คุณพ่อคุณแม่รู้ไหมว่า เด็กเล็กมีโอกาสที่จะป่วยเป็นโรค ไขมันพอกตับ ได้ โดยเฉพาะในเด็กอ้วน เพราะมีไขมันในร่างกายมากเกินไปจนเกิดการพอกตับและเป็นอันตรายได้นั่นเอง ซึ่งโรคนี้เป็นอย่างไร มีอาการ และวิธีการรักษาป้องกันอย่างไร เราก็ได้รวบรวมข้อมูลมาฝากคุณพ่อคุณแม่กันแล้ว

ไขมันพอกตับ คืออะไร?

โรคไขมันพอกตับ เป็นโรคที่เกิดจากการที่มีไขมันไปสะสมในตับมากกว่าปกติ ซึ่งมักจะพบได้มากในเด็กอ้อวน เพราะเด็กอ้วนมักจะมีภาวะดื้อต่ออินซูลิน ทำให้การสร้างระดับไขมันในตับเพิ่มขึ้น ส่งผลให้ตับถูกกระตุ้นให้เกิดการอักเสบตามมา โดยในบางรายอาจมีความรุนแรงถึงขั้นทำให้เกิดตับอักเสบ หรือตับแข็งจากที่ตับมีพังผืดมากและโครงสร้างของเซลล์ผิดปกติ ซึ่งอันตรายมากทีเดียว ทั้งนี้ก็ได้มีรายงานพบว่าเด็กอ้วนเป็นโรคนี้เยอะมาก ดังนั้นคุณพ่อคุณแม่จึงควรระวังและควบคุมน้ำหนักของลูกให้อยู่ในเกณฑ์ที่เหมาะสม เพื่อหลีกเลี่ยงการป่วยด้วยโรคร้ายต่างๆ นั่นเอง

อาการแสดงของโรค

เมื่อเด็กมีไขมันพอกตับ อาจจะมีตับอักเสบร่วมด้วย ส่วนใหญ่จะไม่แสดงอาการมากนัก แต่ในบางรายอาจจะมีอาการปวดท้อง ร่วมกับการอ่อนเพลียได้เช่นกัน ดังนั้นสิ่งที่คุณพ่อคุณแม่ต้องใส่ใจคือ พาลูกน้อยไปตรวจสุขภาพอยู่เสมอ โดยเฉพาะเมื่อมีอาการผิดปกติใดๆ เพื่อจะได้ทราบว่าลูกมีความเสี่ยงไขมันพอกตับหรือไม่ ซึ่งหากตรวจพบโรคนี้เร็วเท่าไหร่ ก็จะทำการรักษาได้เร็ว และช่วยให้ลูกน้อยปลอดภัย

ทำไมเด็กอ้วนจึงเสี่ยงไขมันพอกตับที่สุด

เพราะเด็กอ้วนมีไขมันในร่างกายสูง จึงมีความเสี่ยงที่จะเป็นโรคนี้มากกว่าเด็กที่ไม่อ้วน อย่างไรก็ตามในเด็กที่ไม่อ้วนบางคนก็เป็นโรคนี้ได้ จากการที่อวัยภายในบางอย่างทำงานผิดปกติได้เหมือนกัน ดังนั้นควรเฝ้าระวังอาการผิดปกติของลูกอยู่เสมอ

วิธีการรักษา

เมื่อลูกมีอาการของไขมันพอกตับ วิธีการรักษาที่ดีที่สุดคือการออกกำลังกาย เพื่อลดน้ำหนัก รวมถึงการรับประทานอาหารที่เหมาะสมกับวัย ถ้าหากเด็กเป็นโรคเบาหวานร่วมด้วยก็จะได้รับยารักษาเบาหวานควบคู่กันไป ทั้งนี้สำหรับยาที่ใช้รักษาโรคไขมันพอกตับในเด็กนั้นยังไม่มีโดยตรง ต้องรักษาด้วยการดูแลสุขภาพควบคู่กับการรักษาตามอาการเท่านั้น

แนวทางป้องกัน

เมื่อคุณหมอวินิจฉัยแล้วว่าลูกเป็นโรคไขมันพอกตับควรได้รับการตรวจรักษาตั้งแต่เริ่มแรกในวัยเด็กที่เริ่มอ้วน รวมถึงการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมให้เหมาะสม ดังนี้

1.ให้ลูกเลือกกินอาหาร ที่มีประโยชน์ ไขมันน้อย กินทุกมื้อที่พอประมาณ แต่มื้อเย็น ให้กินน้อยลงกว่าปกติที่เคยกิน

2.งดอาหารที่มีน้ำตาลไม่ว่าจะเป็น นมเปรี้ยว น้ำอัดลม น้ำหวาน ผลไม้ชนิดหวานๆ ทุกชนิดรวมถึงขนม ขนมหวานต่างๆ ด้วย

3.ลดการทานอาหารที่มีไขมันอิ่มตัว ไม่ว่าจะเป็นไขมันจากสัตว์ เนย กะทิ ขนมเค้กขนม เบเกอรี่ ไอศครีม หรือขนมไทย อย่างเช่น สังขยา ทองหยิบ ทองหยอด ขนมถ้วยหน้ากะทิ เป็นต้น

4.ให้กินอาหารเป็นมื้อ งดกินของทานเล่นจุบจิบ อาจจะเสริมเป็นผลไม้ รสไม่หวาน เช่น ชมพู่ หรือแก้วมังกรแทนก็ได้

Sponsored

5.ควรออกกําลังกายหรือเล่นกีฬาอย่างสม่ำเสมอ วันละครึ่งถึง 1 ชั่วโมง

6.เปลี่ยนพฤติกรรม จากการนั่งนิ่งๆ นานๆ จากการเล่นเกมคอมพิวเตอร์หรือโทรศัพท์มือถือมาเป็นการทำกิจกรรมที่มีส่วนร่วมกับครอบครัว เช่น เดินเล่น ปั่นจักรยาน

ถึงแม้เด็กอ้วนจะดูจ้ำหม้ำน่ารักสักเพียงใด แต่เพื่อให้ลูกมีสุขภาพที่แข็งแรง ไม่เสี่ยงต่อโรคร้ายย่อมดีกว่า ดังนั้นมาดูแลลูกรักของคุณให้มีน้ำหนักที่เหมาะสม เพื่อลดความเสี่ยงการเป็นโรคไขมันพอกตับและโรคร้ายต่างๆ กันเถอะ

= = = = = = = = = = = =

ติดตามความรู้ดี ๆ  และสาระดี ๆ เพิ่มเติม สำหรับแม่ตั้งครรภ์ และลูกน้อย ได้ที่ www.konthong.com หรือ ร่วมพูดคุยแลกเปลี่ยนกัน ได้ที่
https://www.facebook.com/teamkonthong/

We promise to provide the knowledge and know-how for new mom. More and more solutions about how can you grow up your baby. Feel free to contact us if any problems have occurred or have any questions you would like to know. Don’t forget to follow and keep in touch with us on Facebook

https://www.facebook.com/teamkonthong/

บทความน่ารู้ เพิ่มเติม คลิกเลย …..

1.10 อาหารแคลเซียมสูง จำเป็นต่อคนท้องและแม่ให้นมลูก

2.อาหารที่คนท้องควรกิน และไม่ควรกิน สำหรับคนท้องกรุ๊ปเลือด B