น้ำมันปลาแคปซูล แม่ท้องจะสามารถซื้อน้ำมันปลาแคปซูลมาทานบำรุงครรภ์เอง เพื่อให้ลูกน้อยฉลาดตั้งแต่อยู่ในท้อง ได้หรือไม่? น้ำมันปลามีประโยชน์ดีอย่าง แล้วจะหาได้จากไหน?

Q : เป็นแม่ตั้งครรภ์มือใหม่ค่ะ ตอนนี้อายุครรภ์ได้ 4 เดือนแล้ว พอดีไปอ่านเจอว่าถ้าเราบำรุงครรภ์ โดยการทานน้ำมันปลาที่มี DHA มีโอเมก้า 3 จะช่วยให้ลูกในครรภ์มีพัฒนาการทางสมองที่ดีอย่างนี้ถ้าดิฉันไปซื้อวิตามินที่เป็นน้ำมันปลามี DHA มาทานเอง จะช่วยได้หรือไม่คะ

น้ำมันปลาแคปซูล แม่ท้องจะทานบำรุงเพื่อให้ลูกฉลาดตั้งแต่อยู่ในท้อง ได้หรือไม่?

A : น้ำมันปลา หรือ fish oil คุณแม่มือใหม่หลายคนสอบถามเข้ามาเหมือนกัน เพราะอยากทราบข้อมูลที่ชัดเจน ด้วยทุกวันนี้สมัยนี้การซื้อยา หรือการซื้อวิตามินต่าง ๆ มาบำรุงครรภ์ มักจะตัดสินใจซื้อเร็วแถมซื้อได้ง่าย เพราะอาจจะอ่านเจอในที่ต่าง ๆ หรือคนอื่นแนะนำ โดยยังไม่ได้ศึกษาข้อมูลที่ถูกต้องอย่างที่แท้จริง

แม่ตั้งครรภ์ทุกคนล้วนต้องการสรรหาสิ่งที่ดี เพื่อให้ลูกในครรภ์ได้รับสิ่งที่ดีนั้น ยิ่งเป็นเรื่องของความฉลาดบอกเลยว่าร้อยทั้งร้อยต้องอยากได้แน่นอน  ตามมาด้วยการสืบค้นว่าอะไรที่จะช่วยให้ทารกในครรภ์มีพัฒนาการทางสมองที่ดีและสร้างความทารกให้ในครรภ์ฉลาดได้

น้ำมันปลา หรือ fish oil  มีส่วนช่วยในเรื่องนี้ได้จริง ด้วยน้ำมันปลาคือส่วนที่ได้มาจากไขมันปลา มีกรดไขมันไม่อิ่มตัวที่จำเป็นต่อร่างกาย จำพวกกรดไขมันในกลุ่มโอเมก้า  3 และมีดีเอชเอ หรือ DHA (Docosahexaenoic acid ) เป็นส่วนประกอบ ซึ่ง DHA ก็คือสารสำคัญที่จะช่วยในการพัฒนาสมองทารก หรือพูดง่าย ๆ คือ DHA มีส่วนช่วยให้ทารกฉลาด และเป็นโครงสร้างพื้นฐานของเซลล์สมอง และประสาทตานั่นเอง

แล้วจะทานน้ำมันปลาอย่างไรให้ได้ประโยชน์กับทารกในครรภ์มากที่สุด?  การทานน้ำมันปลาที่พอดีสำหรับแม่ตั้งครรภ์ จะอยู่ในปริมาณ 200 มิลลิกรัมต่อวัน หรือทานปลาวันละ 1  ตัว ก็เพียงพอแล้ว โดยควรทานบำรุงในช่วงอายุครรภ์ไม่เกิน 6 เดือน เพราะหากอายุครรภ์มากกว่า 6 เดือน อาจส่งผลให้เกิดภาวะเลือดแข็งตัวช้า

จะหา DHA จากไหน? อาหารที่ให้สารอาหารประเภท DHA จะอยู่ในกลุ่มอาหารอาหารทะเล อาทิ ปลาทะเลแซลมอน ปลาทูน่า ปลาซาร์ดีน กุ้ง  สาหร่ายทะเล หอย ปู หรือที่หาได้ง่าย ๆ จะอยู่ในไข่แดง การทานแค่สัปดาห์ละ 2 มื้อ ก็ถือว่าเป็นการบำรุงครรภ์ที่เพียงพอสำหรับแม่ตั้งครรภ์แล้ว และในปัจจุบันยังพบว่า ปลาน้ำจืดไทยหลายชนิดก็มี DHA สูงไม่แพ้อาหารทะเลเช่นกัน อาทิ ปลาตะเพียน ปลาช่อน ปลาสวาย เป็นต้น หรืออื่น ๆ อาทิ เมล็ดฟักทอง ข้าวโอ๊ต ถั่วอัลมอลต์ เป็นต้น

Sponsored

ดังนั้นหากตอบคำถามที่ว่า ซื้อน้ำมันปลามาทานเอง จะช่วยให้ทารกในครรภ์มีพัฒนาการทางสมองที่ดีได้จริงหรือไม่ ขอแนะนำว่า อยากให้ทานอาหารที่ได้น้ำมันปลาจากธรรมชาติจะดีกว่า เพราะปลอดภัยกับสุขภาพครรภ์มากกว่า ซึ่งน้ำมันปลาที่อยู่ในแบบของยาเม็ดหรือแคปซูล ถึงแม้จะหาซื้อง่ายและดูว่าอาจจะไม่ส่งผลอันตรายใด ๆ  แต่ทั้งนี้ส่วนใหญ่วิตามินในรูปแบบยาต่าง ๆ ก็มักมีการระบุข้างฉลากเอาไว้ว่า ไม่เหมาะสำหรับสตรีมีครรภ์!! แต่หากในกรณีที่เลี่ยงไม่ได้เพราะในแม่ตั้งครรภ์บางคนทานปลาทาน ทานอาหารทะเล ไม่ได้ เพราะอาจจะเหม็นกลิ่นคาว เจอกลิ่นทีไรเป็นต้องเวียนหัว คลื่นไส้ ก็อาจจะต้องเปลี่ยนมาทานในรูปแบบวิตามินเสริม โดยควรได้รับคำแนะนำจากหมอที่ฝากครรภ์หรือผู้เชี่ยวชาญจะดีที่สุด

= = = = = = = = = = = =

ติดตามความรู้ดี ๆ  และสาระดี ๆ เพิ่มเติม สำหรับแม่ตั้งครรภ์ และลูกน้อย ได้ที่ www.konthong.com หรือ ร่วมพูดคุยแลกเปลี่ยนกัน ได้ที่
https://www.facebook.com/teamkonthong/

We promise to provide the knowledge and know-how for new mom. More and more solutions about how can you grow up your baby. Feel free to contact us if any problems have occurred or have any questions you would like to know. Don’t forget to follow and keep in touch with us on Facebook

https://www.facebook.com/teamkonthong/

บทความน่ารู้ เพิ่มเติม คลิกเลย …..

1.6 คุณประโยชน์ของนมแพะ มาดูสิว่ามีอะไรบ้าง

2.นมแพะดีอย่างไร ทำไมจึงเป็นตัวช่วยเสริม ที่ดีต่อลูกรัก