เรื่องของกรดโฟลิคยังเป็นเรื่องที่คุณแม่ตั้งครรภ์ โดยเฉพาะคุณแม่มือใหม่ที่อาจจะยังไม่ทราบถึงคุณประโยชน์ของโฟลิค  ว่ามีความสำคัญต่อทารกในครรภ์มากเพียงใด  โฟลิคช่วยไม่ให้ลูกพิการและ ความสำคัญของโฟลิค ที่แม่ท้องจำเป็นต้องได้รับ

ความสำคัญของโฟลิค

ซึ่งบทความนี้ผู้เขียนจะได้นำเสนอเรื่องราวความสำคัญของโฟลิคที่แม่ท้องจำเป็นต้องได้รับ เพื่อลูกน้อยในครรภ์จะได้มีสุขภาพดีและอาการครบ 32 !!!! เมื่ออ่านถึงตรงนี้แล้ว  อยากอ่านต่อแล้วใช่ไหมคะ ติดตามอ่านกันเลยค่ะ

โฟลิคช่วยไม่ให้ลูกพิการและ ความสำคัญของโฟลิค ที่แม่ท้องจำเป็นต้องได้รับ

กรดโฟลิก (Folic Acid) คืออะไร

1.กรดโฟลิก Folic Acid หรือเรียก โฟเลต, โฟลาซิน คือ วิตามินบี 9 จัดอยู่ในกลุ่มของ วิตามินบีรวม

2.กรดโฟลิกไม่สามารถเก็บสะสมไว้ในร่างกายได้ คุณแม่จำเป็นต้องได้รับอาหารนี้ทุกวัน  โดยเฉพาะในช่วงแรกของการตั้งครรภ์ ปริมาณที่ควรได้รับ คือ  0.4 มิลลิกรัม/วัน

3.กรดโฟลิกในทางการแพทย์ยืนยันแล้วว่ามีความปลอดภัย  ไม่มีผลข้างเคียงและไม่สะสมในร่างกาย  จึงสามารถทานได้ติดต่อกันเป็นเวลานานได้ เพราะร่างกายจะกำจัดส่วนเกินไปเองโดยธรรมชาติ

อาหารที่อุดมไปด้วยกรดโฟลิก

1.ในพืช  กรดโฟลิกสามารถพบได้ในผักใบเขียวทั่วไป  เช่น บรอคโคลี่ พืชตระกูลถั่ว หน่อไม้ฝรั่ง  ข้าวสาลี ข้าวซ้อมมือ  กล้วย  ส้ม  เป็นต้น

2.ในสัตว์  พบกรดโฟลิกจาก ตับมากที่สุด

3.นอกจากในอาหารแล้ว สามารถรับกรดโฟลิกในรูปของผลิตภัณฑ์เสริมอาหารในนม   อาหารเช้าสำเร็จรูปบางชนิด  ธัญพืช  และในรูปแบบยาเม็ดวิตามินเดี่ยวหรือวิตามินบีรวม

ความสำคัญของกรดโฟลิกกับแม่ท้อง

กรดโฟลิก Folic Acid มีความสำคัญต่อการตั้งครรภ์เป็นสารอาหารที่จำเป็นและต้องได้รับอย่างเพียงพอทั้ง

Sponsored

ก่อนและหลังตั้งครรภ์ ที่สำคัญคุณแม่ต้องได้รับกรดโฟลิกให้เพียงพอเริ่มตั้งแต่ 2 – 3 สัปดาห์หลังปฏิสนธิ  มาดูกันว่ากรดโฟลิกมีความสำคัญอย่างไร

1.กรดโฟลิก มีความสำคัญต่อการสร้างเซลล์ใหม่ ๆ  ช่วยในการดูดซึมน้ำตาลและโปรตีน และเป้ฯส่วนสำคัญในการสร้างเม็ดเลือด

2.ในช่วง 2 – 3 สัปดาห์แรกหลังปฏิสนธิหรือหลังจากที่คุณแม่ทราบว่าตั้งครรภ์แล้ว  ร่างกายต้องได้รับกรดโฟลิกในปริมาณที่เพียงพอ  เพราะกรดโฟลิกมีส่วนสำคัญในการแบ่งตัวของเซลล์ ให้เป็นไปอย่างสมบูรณ์ เสริมสร้างโครงสร้างที่แข็งแรงให้กับเซลล์

3.กรดโฟลิกช่วยในการจัดโครงสร้างสมองของทารกในครรภ์ หากแม่ท้องไม่ได้ทานกรดโฟลิกหรือร่างกายได้รับกรดโฟลิกไม่เพียงพอ  ทารกน้อยเสี่ยงที่เกิดความพิการ  เช่น  เป็นโรคสมองเปิด  คือ  เกิดช่องโหว่ที่ปลายสมอง  เพราะหลอดเลือดสมองสร้างตัวไม่สมบูรณ์   ทำให้เดินไม่ได้  ควบคุมการขับถ่ายไม่ได้  คล้ายกับผู้ที่มีอาการดาวน์ซินโดรม  หรือเป็นโรคปากแหว่งเพดานโหว่ หรือเกิดความพิการที่แขน  ขา หัวใจ  ปอด หรือกระดูก

4.คุณแม่หลังคอลดแล้วการทานโฟลิกก็ยังเป็นผลดีต่อทารกน้อยนะคะ  หากแม่ทานโลฟิกลูกจะได้รับกรด  โฟลิกผ่านทางน้ำนม  ที่สำคัญแม่ต้องทานโฟลิกให้เพียงพอเพื่อจะได้ส่งต่อไปยังลูก ปริมาณที่ร่างกายต้องการ คือ  150 – 200 ไมโครกรัม / วัน

คุณหมอแนะนำ

หากแต่งงานแล้วและวางแผนจะมีลูก  ควรทานโฟลิกเตรียมไว้เลย  โยเฉพาะในช่วงตั้งครรภ์ 3  เดือนแรก จะช่วยลดโอกาสความพิการของลูกได้  โดยทั่วไปคุณหมอจะจัดยาเม็ดโฟลิกให้คุณแม่ในช่วง 3 เดือนแรกเพราะไม่แน่ใจว่าคุณแม่แต่ละคนจะได้รับโฟลิกเพียงพอหรือไม่ ที่สำคัญคุณแม่ควรรับประทานผัก  ผลไม้สดทุกมื้อเพื่อประโยชน์แก่ตัวคุณแม่และทารกน้อย

ร่วมแชร์บทความเพื่อมอบสาระความรู้เกี่ยวกับแม่ท้องและเรื่องราวในแง่มุมต่าง ๆ ตั้งแต่การตั้งครรภ์ไปจนถึงวิธีการการเลี้ยงดูทารก และสารพันความรู้อีกมากมาย  ที่เป็นประโยชน์แก่ผู้สนใจอื่น ๆ มาร่วมสร้างสังคมออนไลน์ที่มีคุณภาพเต็มเปี่ยมไปด้วยสาระและเกร็ดความรู้ดี ๆกับเพจทีมคนท้องกันนะคะ

========================

ติดตามความรู้ดี ๆ  และสาระดี ๆ เพิ่มเติมสำหรับแม่ตั้งครรภ์และลูกน้อย ได้ที่  www.konthong.com หรือ ร่วมพูดคุยแลกเปลี่ยนกันได้ที่ https://www.facebook.com/teamkonthong/