ทารกในครรภ์จะพิการ หรือไม่นั้น ความกังวลของคนที่กำลังจะเป็นพ่อแม่มีมากมายหลายประการ  และความกังวลสุดฮิต  คงไม่พ้นเรื่อง  กลัวลูกเกิดมาจะพิการอาการไม่ครบ 32 มากันค่ะว่าลูกจะพิการหรือไม่พิการนั้น  ขึ้นอยู่กับอะไรบ้าง ติดตามอ่าน

ทารกในครรภ์จะพิการ

ทารกในครรภ์จะพิการ หรือไม่นั้น

ทารกในครรภ์จะพิการหรือไม่ขึ้นอยู่กับอะไรบ้าง ??

ลูกน้อยในครรภ์จะพิการหรือไม่  ในทางการแพทย์มีหลักสำคัญ ๆ อยู่ 3 ประการ คือ

1.อายุคุณแม่

2.พันธุกรรม

3.สิ่งแวดล้อม

ในช่วงไตรมาสแรก หรือช่วง 1 – 3 เดือนนั้น ถือเป็นช่วงที่สำคัญ เป็นโอกาสทองของลูกในครรภ์  เพราะในช่วงนี้เป็นช่วงของการสร้างอวัยวะให้ครบ 32  หลังจาก 3 เดือนไปแล้ว จะเป็นเพียงการขยายขนาดและตกแต่งอวัยวะให้สมบูรณ์มากขึ้นตามวัยเท่านั้น

ปัญหาหลัก ๆ ในช่วงไตรมาสแรกที่คุณแม่มักจะขาดความระมัดระวังหรือรู้เท่าไม่ถึงการณ์ การรับประทานยาที่นอกเหนือจากที่คุณหมอสั่ง  การเอ็กซเรย์เพราะไม่ทราบว่าตนเองกำลังตั้งครรภ์  การดื่มเครื่องดื่มมีแอลกอฮอล์ การใช้ชีวิตสมบุกสมบัน เล่นกีฬาหรือกิจกรรมโลดโผน  การเกิดอุบัติเหตุต่าง ๆ เป็นต้น ล้วนมีผลกระทบต่อทารกน้อยในครรภ์ทั้งสิ้น

อย่างไรก็ตาม  หากทราบว่าตนเองตั้งครรภ์ไม่ว่าจะเมื่อไรก็ตาม  ควรรีบฝากครรภ์ให้เร็วที่สุด  และแจ้งกับคุณหมอว่า  คุณแม่ได้ไปทำกิจกรรมใดมา เพื่อให้คุณหมอวินิจฉัยว่า  จะมีผลกระทบร้ายแรงต่อทารกในครรภ์หรือไม่เพื่อให้ทางคุณหมอได้ช่วยเหลือ และป้องกันได้

การวางแผนการตั้งครรภ์หลังแต่งงาน  เป็นสิ่งที่ดี โดยเฉพาะคุณแม่ที่มีอายุมาก  ขี้โรคหรือมีประวัติว่าคนในครอบครัวมีโรคทางพันธุกรรมหรือเคยให้กำเนิดทารกพิการ กรณีเช่นนี้ไม่ควรตั้งครรภ์โดยไม่ได้ปรึกษาคุณหมอเพราะโอกาสเสี่ยงที่ทารกจะคลอดออกมาพิการมีค่อนข้างสูง

Sponsored

นอกจากนี้สิ่งแวดล้อมที่เป็นพิษ  อันตรายจากสารเคมีหรือสารอื่นๆ ที่อาจก่อให้เกิดอันตรายต่อตัวแม่และทารกในครรภ์ รวมไปถึงการใช้ยา  ต้องระมัดระวังให้มาก

การทำงาน

1.สำหรับการทำงานของคุณแม่  หากวางแผนไม้ล่วงหน้าจะดีมาก  เพราะจะได้ไม่ฉุกละหุกหากเกิดการคลอดในช่วงที่งานยุ่ง  เพราะถ้าเร่งเคลียร์งานแต่เนิ่น ๆ พูดคุยกับหัวหน้างานถึงการเตรียมคนมาช่วยงาน หากตนเองไปคลอด  ก็จะทำให้คุณแม่ไม่เกิดความเครียดและความกังวลในงานมากจนเกินไป

2.หากงานที่ต้องเดินทางสมบุกสมบันออกนอกสถานที่ งานที่ต้องใช้แรงมาก ๆ หรืองานที่ต้องเกี่ยวข้องกับสารพิษหรือสารเคมีต่าง ๆ  แบบนี้ไม่ดีแน่ ต้องหาทางออกที่ดีที่สุดสำหรับตัวคุณแม่และครอบครัว  เพราะหากเกิดผลเสียต่อทารกในครรภ์  จะไม่คุ้มกับเงินที่ได้มาเลยนะคะ

นอกจากนี้ คุณพ่อเป็นผู้ที่มีบทบาทสำคัญที่ช่วยทำให้คุณแม่สบายใจ หมดกังวล และคอยดูแลคุณแม่  พาไปหาคุณหมอตามเวลานัด  ร่วมคิด ตัดสินใจ หากจำเป็นต้องเกิดการเลือก ไม่ว่าจะเป็นกรณีใด ๆ ก็ตาม

ร่วมแชร์บทความเพื่อมอบสาระความรู้เกี่ยวกับแม่ท้องและเรื่องราวในแง่มุมต่าง ๆ ตั้งแต่การตั้งครรภ์ไปจนถึงวิธีการการเลี้ยงดูทารก และสารพันความรู้อีกมากมาย  ที่เป็นประโยชน์แก่ผู้สนใจอื่น ๆ มาร่วมสร้างสังคมออนไลน์ที่มีคุณภาพเต็มเปี่ยมไปด้วยสาระและเกร็ดความรู้ดี ๆ กับเพจทีมคนท้องกันนะคะ

 

==========

ติดตามความรู้ดี ๆ  และสาระดี ๆ เพิ่มเติมสำหรับแม่ตั้งครรภ์และลูกน้อย ได้ที่  www.konthong.com หรือ ร่วมพูดคุยแลกเปลี่ยนกันได้ที่ https://www.facebook.com/teamkonthong/