การดิ้นของทารกเป็นสัญญาณสำคัญอย่างหนึ่ง  ที่คุณแม่จะรับรู้ได้ว่าทารกในครรภ์มีชีวิตมีความแข็งแรงคุณแม่ทุกคนจึงต้องหมั่นนับว่าทารกมีการดิ้นที่ดีหรือไม่อย่างไร มีวิธีการนับง่ายๆ คือตั้งแต่เวลา 6 โมงเช้า ถึง 6 โมงเย็น หรือเริ่มในเวลาใดก็ได้แต่ให้ครบ 12 ชั่วโมง ทารกควรจะดิ้นเกิน 10 ครั้ง หากน้อยกว่า 10 ครั้งแล้ว ควรรีบไปพบคุณหมอซึ่งคุณหมอจะใช้เครื่องมือตรวจดูว่าสุขภาพของทารกแข็งแรงหรือไม่ ถ้าตรวจพบว่าสุขภาพของทารกไม่ดีอาจตัดสินใจยุติการตั้งครรภ์ให้ทารกคลอดก่อนกำหนดแล้วนำมาเลี้ยงข้างนอก

การดิ้นของทารกเป็นสัญญาณสำคัญอย่างหนึ่งที่คุณแม่จะรับรู้ได้ว่าทารกในครรภ์มีชีวิตมีความแข็งแรงคุณแม่ทุกคนจึงต้องหมั่นนับว่าทารกมีการดิ้นที่ดีหรือไม่อย่างไร มีวิธีการนับง่ายๆ คือตั้งแต่เวลา 6 โมงเช้า ถึง 6 โมงเย็น หรือเริ่มในเวลาใดก็ได้แต่ให้ครบ 12 ชั่วโมง ทารกควรจะดิ้นเกิน 10 ครั้ง หากน้อยกว่า 10 ครั้งแล้ว ควรรีบไปพบคุณหมอซึ่งคุณหมอจะใช้เครื่องมือตรวจดูว่าสุขภาพของทารกแข็งแรงหรือไม่ ถ้าตรวจพบว่าสุขภาพของทารกไม่ดีอาจตัดสินใจยุติการตั้งครรภ์ให้ทารกคลอดก่อนกำหนดแล้วนำมาเลี้ยงข้างนอก คุณแม่สามารถนับการดิ้นได้อีกวิธีหนึ่งคือ ให้นับหลังอาหาร 3 เวลา เช้า กลางวัน และเย็น รวมกันครบ 10 ครั้งก็ใช้ได้ ช่วงเวลาที่ทารกเริ่มดิ้นเป็นครั้งแรกนั้นคุณแม่อาจจะไม่สามารถรับรู้ได้เลยเพราะว่าขนาดทารกที่เล็กมาก แต่มีน้ำคร่ำ คอยปกป้องกีดขวางกับเนื้อหนังของคุณแม่จึงทำให้ไม่รู้สึกถึงการดิ้น ต่อมาภายหลังเมื่อขนาดทารกโตขึ้นมาอีกคุณแม่จึงรับรู้ถึงการดิ้นและสามารถนับจำนวนการดิ้นได้ ช่วงสัปดาห์ที่ 16 ถึง 20 ทารกในครรภ์เริ่มดิ้นเป็นครั้งแรก ในครรภ์แรกนั้นคุณแม่อาจจะยังไม่รู้สึกเท่าไรนักว่าลูกดิ้นแล้วนะ ซึ่งมักจะรู้สึกว่าลูกดิ้นเมื่ออายุครรภ์ประมาณ 20 สัปดาห์ไปแล้ว สำหรับคุณแม่ที่เคยท้องมาแล้วจะรู้สึกเร็วกว่าคืออายุครรภ์ประมาณ 18 สัปดาห์ คุณแม่รู้สึกถึงอาการลูกดิ้นเป็นครั้งแรก ซึ่งโดยทั่วไปลูกจะเริ่มดิ้นในสัปดาห์ที่ 16 - 20 คุณแม่จะรู้สึกตื่นเต้นและรู้สึกได้อย่างชัดเจนว่าลูกน้อยอยู่ในครรภ์จริงๆ และกำลังเติบโตขึ้นอย่างแข็งแรงเมื่อทารกน้อยมีอายุ 4 เดือนขึ้นไป ก็จะสามารถได้ยินและฟังเสียงต่างๆ ที่เกิดขึ้นใกล้ๆ ตัวคุณแม่ได้เป็นอย่างดีและชัดเจน ทุกครั้งที่คุณแม่มีอาการไอ จาม หัวเราะ ก็จะทำให้เกิดความสั่นสะเทือนไปจนถึงถุงน้ำคร่ำและทำให้ทารกสะดุ้งหรือถีบขาไปด้วย ช่วงสัปดาห์ที่ 24 ถึง 28 เมื่ออายุครรภ์ตั้งแต่ 6 เดือน เจ้าหนูจะดิ้นอย่างมีความหมายและสื่อสารกับคุณแม่ได้เช่น หิว ตกใจเพราะได้ยินเสียงดังหรือเมื่อคุณแม่เปลี่ยนอิริยาบถเร็วๆ ในที่ทำงาน หรือแม่สะอึกบ่อยๆ ลูกก็รับรู้จนอาจสะดุ้งตกใจ หรือแม้แต่ความเครียดของคุณแม่ก็ส่งผลให้ลูกดิ้นบ่อยได้ด้วยความแรง คุณแม่จึงควรรักษาอารมณ์ให้เบิกบานแจ่มใสอยู่เสมอเพื่อการพัฒนาด้านสมองและอารมณ์ของลูก ช่วงสัปดาห์ที่ 29 ภายในมดลูกจะเริ่มมีการบีบตัวมากขึ้นเล็กน้อย ดังนั้นลูกน้อยในครรภ์อาจจะมีการเคลื่อนไหวน้อยลง แต่อาจรู้สึกว่าเด็กดิ้นแรงขึ้น ช่วงสัปดาห์ที่ 32 ลูกน้อยในครรภ์อาจเคลื่อนไหวมากยิ่งขึ้นก่อนที่จะเริ่มกลับหัวลง ช่วงสัปดาห์ที่ 36 เนื่องจากพื้นที่ในครรภ์เริ่มแคบลงเรื่อยๆ คุณแม่อาจรู้สึกได้ว่าการเคลื่อนไหวของลูกน้อยเป็นไปอย่างยากลำบากโดยเฉพาะเวลาที่ลูกน้อยเตะชายโครง ช่วงสัปดาห์ที่ 36 ถึง 40 โดยปกติคุณแม่จะรู้สึกว่าลูกดิ้นน้อยลงหรืออาจจะเท่าเดิมเมื่อใกล้ครบกำหนดคลอด แต่อย่างไรก็ตามทารกยังควรดิ้นอยู่ในเกณฑ์ขั้นต่ำคือ 10 ครั้งใน 24 ชั่วโมง ในทางการแพทย์ที่อายุเท่านี้จำนวนครั้งที่ทารกดิ้นต้องเท่าเดิมแต่ความแรงอาจลดลงได้ กรณีที่ทารกดิ้นน้อยลงเป็นสัญญาณอันตรายว่าทารกกำลังหายใจไม่ออก และกำลังจะเสียชีวิต คุณหมออาจตัดสินใจผ่าออกทางที่อายุครรภ์ไม่ถึงเจ็ดเดือน ได้ทราบกันแล้วนะคะว่าการดิ้นของทารกน้อยเป็นอย่างไรในช่วงแต่ละเดือน ในระหว่างนี้คุณแม่อาจจะกระตุ้นพัฒนาการของเจ้าหนูด้วยการใช้ไฟฉายส่อง อ่านหนังสือให้ลูกฟัง หรือจะฟังเพลงสบาย ๆ เพื่อผ่อนคลาย เพราะเจ้าตัวน้อยเริ่มคุ้นเคยกับเสียงของคุณแม่แล้วนะคะ ร่วมแชร์บทความเพื่อมอบสาระความรู้เกี่ยวกับแม่ท้องและเรื่องราวในแง่มุมต่าง ๆ ตั้งแต่การตั้งครรภ์ไปจนถึงวิธีการการเลี้ยงดูทารก และสารพันความรู้อีกมากมาย ที่เป็นประโยชน์แก่ผู้สนใจอื่น ๆ มาร่วมสร้างสังคมออนไลน์ที่มีคุณภาพเต็มเปี่ยมไปด้วยสาระและเกร็ดความรู้ดี ๆกับเพจทีมคนท้องกันนะคะ
คุณแม่สามารถนับการดิ้นได้อีกวิธีหนึ่งคือ ให้นับหลังอาหาร 3 เวลา เช้า กลางวัน และเย็น รวมกันครบ 10 ครั้งก็ใช้ได้ ช่วงเวลาที่ทารกเริ่มดิ้นเป็นครั้งแรกนั้นคุณแม่อาจจะไม่สามารถรับรู้ได้เลยเพราะว่าขนาดทารกที่เล็กมาก แต่มีน้ำคร่ำ คอยปกป้องกีดขวางกับเนื้อหนังของคุณแม่จึงทำให้ไม่รู้สึกถึงการดิ้น ต่อมาภายหลังเมื่อขนาดทารกโตขึ้นมาอีกคุณแม่จึงรับรู้ถึงการดิ้นและสามารถนับจำนวนการดิ้นได้
ช่วงสัปดาห์ที่ 16 ถึง 20
ทารกในครรภ์เริ่มดิ้นเป็นครั้งแรก ในครรภ์แรกนั้นคุณแม่อาจจะยังไม่รู้สึกเท่าไรนักว่าลูกดิ้นแล้วนะ ซึ่งมักจะรู้สึกว่าลูกดิ้นเมื่ออายุครรภ์ประมาณ 20 สัปดาห์ไปแล้ว  สำหรับคุณแม่ที่เคยท้องมาแล้วจะรู้สึกเร็วกว่าคืออายุครรภ์ประมาณ 18 สัปดาห์
คุณแม่รู้สึกถึงอาการลูกดิ้นเป็นครั้งแรก ซึ่งโดยทั่วไปลูกจะเริ่มดิ้นในสัปดาห์ที่ 16 – 20 คุณแม่จะรู้สึกตื่นเต้นและรู้สึกได้อย่างชัดเจนว่าลูกน้อยอยู่ในครรภ์จริงๆ และกำลังเติบโตขึ้นอย่างแข็งแรงเมื่อทารกน้อยมีอายุ 4 เดือนขึ้นไป ก็จะสามารถได้ยินและฟังเสียงต่างๆ ที่เกิดขึ้นใกล้ๆ ตัวคุณแม่ได้เป็นอย่างดีและชัดเจน ทุกครั้งที่คุณแม่มีอาการไอ จาม หัวเราะ ก็จะทำให้เกิดความสั่นสะเทือนไปจนถึงถุงน้ำคร่ำและทำให้ทารกสะดุ้งหรือถีบขาไปด้วย
ช่วงสัปดาห์ที่ 24 ถึง 28
เมื่ออายุครรภ์ตั้งแต่ 6 เดือน เจ้าหนูจะดิ้นอย่างมีความหมายและสื่อสารกับคุณแม่ได้เช่น หิว ตกใจเพราะได้ยินเสียงดังหรือเมื่อคุณแม่เปลี่ยนอิริยาบถเร็วๆ ในที่ทำงาน หรือแม่สะอึกบ่อยๆ ลูกก็รับรู้จนอาจสะดุ้งตกใจ หรือแม้แต่ความเครียดของคุณแม่ก็ส่งผลให้ลูกดิ้นบ่อยได้ด้วยความแรง คุณแม่จึงควรรักษาอารมณ์ให้เบิกบานแจ่มใสอยู่เสมอเพื่อการพัฒนาด้านสมองและอารมณ์ของลูก
ช่วงสัปดาห์ที่ 29
ภายในมดลูกจะเริ่มมีการบีบตัวมากขึ้นเล็กน้อย ดังนั้นลูกน้อยในครรภ์อาจจะมีการเคลื่อนไหวน้อยลง แต่อาจรู้สึกว่าเด็กดิ้นแรงขึ้น
ช่วงสัปดาห์ที่ 32
ลูกน้อยในครรภ์อาจเคลื่อนไหวมากยิ่งขึ้นก่อนที่จะเริ่มกลับหัวลง
ช่วงสัปดาห์ที่ 36
เนื่องจากพื้นที่ในครรภ์เริ่มแคบลงเรื่อยๆ คุณแม่อาจรู้สึกได้ว่าการเคลื่อนไหวของลูกน้อยเป็นไปอย่างยากลำบากโดยเฉพาะเวลาที่ลูกน้อยเตะชายโครง
ช่วงสัปดาห์ที่ 36 ถึง 40
โดยปกติคุณแม่จะรู้สึกว่าลูกดิ้นน้อยลงหรืออาจจะเท่าเดิมเมื่อใกล้ครบกำหนดคลอด แต่อย่างไรก็ตามทารกยังควรดิ้นอยู่ในเกณฑ์ขั้นต่ำคือ 10 ครั้งใน 24 ชั่วโมง ในทางการแพทย์ที่อายุเท่านี้จำนวนครั้งที่ทารกดิ้นต้องเท่าเดิมแต่ความแรงอาจลดลงได้ กรณีที่ทารกดิ้นน้อยลงเป็นสัญญาณอันตรายว่าทารกกำลังหายใจไม่ออก และกำลังจะเสียชีวิต  คุณหมออาจตัดสินใจผ่าออกทางที่อายุครรภ์ไม่ถึงเจ็ดเดือน

ได้ทราบกันแล้วนะคะว่าการดิ้นของทารกน้อยเป็นอย่างไรในช่วงแต่ละเดือน ในระหว่างนี้คุณแม่อาจจะกระตุ้นพัฒนาการของเจ้าหนูด้วยการใช้ไฟฉายส่อง อ่านหนังสือให้ลูกฟัง   หรือจะฟังเพลงสบาย ๆ เพื่อผ่อนคลาย เพราะเจ้าตัวน้อยเริ่มคุ้นเคยกับเสียงของคุณแม่แล้วนะคะ

ร่วมแชร์บทความเพื่อมอบสาระความรู้เกี่ยวกับแม่ท้องและเรื่องราวในแง่มุมต่าง ๆ ตั้งแต่การตั้งครรภ์ไปจนถึงวิธีการการเลี้ยงดูทารก และสารพันความรู้อีกมากมาย  ที่เป็นประโยชน์แก่ผู้สนใจอื่น ๆ มาร่วมสร้างสังคมออนไลน์ที่มีคุณภาพเต็มเปี่ยมไปด้วยสาระและเกร็ดความรู้ดี ๆกับเพจทีมคนท้องกันนะคะ

Sponsored

==========

ติดตามความรู้ดี ๆ  และสาระดี ๆ เพิ่มเติมสำหรับแม่ตั้งครรภ์และลูกน้อย ได้ที่  www.konthong.com หรือ ร่วมพูดคุยแลกเปลี่ยนกันได้ที่ https://www.facebook.com/teamkonthong/