การทำหมันหญิง … ว่าด้วยเรื่องของการทำหมันในประเทศไทยนั้น มีมายาวนานเกือบ 100 ปีแล้ว แต่พึ่งจะมาแพร่หลายในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา เพราะเป็นการคุมกำเนิดที่ได้ผลดีที่สุด ซึ่งการทำหมันนี้ ก็มีทั้งของเพศหญิงและเพศชาย ซึ่งวิธีทำจะแตกต่างกันออกไป แต่จุดประสงค์หลักก็คือป้องกันการผสมระหว่างไข่ของฝ่ายหญิงและอสุจิของฝ่ายชาย แต่วันนี้เราจะมาไขข้อข้องใจในส่วนของการทำหมันหญิงฝ่ายเดียวก่อน

8 คำถาม เกี่ยวกับกับ การทำหมันหญิง

1.การทำหมันหญิงอันตรายหรือไม่?

การทำหมันในผู้หญิงนั้น ในปัจจุบันมักจะใช้วิธีผ่าตัดเสียเป็นส่วนใหญ่ โดยมีให้เลือกทั้งการทำหมันภายหลังจากคลอดบุตรได้ไม่นาน หรือจะทำหมันเมื่ออยากจะทำก็ได้ ซึ่งทั้ง 2 วิธีนี้จะมีวิธีผ่าตัดเหมือนกัน แต่อาจแตกต่างกันที่รายละเอียดและระยะเวลาในการพักฟื้น โอกาสที่จะเกิดการติดเชื้อหรือภาวะอื่น ๆ แทรกซ้อนก็มีอยู่บ้าง ขึ้นอยู่กับตัวของผู้ผ่าตัดเอง ซึ่งที่ผ่านมา มีผู้หญิงที่เสียชีวิตจากการทำหมันเพียง 1 ใน 100,000 คนเท่านั้น

2.การทำหมันหญิง มีวิธีการทำอย่างไร ?

ถึงแม้ว่าเราอาจจะรู้คร่าว ๆ บ้างแล้วว่าการทำหมันหญิงจะต้องใช้วิธีการผ่าตัด แต่ขั้นตอนในการทำ ก็คือการที่แพทย์จะเข้าไปทำให้ท่อนำไข่อุดตัน โดยอาจจะใช้วิธีผูกท่อแล้วตัดออก หรือใช้วงแหวนพลาสติกรัดท่อนำไข่ไว้ ซึ่งการทำในส่วนนี้จะไม่เกี่ยวกับการผลิตฮอร์โมนของรังไข่แต่อย่างใด

3.การทำหมันแยกออกเป็นกี่ประเภท

ดังที่ได้กล่าวไว้ในข้างต้นแล้วว่า การทำหมันสามารถแบ่งออกได้เป็น 2 ประเภท คือ

  • การทำหมันเปียก – การทำหมันประเภทนี้จะทำภายหลังจากคลอดบุตรใหม่ ๆ ภายใน 48 ชั่วโมงเลย เพราะมดลูกจะยังคงตำแหน่งที่สูงและใกล้หน้าท้องบริเวณใต้สะดือและขอบสะดือกว่าปกติ จึงทำให้สามารถผ่าตัดได้ง่าย มีแผลเพียงเล็กน้อยเท่านั้น แต่ต้องใช้ระยะเวลาในการพักฟื้น 1-2 วัน
  • การทำหมันแห้ง – การทำหมันประเภทนี้จะทำตอนไหนก็ได้ ไม่ต้องรอการคลอดบุตรก่อน สามารถทำได้ 2 วิธีคือผ่าตัดหน้าท้อง และผ่าตัดโดยกล้อง แต่วิธีนี้จะยากกว่าวิธีทำหมันเปียก เพราะมดลูกจะกลับเข้าไปอยู่ในอุ้งเชิงกราน และมีขนาดใหญ่ตามปกติ แต่ด้วยวิวัฒนาการของเทคโนโลยีทำให้การผ่าตัดใช้เวลาเพียง 15 – 20 นาทีเท่านั้น และพักเพียง 2-3 ชั่วโมงก็สามารถกลับไปพักต่อที่บ้านได้

และปัจจุบันนี้ก็มีวิธีทำหมันแบบใหม่ที่เรียกว่า Ensure โดยแพทย์จะเอาเครื่องมือชนิดพิเศษที่เป็นขดลวดสอดเข้าไปในท่อนำไข่เพื่อให้ร่างกายสร้างพังผืดขึ้นมาปิดท่อนำไข่ด้วยตัวเอง ไม่ต้องพักฟื้น ไม่มีแผลใหญ่ แต่อาจมีราคาแพงพอสมควร

4.ทำหมันแล้วยังท้องอีกได้มั้ย?

ถึงแม้ว่าการทำหมันจะเป็นการคุมกำเนิดที่ปลอดภัยเกือบ 100% แต่ก็ใช่ว่าจะไม่มีความเสี่ยงในเรื่องของการท้องอีกครั้ง อันเกิดมาจากหมันหลุด หรือหมันที่ทำไว้เสื่อมสภาพเนื่องจากมีระยะเวลานานแล้ว และอาจต้องระวังเรื่องของการท้องนอกมดลูกด้วย แต่โอกาสเกิดก็มีเพียง 1% เท่านั้น

5.การตัดมดลูก ถือว่าเป็นการทำหมันหรือไม่ ?

บางคนอาจจะมีปัญหาเกี่ยวกับโรคมะเร็ง จนเป็นเหตุให้ต้องตัดมดลูกออก แต่ไม่ได้ตัดรังไข่ จึงมีข้อสงสัยว่าจะยังท้องได้หรือไม่ ก็บอกเลยว่า ไม่ท้องแน่นอนแบบ 100% เพราะการตัดมดลูก ก็ถือว่าเป็นวิธีทำหมันอีกวิธีหนึ่ง แต่ไม่ได้รับความนิยมมากนัก

6.การทำหมันมีข้อจำกัดอะไรหรือไม่?

Sponsored

หากผู้หญิงที่อยากทำหมัน เคยมีประวัติผ่าตัดช่องท้องมาก่อน หรือมีปัญหาต่าง ๆ เกี่ยวกับท่อนำไข่ รวมทั้งมีภาวะเลือดจาง และเป็นพาหะฮีโมฟีเลีย ที่เสี่ยงต่อการเสียเลือดมาก แพทย์อาจจะวินิจฉัยไม่รับทำหมันให้

7.ทำหมันแล้วมีเพศสัมพันธ์ได้ปกติหรือไม่

สามารถมีเพศสัมพันธ์ได้ตามปกติอย่างแน่นอน และไม่เป็นไปตามเสียงลือเสียงเล่าอ้างที่ว่ากันว่าจะทำให้เซ็กส์เสื่อม หรือเซ็กส์จัดกว่าปกติด้วย เพราะการทำหมันเป็นเรื่องของท่อนำไข่ล้วน ๆ ไม่เกี่ยวข้องกับอวัยวะส่วนอื่นส่วนใดเลย

8.หลังทำหมันควรดูแลตัวเองอย่างไร

อาจจะต้องดูแลในเรื่องของแผลมากกว่า เพราะไม่ควรให้แผลโดนน้ำเป็นเวลาอย่างน้อย 7 วัน แต่สามารถใช้ชีวิตประจำวันได้อย่างปกติ เว้นแต่ห้ามยกของหนัก หรือทำกิจกรรมที่เกิดความกระทบกระเทือนกับแผลเท่านั้น หากมีอาการปวดแผลก็สามารถทานยาพาราได้ เว้นแต่มีเลือดออกหรือปวดท้องมากผิดปกติจึงควรไปพบแพทย์

ทีนี้ก็คงพอจะเข้าใจเกี่ยวกับการทำหมันหญิงกันบ้างแล้วใช่ไหมเอ่ย ซึ่งการทำหมันก็ถือเป็นวิธีคุมกำเนิดที่มีประสิทธิภาพที่สุด แต่ถึงอย่างไรก็อย่าลืมว่าเมื่อทำแล้วก็ยังมีโอกาสตั้งครรภ์ได้อีกเหมือนกัน เพียงแต่จะพบได้น้อยมากนั่นเอง

ขอบคุณภาพ : thaihealthlife.com

= = = = = = = = = = = =

ติดตามความรู้ดี ๆ  และสาระดี ๆ เพิ่มเติม สำหรับแม่ตั้งครรภ์ และลูกน้อย ได้ที่ www.konthong.com หรือ ร่วมพูดคุยแลกเปลี่ยนกัน ได้ที่
https://www.facebook.com/teamkonthong/

We promise to provide the knowledge and know-how for new mom. More and more solutions about how can you grow up your baby. Feel free to contact us if any problems have occurred or have any questions you would like to know. Don’t forget to follow and keep in touch with us on Facebook

https://www.facebook.com/teamkonthong/

บทความน่ารู้ เพิ่มเติม คลิกเลย …..

1.ปอดอักเสบ เกิดจากอะไร? แม่ท้องเป็นโรคนี้จะส่งผลต่อลูกในครรภ์ไหม

2.อาการท้องแรก และ 7 เรื่องที่คุณแม่มือใหม่ต้องรู้