สถาบันการแพทย์ฉุกเฉินแห่งชาติ (สพฉ.) ได้ตั้งอนุกรรมการฯ ดูแลผู้ป่วยฉุกเฉินวิกฤติให้ได้รักษาฟรีตามนโยบาย  “เจ็บป่วยฉุกเฉิน รักษาทุกที่ ดีทุกสิทธิ์” โดยย้ำว่าอุบัติเหตุฉุกเฉินภายใน 72 ชั่วโมงรับรักษาฟรีทุกโรงพยาบาล พร้อมแนะดาวโหลดแอพพลิเคชั่น EMS1669 เพื่อความรวดเร็ว โดยผู้ป่วยฉุกเฉินวิกฤติเข้ารับการรักษาได้ในทุกโรงพยาบาลฟรี ในช่วง 72 ชั่วโมงแรก โดยมีหลักการคัดแยกดังนี้
แชร์วน…อุบัติเหตุฉุกเฉิน 72 ชม.รักษาฟรีทุกโรงพยาบาล!
หลักการคัดแยกผู้ป่วยฉุกเฉินวิกฤตสีแดง 25 กลุ่มอาการ ดังนี้
1.ปวดท้องบริเวณหลัง เชิงกราน และขาหนีบ 2.แพ้ยา แพ้อาหาร แพ้สัตว์ต่อย แอนาฟิแล็กซิส ปฏิกิริยาภูมิแพ้  3.สัตว์กัด   4.เลือดออกโดยไม่ได้มีสาเหตุมาจากการบาดเจ็บ สาเหตุจำเพาะ  5.หายใจลำบาก หายใจติดขัด  6.หัวใจหยุดเต้น  7.เจ็บแน่นทรวงอก หัวใจ มีปัญหาทางด้านหัวใจ   8.สำลัก อุดกั้นทางเดินหายใจ   9.เบาหวาน  10.ภาวะฉุกเฉินเหตุสิ่งแวดล้อม 11.ปวดศีรษะ ภาวะผิดปกทางตา หู คอ จมูก 12.คลุ้มคลั่ง ภาวะทางจิตประสาท อารมณ์ 13.พิษ รับยาเกินขนาด  14.มีครรภ์ คลอด นรีเวช 15.ชัก มีสัญญาณบอกเหตุการณ์ชัก 16.ป่วย อ่อนเพลีย อัมพาตเรื้อรัง ไม่ทราบสาเหตุจำเพาะ  17.อัมพาต กล้ามเนื้ออ่อนแรง สูญเสียความรู้สึก ยืนหรือเดินไม่ได้เฉียบพลัน  18.ไม่รู้สติ ไม่ตอบสนอง หมดสติชั่ววูบ 19.เด็ก กุมารเวช  20.ถูกทำร้าย 21.ไหม้ ลวกเหตุความร้อน สารเคมี ไฟฟ้าช็อต   22.ตกน้ำ จมน้ำ บาดเจ็บทางน้ำ  23.พลัดตกหกล้ม อุบัติเหตุ เจ็บปวด 24.อุบัติเหตุยานยนต์ และ 25.อื่นๆ
และสำหรับอาการที่สามารถเข้ารับสิทธิรักษาฟรีได้ ต้องมีอาการดังนี้
1.หัวใจหยุดเต้น ไม่หายใจ ไม่ตอบสนองต่อการเรียกหรือกระตุ้น ไม่มีชีพจร จำเป็นต้องได้รับการกู้ชีพทันที
2.การรับรู้ สติเปลี่ยนไป บอกเวลา สถานที่ คนที่คุ้นเคยผิดอย่างเฉียบพลัน
3.ระบบหายใจมีอาการดังนี้  ไม่สามารถหายใจได้ปกติ หายใจเร็ว แรง และลึก หายใจมีเสียงดังผิดปกติ พูดได้แค่สั้นๆ หรือร้องไม่ออก ออกเสียงไม่ได้ สำลักอุดทางเดินหายใจกับมีอาการเขียวคล้ำ
4.ระบบไหลเวียนเลือดวิกฤติอย่างน้อย 2 ข้อ คือ ตัวเย็นและซีด เหงื่อแตกจนท่วมตัว หมดสติชั่ววูบ หรือวูบเมื่อลุกยืนขึ้น
5.อวัยวะฉีกขาด เสียเลือดมาก เสี่ยงต่อการพิการ
6.อาการอื่นๆ ที่มีภาวะเสี่ยงต่อชีวิตสูง เช่น เจ็บหน้าอกรุนแรงแขนขาอ่อนแรงทันทีทันใด  หรือกำลังชักขณะแรกรับที่จุดคัดแยก
ทั้งนี้หากสงสัยหรือต้องการข้อมูลเพิ่มเติมสอบถามได้ที่ สายด่วน 1669

==========

ติดตามความรู้ดี ๆ  และสาระดี ๆ เพิ่มเติมสำหรับแม่ตั้งครรภ์และลูกน้อย ได้ที่  www.konthong.com หรือ ร่วมพูดคุยแลกเปลี่ยนกันได้ที่ https://www.facebook.com/teamkonthong/

 

Sponsored