ลูกดิ้น อยากจะดิ้น…ก็ดิ้นเถอะลูก ทำไมบางทีลูกก็ดิ้นมากเหมือนจังหวะร็อก บางทีก็ดิ้นน้อยเหมือนจังหวะสโลว์ หรือบางทีก็ไม่ดิ้นเลย พลอยทำให้แม่ต้องเป็นห่วง การดิ้นของเจ้าตัวเล็กในท้อง มันหมายความว่าอะไรกันบ้างนะ??
ลูกดิ้น

ลูกดิ้น …

ความรู้สึกที่มีใครสักคนกำลังดิ้นอยู่ในท้องเรานี่มันดูน่าสนุก น่าตื่นเต้น และคงจะจั๊กจี้น่าดู มีคุณแม่เคยถามว่า “ทำไมเด็กในท้องต้องดิ้นด้วย” ก็นั่งคิดตั้งนานว่าทำไมเขาต้องดิ้นด้วย นอนอยู่เฉยๆไม่ได้หรือไง ถึงวันนี้ก็ยังบอกไม่ได้ว่าดิ้นทำไม แต่ถ้าเด็กมันพูดได้ก็คงจะบอกว่า “ก็นอนอยู่เฉยๆไม่รู้ทำจะอะไร ก็อยากจะดิ้นยืดเส้นยืดสายบ้าง แล้วจะทำไม”
หนู “ดิ้น” แล้วนะ
เมื่อลูกในท้องเริ่มก่อร่างสร้างตัว ก็จะเริ่มสร้างระบบประสาทส่วนกลางก่อน แล้วทยอยสร้างระบบเส้นเลือด ระบบกล้ามเนื้อตามมา หากตรวจด้วยอุลตราซาวนด์ในช่วงสัปดาห์ที่ 6 ก็จะเห็นตัวเด็กเป็นเม็ดเล็กๆเท่าเม็ดข้าวสาร สัปดาห์ต่อมาจะเห็นหัวใจเด็กเต้น และลูกจะดิ้นครั้งแรกในสัปดาห์ที่ 8 เมื่อเห็นลูกในท้องดิ้นเป็นครั้งแรก คุณแม่ทุกคนจะรู้สึกตื่นเต้นมาก มันเป็นความรู้สึกที่เหมือนกับว่า เราไม่ได้อยู่คนเดียวนะตอนนี้ มีลูกอีกคนอยู่ในท้องเราตอนนี้ด้วย …อย่างที่เคยบอกไงว่า ความรู้สึกของความเป็นแม่ เริ่มต้นที่ตรงนี้นี่เอง
เวลาหมอเห็นลูกในท้องของคุณแม่ดิ้น หมอก็พลอยดีใจไปด้วย เพราะถ้าเด็กในท้องสามารถดิ้นได้ แสดงว่าระบบประสาท ระบบกล้ามเนื้อ ระบบไหลเวียนโลหิต สามารถทำงานสัมพันธ์กันได้แล้ว ซึ่งหมายความว่าท้องนั้นจะมีความเสี่ยงต่อการแท้งน้อยมาก เมื่ออายุครรภ์มากขึ้น ลูกในท้องก็จะเริ่มดิ้นมากขึ้นเรื่อยๆ แต่ในช่วงท้องอ่อนๆคุณแม่จะยังไม่รู้สึกว่าลูกดิ้นหรอกครับ เพราะช่วงนี้ถุงน้ำคร่ำจะมีขนาดใหญ่พื้นที่เยอะเมื่อเทียบกับขนาดของตัวเด็กที่ยังเล็กอยู่ เวลาดิ้นขาเด็กยังถีบไม่ถึงผนังมดลูกด้านตรงข้าม แม่ก็เลยไม่ค่อยรู้สึกถึงแรงสะเทือนนี้เท่าไหร่..แต่ยิ่งนานวันขึ้นลูกตัวโตขึ้นเรื่อยๆ จนขาสามารถถีบไปชนผนังด้านตรงข้ามได้ และถีบแรงพอที่จะจับความรู้สึกได้ นั่นแหละครับแม่ถึงได้รู้สึกว่ามีอะไรสักอย่างกำลังดิ้นอยู่ในท้อง
เวลาลูกดิ้นครั้งแรกบางคนบอกว่าเหมือนปลาตอด ผมเองเกิดมายังไม่เคยลองให้ปลาตอดเลยไม่รู้ว่าเวลาปลาตอดจะรู้สึกยังไง บางทีมันก็อธิบายความรู้สึกประหลาดๆ ในท้องเวลาลูกดิ้นออกมาเป็นคำพูดได้ยากเหมือนกัน เวลาคุณแม่ถามผมว่า “เวลาลูกดิ้นจะรู้สึกอย่างไร” …ผมก็จะบอกให้คุณสามีกลับบ้านไปไล่จับจิ้งจกมาสักตัว แล้วให้คุณแม่กำไว้ในมือ ความรู้สึกที่มีอะไรสักอย่างดิ้นดุกดุกในมือนั่นล่ะใกล้เคียงสุด ไม่รู้คุณแม่จะกล้ากำจิ้งจกหรือเปล่า กลัวจะร้องกรี๊ดๆ..เดี๋ยวชาวบ้านชาวช่องจะตกใจ
ท้องแรกต้องดิ้นอย่างนี้
ปกติแล้วในคุณแม่ท้องแรกจะรู้สึกลูกดิ้นครั้งแรกเมื่อตั้งครรภ์ได้ 18-20 สัปดาห์ ส่วนในท้องหลังๆ จะรู้สึกว่าลูกดิ้นเร็วขึ้น ประมาณ 16-18 สัปดาห์ก็รู้สึกแล้วครับ คุณแม่บางคนรู้สึกลูกดิ้นตั้งแต่ 14 สัปดาห์ก็มี แต่บางคนก็กว่าจะรู้สึกลูกดิ้นก็เกือบ 22 สัปดาห์ก็มี มีปัจจัยเยอะแยะที่ทำให้คุณแม่แต่ละคนรู้สึกลูกดิ้นไม่เท่ากัน
ลูกดิ้นช้ากว่าชาวบ้านเขา ก็ทำให้คุณแม่หลายๆคนกลุ้มอกกลุ้มใจได้ เพื่อนที่นั่งทำงานใกล้ๆกัน ท้องใกล้เคียงกัน ของเขาลูกดิ้นจนรู้สึกแล้ว แต่ของเราทำไมไม่รู้สึกสักที….ลูกจะเป็นอะไรหรือเปล่า ลูกจะพัฒนาการช้าหรือเปล่า คิดแล้วก็กลุ้มเหมือนกันนะ
ดิ้นช้า ดิ้นเร็ว มันขึ้นกับรูปร่าง ทรวดทรง ความอ้วน ความผอม กิจกรรมต่างๆ ของแม่รวมทั้งลักษณะทางกายภาพของมดลูกและรกด้วย เห็นไหมครับว่าเรื่องมันเยอะจริงๆ
คุณแม่ที่ผอมมีผนังหน้าท้องบางๆ จะรู้สึกลูกดิ้นได้เร็วกว่าคุณแม่ที่อ้วนมีหน้าท้องหนาๆ คุณแม่ที่ผอมก็มักมีสะโพกแคบครับ มดลูกที่โตขึ้นก็จะลอยขึ้นไปสัมผัสหน้าท้องเร็วก็ยิ่งทำให้จับความรู้สึกได้เร็ว ส่วนคุณแม่ที่อ้วนก็มักจะมีสะโพกกว้าง มดลูกที่โตขึ้นจะจมอยู่ในกระดูกเชิงกราน กว่าจะลอยขึ้นไปก็ใช้เวลานานกว่า ดังนั้น คนที่ยิ่งอ้วนยิ่งตัวใหญ่จะรู้สึกลูกดิ้นช้ากว่าคนตัวเล็กตัวผอม
งานการของคุณแม่ก็มีส่วนเหมือนกันนะครับ คุณแม่ที่เป็นแม่บ้าน วันๆ นั่งๆ นอนๆ จะรู้สึกลูกดิ้นเร็วกว่า ส่วนคุณแม่ที่ทำงานทั้งวันหาเวลาว่างเอาใจใส่กับตัวเองแทบไม่ได้จะรู้สึกลูกดิ้นช้ากว่า แหมก็เดินไปเดินมาทั้งวันนี่ครับจะไปรู้สึกอะไร
ตำแหน่งการเกาะของรกภายในมดลูก ก็มีผลต่อการรู้สึกลูกดิ้นด้วย รกนั้นมีลักษณะคล้ายฟองน้ำนิ่มๆ คอยดูดซับส่งผ่านสารอาหารต่างๆ และออกซิเจนไปให้ลูกในครรภ์ หากรกเกาะทางด้านหน้า ตัวเด็กก็จะอยู่ในโพรงมดลูกชิดไปทางด้านหลัง เวลาเด็กดิ้นก็จะไปถีบโดนรกนิ่มๆ ทางด้านหน้า ทำให้ผนังหน้าท้องรับความรู้สึกการดิ้นของเด็กได้น้อยลง ส่วนกรณีที่รกเกาะทางด้านหลัง เด็กจะอยู่ชิดมาทางด้านหน้า เวลาเด็กดิ้นจะรู้สึกได้เร็วกว่า ท่านอนของเด็กก็มีส่วนสำคัญเหมือนกัน หากเด็กนอนหันหน้าออกไปทางหน้าท้อง เวลาดิ้นก็จะทำให้รู้สึกชัดกว่าเด็กที่หันหน้าถีบเข้าด้านในของลำตัว
เห็นมั้ยครับว่าลูกของเราไม่จำเป็นต้องดิ้นเท่าๆ กับคนอื่น ถ้าเพื่อนตัวผอมๆเห็นปั๊บก็รู้เลยว่าเขาน่าจะรู้สึกลูกดิ้นเร็ว ส่วนคุณแม่ที่อ้วนๆ ตัวกว้างๆ ทำใจได้เลยครับว่ากว่าจะรู้สึกลูกดิ้นคงต้องนานกว่าคนอื่นๆ เขาแน่ๆ
ดิ้นแบบไหนดี…ไม่ดี
ในแต่ละวันลูกจะใช้เวลาดิ้นประมาณ 20% และใช้เวลานอนเยอะหน่อยกว่า 80% จะดิ้นมากในช่วงก่อนและหลังอาหารทุกมื้อ แล้วจะดิ้นมากอีกทีประมาณ 3 ทุ่มถึงตี 1 คุณแม่หลายคนอาจนึกเอาเองว่าลูกคงหิวมั๊งถึงได้ดิ้นน่าดู แต่ที่จริงลูกไม่ได้หิวหรอกครับ ..คนที่หิวที่จริงก็คือตัวคุณแม่นั่นเอง เวลาหิวท้องมันก็ร้องจ๊อกๆ เสียงลำใส้ดังโครกคราก …ลูกที่อยู่ในท้องกำลังนอนหลับอยู่ดีๆ ก็ต้องตกใจตื่น เพราะด้านบนของมดลูกจะเป็นลำไส้ขดไปขดมา เสียงโครกครากของลำใส้ก็จะดังอยู่บนหัวลูกพอดี ลูกนอนอยู่ดีดี ก็นึกว่าเป็นเสียงฟ้าร้อง ก็เลยสะดุ้งตื่น นี่เป็นอีกเหตุผลหนึ่งที่ทำให้พบว่าลูกจะดิ้นมากในช่วงที่แม่หิว กับหลังอิ่มใหม่ๆ คุณแม่หลายคนก็ยังสงสัยว่าลูกในท้องไม่ยอมหลับไม่ยอมนอนกันบ้างหรือยังไงถึงได้ตื่นขึ้นมาดิ้นทั้งคืน ที่จริงแล้วลูกในท้องไม่รู้จักหรอกครับว่าเวลาไหนเป็นกลางวัน เวลาไหนเป็นกลางคืน ข้างในท้องมันก็ไม่มีนาฬิกาให้ดู แค่อยากจะนอนก็นอน อยากจะตื่นก็ตื่น แล้วลูกในท้องเขาก็ไม่รู้หรอกว่าคนข้างนอกเขาจะตื่นตอนกลางวัน แล้วต้องนอนตอนกลางคืน
เหตุที่ลูกในท้องมักจะหลับตอนกลางวัน ตื่นตอนกลางคืน ก็เพราะตอนกลางวันคุณแม่ต้องมีกิจกรรมต่างๆ มากมาย ต้องเดิน ต้องลุก ต้องนั่ง ทำโน่นทำนี่ ซึ่งต้องใช้พลังงานตลอดทั้งวัน เลือดที่ถูกปั๊มออกจากมาหัวใจของคุณแม่ก็ต้องไปเลี้ยงอวัยวะต่างๆของร่างกายคุณแม่เองเสียเป็นส่วนใหญ่ เหลือเลือดส่งมาเลี้ยงมดลูกเลี้ยงลูกในท้องไม่เท่าไหร่ ในช่วงกลางวันลูกเลยต้องอยู่แบบ Save mode คือ ดิ้นน้อยๆ ใช้พลังงานน้อยๆ
แต่พอช่วงกลางคืน คุณแม่ได้นอนพัก ร่ายกายใช้พลังงานน้อยลง เลือดไปเลี้ยงร่างกายของคุณแม่เองน้อยลง เลือดที่ออกมาจากหัวใจก็ถูกส่งไปเลี้ยงมดลูกมากขึ้น ลูกก็ได้รับอาหารได้รับออกซิเจนมากขึ้น ก็เลยดิ้นมากกว่าในตอนกลางคืน …(คนที่นอนน้อย อดนอน ก็มักจะมีปัญหาเรื่องลูกตัวเล็ก หรือ น้ำหนักตัวแรกคลอดน้อยกว่าปกติด้วย)
Sponsored
แล้วอีกอย่างหนึ่งเวลากลางคืนแม่ได้นอนพัก กล้ามเนื้อต่างๆ ก็คลายตัวลงทำให้สามารถจับความรู้สึกได้มากกว่า แต่ถ้าหากคุณแม่ขี้เซาหลับเพลินไม่รู้เรื่อง ลูกดิ้นเท่าไหร่ก็คงไม่รู้สึกหรอกครับ
ลูกของคุณแม่ในท้องจะดิ้นแรงขึ้นๆ ถี่ขึ้นเรื่อยๆ จนจะไปดิ้นมากที่สุดเมื่อตั้งครรภ์ 32 สัปดาห์ โดยเฉลี่ยจะดิ้นประมาณ 264 ครั้งต่อวัน คุณแม่บางคนอาจรู้สึกว่าดิ้นแรงจนเจ็บเลยก็มี บางคนบอกว่ามันดิ้นดุ๊กๆเหมือนตัวเอเลี่ยนกำลังไชอยู่ในท้อง ช่วงที่ลูกดิ้นมากและดิ้นแรงด้วยนี้บางทีก็ทำให้คุณแม่หลายๆคนมีอาการมดลูกแข็งตัวบ่อยๆ ได้ด้วย หากแข็งมากแข็งบ่อยมากกว่าปกติก็ควรไปหาคุณหมอนะครับ ไม่งั้นเดี๋ยวลูกอาจจะได้ออกมาดิ้นข้างนอกก่อนเวลาก็เป็นได้
หลังจาก 32 สัปดาห์แล้ว ลูกในท้องก็จะโตขึ้นเรื่อยๆ จนคับมดลูกทำให้พื้นที่ในการดิ้นในมดลูกลดลง เมื่อลูกไม่มีที่จะดิ้น จึงทำให้คุณแม่รู้สึกเหมือนลูกดิ้นน้อยลง ที่จริงลูกก็ดิ้นเท่าเดิมแหละครับ แต่เขาดิ้นแบบพลิกไปพลิกมาหรือโก่งตัวแทนที่จะถีบ หรือชกเหมือนเมื่อก่อน ยิ่งใกล้คลอด มดลูกมีการบีบตัวบ่อยๆบางทีก็รู้สึกเหมือนลูกดิ้นน้อยลง แต่หากลูกดิ้นน้อยลงผิดสังเกตก็ควรรีบไปพบคุณหมอทันที อย่ารอจนหยุดดิ้นไปเป็นวันๆแล้วค่อยไปหาหมอ เพราะหากรอจนถึงตอนนั้นบางรายก็อาจจะช่วยไม่ทันแล้วก็ได้
สาเหตุที่ลูกไม่ดิ้น ก็มักเกิดจากเหตุใดๆก็ตามที่ทำให้เด็กได้รับอาหาร หรือ ออกซิเจนน้อยลง เช่น สายสะดือพันคอ หรือ รกเสื่อมสภาพ เมื่อลูกดิ้นน้อยลงคุณหมอจะตรวจดูว่าเด็กมีสุขภาพดีอยู่หรือเปล่า โดยฟังเสียงหัวใจเด็ก ใช้เครื่องติดตามการเต้นของหัวใจร่วมกับการบันทึกการดิ้นของเด็ก หรือ ตรวจด้วยอุลตร้าซาวด์ ถ้าตรวจดูทั้งหมดแล้วไม่มีปัญหาอะไรก็จะรอให้เจ็บท้องเอง แต่ระหว่างนี้ต้องคอยสังเกตลูกดิ้นอยู่เรื่อยๆ
ปกติแล้วลูกควรดิ้นมากกว่า 4 ครั้งใน 1 ชั่วโมง ถ้าใน 1 ชั่วโมงดิ้นน้อยกว่า 4 ครั้งก็ให้นับต่อไปจนครบ 6 ชั่วโมง ใน 6 ชั่วโมงนี้ต้องดิ้นเกิน 10 ครั้ง หากน้อยกว่านี้ก็ควรไปหาคุณหมอดีกว่า
แต่ถ้าเด็กดิ้นน้อย แล้วตรวจดูพบว่าเด็กไม่แข็งแรง หรือมีปัญหาอย่างอื่นร่วมด้วย เช่น น้ำคร่ำน้อย ภาวะเติบโตช้า แบบนี้ให้คลอดออกมาเลี้ยงข้างนอกจะปลอดภัยกว่า
ลูกดิ้น บอกตำแหน่ง
เวลาลูกดิ้น เราจะจับความรู้สึกได้ว่าถีบตรงไหน ตรงไหนแรง ตรงไหนเบา ตรงไหนที่แม่รู้สึกลูกถีบแรงๆหนักๆก็มักจะเป็นเท้า ตรงไหนเขี่ยไปเขี่ยมากุ๊กกิ๊ก ก็มักจะเป็นแขนเป็นมือ ถ้าลูกถีบบน หัวก็จะอยู่ด้านล่าง …ถ้าลูกถีบล่างๆแสดงว่าหัวอยู่บน คุณแม่หลายคนตอนท้องอ่อนๆอาจจะกังวลว่าลูกดิ้นต่ำๆ แปลว่าจะเกิดการคลอดก่อนกำหนดหรือเปล่า ที่จริงถ้าถีบลงล่างก็แสดงว่าหัวอยู่บน หรือยังไม่กลับหัวนั่นเอง จะถีบตรงไหนแต่มดลูกไม่เคยบีบตัวก็ไม่มีทางคลอดหรอกครับ
แล้วเวลาลูกถีบบน ก็ต้องดูว่าถีบไปข้างซ้าย หรือถีบไปข้างขวา ถ้าถีบขวาหันขวา ถีบซ้ายหันซ้าย เพราะลูกถีบไปข้างหน้าได้อย่างเดียว ยังเตะจรเข้ฟาดหางกลับหลังไม่เป็น
ถ้าคุณแม่จับความรู้สึกดีดี ตัวคุณแม่นั่นแหละครับที่จะบอกได้ดีที่สุดว่าลูกนอนท่าไหน ตอนท้องแก่ๆ ถ้าเจ็บหัวหน่าวด้านล่าง แสดงว่าหัวเด็กกดทับหัวหน่าวอยู่ แล้วก็จะถีบมากด้านบนๆ แล้วก็ดูว่าท้องด้านนึงจะโก่งแข็งๆ แสดงว่าด้านนั้นเป็นหลังโก่งยันอยู่ อีกด้านจะรู้สึกเด็กถีบ หรือกระแทกเบาๆ ด้านนั้นก็เป็นมือเป็นเท้า ตอนท้องแก่ๆเด็กอาจจะดิ้นกลับซ้ายกลับขวาได้ แต่ไม่ค่อยกลับบนกลับล่าง คุณแม่ลองสังเกตุดูเองก็ไม่ยากหรอกครับ สนุกดีเหมือนกัน
ใกล้คลอด…ก็ยิ่งชอบดิ้น
ช่วงใกล้คลอดนี่แหละที่คุณแม่หลายๆคนนอนไม่ค่อยหลับ ไม่รู้เป็นเพราะตื่นเต้นกังวลเกี่ยวกับการคลอดหรือเปล่า แต่ที่แน่ๆเจ้าลูกตัวดีนี่แหละที่คอยดิ้นจนแม่ไม่ได้หลับไม่ได้นอน เพราะระหว่างที่ดิ้นลูก อดรีนาลินจากลูกก็อาจส่งผ่านเข้ามาในกระแสเลือดของแม่ทำให้แม่นอนไม่หลับก็ได้ แต่ทฤษฎีนี้ก็ยังไม่เป็นที่ยืนยันชัดเจนนะครับ แต่ที่รู้แน่ๆ คือลูกในท้องจะดิ้นตอนกลางคืนเป็นเวลาตรงกันทุกวันเหมือนกับลูกมีนาฬิกาปลุกอยู่ข้างในมดลูกด้วยแน่ะ ถ้าลูกดิ้นเที่ยงคืน ตี2 ตี4 6โมง เขาก็จะดิ้นตรงเวลาเป๊ะทุกวัน แม่ก็ต้องถ่างตาตื่นขึ้นมาพร้อมๆ กับลูกดิ้นทุกทีจนนานวันเข้าก็จะเริ่มชินกับการตื่นบ่อยๆ ไปเอง
หลังคลอดไปแล้วดูนาฬิกาได้เลยครับ ลูกจะตื่นกินนมตอนกลางคืนตรงเวลากับที่เขาเคยดิ้นตอนอยู่ในท้องเป๊ะ เวลาไหนเวลานั้นเลยทีเดียว
ตัวคุณแม่ก็สบายหน่อยเพราะได้เคยตื่นกลางคืนบ่อยๆ ตามเวลามาจนชินแล้ว กลายเป็นว่าลูกสอนแม่ให้แม่หัดตื่นเป็นเวลา (ที่ลูกจะตื่นกินนม) มาตั้งแต่ลูกยังไม่คลอดออกมาเลย แต่ก็จะตื่นกินนมตอนกลางคืนแค่สามสี่เดือนแรกเท่านั้นเอง หลังจากนั้นก็จะนอนจะตื่นแบบคนปกติทั่วๆไป
คุณแม่คนไหนที่ลูกดิ้นทั้งคืน ไม่มีหยุดเลยก็คงหนักหน่อย สงสัยลูกคงตื่นไม่ยอมนอนทั้งคืน ..คุณแม่อดนอนสามสี่เดือน ใครมาเจอหน้าก็คงจำหน้าไม่ได้เป็นแน่
ขอบคุณข้อมูลโดย : นพ.อานนท์ เรืองอุตมานันท์

========================

ติดตามความรู้ดี ๆ  และสาระดี ๆ เพิ่มเติมสำหรับแม่ตั้งครรภ์และลูกน้อย ได้ที่  www.konthong.com หรือ ร่วมพูดคุยแลกเปลี่ยนกันได้ที่ https://www.facebook.com/teamkonthong/