงตัวไม่สวยหรือบางคนอาจมีปัญหาเรื่องฟันหน้ามีขนาดสั้น และในบางกรณีอาจมีปัญหาต่อการพูดของเด็กทำให้พูดช้า   สำหรับข้อแนะนำในการเลิกจุกนมยาง คือ คุณแม่ควรหาของเล่นให้ลูกเล่นแทนเพื่อเบนความสนใจจากจุกนมยาง ทางที่ดีไม่ควรให้ลูกติดจุกนมยางตั้งแต่เล็กจะดีที่สุดค่ะ

2.ใช้อาหารเป็นเครื่องหลอกล่อประโลมใจ

การให้นมแก่ลูกน้อยถือเป็นเรื่องปกติหากลูกหิว  แต่ถ้าคุณแม่เลือกใช้วิธีการที่ว่า  เมื่อไรที่ลุกร้องขึ้นเป็นต้องให้กินนม อย่างนี้เรียกว่าการให้นมพร่ำเพรื่อซึ่งมีผลเสียจะทำให้ลูกติดขวดนมและติดการกินจนเป็นนิสัยส่งผลต่อน้ำหนักตัวที่จะเพิ่มมากขึ้นตามไปด้วย  คุณแม่หลายๆท่านอาจจะชื่นชอบเด็กตัวอ้วนพุงพลุ้ยดูน่ารักดี  แต่ถ้าอ้วนตั้งแต่เด็กและไม่มีวี่แววว่าจะลดลงได้ถือเป็นเรื่องอันตายต่อสุขภาพ  โดยเฉพาะในปัจจุบันเด็กๆมักจะชอบรับประทานของที่ไม่มีประโยชน์ขนมกรุบกรอบ  ขนมหวาน  หรืออะไรก็ตามที่สามารถหยิบเข้าปากได้ง่ายและตลอดเวลา  เช่น  เวลาที่ดูโทรทัศน์ก็รับประทานขนมขบเคี้ยวไปด้วยเพราะติดนิสัยตั้งแต่เล็กๆที่เวลาร้องไห้ขึ้นมาก็จะได้กินนม  ทั้งๆที่ลูกของคุณอาจไม่ได้หิว  ถือเป็นการปลูกฝังนิสัยการกินพร่ำเพรื่อตั้งแต่เด็ก  สำหรับผู้เขียนเองการให้นมลูกตั้งแต่เล็กจะให้ตามเวลาทุก 2-3 ชั่วโมงให้เด็กเกิดความเคยชินและจะค่อยๆเรื่อยๆเมื่อเด็กโตขึ้น วิธีนี้ช่วยให้ลูกไม่ติดขวดนมด้วยค่ะ

3.สร้างบรรยากาศในบ้านให้เงียบจนเกินเหตุ

ความต้องการที่จะให้ลูกน้อยของคุณนอนหลับอย่างเพียงพอเพื่อตื่นมาจะได้สบายกายสบายใจไม่ร้องโยเย  คุณแม่หลายๆท่านจึงทำให้บ้านหรือห้องนอนของลูกนอนเงียบสงัดปราศจากเสียงใดๆรบกวนเพื่อให้ลูกหลับอย่างสบาย  แต่นั่นเป็นวิธีการที่ทำให้ลูกคุณเคยชินและคุณจะต้องทำเช่นนี้ในทุกๆที่แม้ไม่ใช่บ้านของคุณเอง  แท้ที่จริงแล้วคุณแม่ควรฝึกให้ลูกน้อยในที่ที่มีเสียงรบกวนได้ เช่น  เสียงพัดลม  เสียงแอร์ เสียงพูดคุย  เพราะการนอนหลับของทารกร่างกายจะปิดสวิตซ์ทันทีเมื่อทารกหลับเขาจะไม่ได้ยินเสียงใดๆหากเขาหลับสนิทจริงๆ  เรื่องนี้เห็นจะจริงแท้แน่นอนเพราะลุกของผู้เขียนก็สามารถนอนหลับในขณะที่มีเสียงโทรทัศน์หรือเสียงพูดคุยกันได้  ซึ่งในตอนนั้นเจ้าตัวเล็กรู้สึกง่วงมากและหลับลึกจริงๆ  เพราะเราคงไม่สามารถจัดทุกๆให้เป็นเหมือนห้องนอนในบ้านของเราได้ค่อยๆฝึกเจ้าตัวน้อยนะคะที่นี้เวลาออกไปที่ไหนคุณแม่ก็ไม่ลำบากแล้วค่ะ ลูกก็สามารถปรับตัวได้  เรียกว่าดีทั้งแม่และลูกทีเดียว

4.ตอบสนองลูกมากเกินไป

ในช่วงวันแรกเกิดจนถึง 6 เดือน แน่นอนว่าคุณแม่ต้องตอบสนองในสิ่งที่ลูกต้องการได้โดยเร็ว ร้องขึ้นมาสิ่งแรกก็ควรจุอุ้มแล้วสำรวจดูว่าเจ้าหนูต้องการอะไร แต่ถ้า 6 เดือนขึ้นไปแล้ว  คุณแม่ควรฝึกให้เรียนรู้เกี่ยวกับการอคอยได้บ้างแล้ว  แต่ไม่ใช่รอนานๆนะคะอาจเกิดอาการหงุดหงิดได้  เพียงแค่เจ้าหนูร้องไห้ขึ้นมาคุณแม่ไม่จำเป็นต้องรีบเข้าไปอุ้มแกทันที  รอให้ร้องสัก 2-3 นาทีค่อยเข้าไปดูที่เตียง  คุณแม่อาจจะแขวนโมบายน่ารักให้ลูกได้มองตามเพื่อสำรวจสิ่งรอบๆตัวเพลินไปก่อน  เป็นการฝึกการอคอยแต่อย่าให้รอนานจนเกิดอาการหงุดหงิดอาจจะทำให้กลายเป็นเด็กขี้โมโหได้ ค่อยๆฝึกนะคะ เพื่อพัฒนาการที่ดีให้กับลูกของคุณ

Sponsored

5.ไกวเปลเห่กล่อมจนกว่าลูกจะหลับ

คุณแม่บางท่าเวลาจะให้ลูกน้อยนอนหลับอาจจะใช้วิธรอุ้มเห่กล่อมหรือไกวเปล  แต่เม่าไหร่ที่ลุกน้อยของคุณเริ่มโตขึ้นและเขาเคยชินกับวิธีการเห่กล่อมหรือไกวเปลหรือหลับคาขวดนม  ย่อมทำให้คุณแม่ลำบากมากขึ้นและทำให้ลูกน้อยไม่สามารถนอนหลับได้ด้วยตนเอง  ซึ่งแท้ที่จริงแล้วการฝึกให้ลูกน้อยนอนหลับด้วยตนเองในบรรยากาศที่สบายๆ ลองเช็คดูว่าหลับลึกหลับจริงหรือไม่ด้วยวิธีการตบก้นเบาๆ จะเป็นวิธีการที่ดีกว่า  การที่คุณต้องอุ้มเจ้าหนูที่นับวันจะโตขึ้นๆ แล้วจะร้องไห้โยเยหากคุณแม่ไม่เห่กล่อมหรือไกวเปลเขา  ค่อยๆฝึกนะคะเพื่อให้ลูกน้อยของคุณนอนหลับได้ด้วยตนเองอย่างสบายใจ

ลองตรวจสอบดูนะคะว่าคุณแม่กำลังฝึกนิสัยใดๆตามหัวข้อที่ได้บอกมานี้บ้างลองมาปรับเปลี่ยนกันดูนะคะ

ร่วมแชร์บทความเพื่อมอบสาระความรู้เกี่ยวกับแม่ท้องและเรื่องราวในแง่มุมต่าง ๆ ตั้งแต่การตั้งครรภ์ไปจนถึงวิธีการการเลี้ยงดูทารก และสารพันความรู้อีกมากมาย  ที่เป็นประโยชน์แก่ผู้สนใจอื่น ๆ มาร่วมสร้างสังคมออนไลน์ที่มีคุณภาพเต็มเปี่ยมไปด้วยสาระและเกร็ดความรู้ดี ๆกับเพจทีมคนท้องกันนะคะ

========================

ติดตามความรู้ดี ๆ  และสาระดี ๆ เพิ่มเติมสำหรับแม่ตั้งครรภ์และลูกน้อย ได้ที่  www.konthong.com หรือ ร่วมพูดคุยแลกเปลี่ยนกันได้ที่ https://www.facebook.com/teamkonthong/