เมื่อเริ่มตั้งครรภ์ ความเปลี่ยนแปลงแรกที่เห็นได้ชัด คือร่างกาย ซึ่งนอกจากร่างกายที่เปลี่ยนแปลงแล้ว ยังมีนิสัยการกินอีกอย่างที่มักทำให้คุณแม่ทั้งหลาย ต้องปรับเปลี่ยนไปด้วย เพราะการกินส่งผลต่อสุขภาพของทั้งคุณแม่และทารกน้อยในครรภ์ โดยเหตุผลที่ทำให้ต้องเปลี่ยนนิสัยการกินในขณะตั้งครรภ์นั้นมีอะไรบ้าง มาดูกันเลย

10 เหตุผลที่ทำให้ นิสัยการกินของคนท้อง ต้องเปลี่ยนไป

มีเหตุผลหลากหลายที่ทำให้คนท้องต้องเปลี่ยนนิสัยการกิน ดังนี้

1.ร่างกายเปลี่ยนแปลง

เนื่องจากในขณะตั้งครรภ์ ฮอร์โมนในร่างกายเกิดการเปลี่ยนแปลง ซึ่งมีผลต่อระบบการย่อยอาหารที่ทำงานช้าลง จึงทำให้หลังทานอาหาร เกิดอาการอึดอัด แน่นท้อง ดังนั้นคนท้องควรปรับการกินโดยการลดปริมาณอาหารในแต่ละมื้อลง แต่เพิ่มจำนวนมื้ออาหารให้บ่อยขึ้น โดยวิธีนี้ก็จะช่วยลดอาหารท้องอืด ท้องเฟ้อลงได้ดีทีเดียว

2.เผื่อลูกในท้อง

ขณะตั้งครรภ์ ร่างกายต้องการอาหารเพิ่มขึ้น ซึ่งไม่เพียงแต่เพื่อมาเลี้ยงร่างกายของคุณแม่เท่านั้น แต่ทารกในครรภ์ก็ยังได้รับสารอาหารจากอาหารที่แม่ทานเข้าไปด้วย ซึ่งถ้าลูกได้รับอาหารไม่เพียงพอ ย่อมส่งผลต่อพัฒนาการต่างๆ เช่น เจริญเติบโตช้า น้ำหนักน้อย คลอดก่อนกำหนด เสี่ยงต่อการแท้ง เป็นโรคอ้วน ความดันโลหิตสูง เป็นต้น ส่วนคนท้องที่ขาดสารอาหารบางชนิด อาจส่งผลทำให้ไม่มีแรง อ่อนเพลียง่าย หงุดหงิด เป็นตะคริว เลือดจาง ไม่มีแรงคลอด ดังนั้นคุณแม่ทั้งหลายต้องคำนึงถึงอาหารที่ทานเข้าไปด้วย

3.โภชนาการสำหรับคนท้อง

อาหารสำหรับคนท้องกับคนปกตินั้น แน่นอนว่าแตกต่างกัน ซึ่งการเลือกกินอาหารตามใจปากอาจทำให้ได้รับสารอาหารที่ไม่เพียงพอต่อการเจริญเติบโตของทารกในครรภ์ ดังนั้นในแต่ละวันควรบริโภคอาหารให้ครบทุกหมวดหมู่ โดยใน 1 มื้อนั้นอาจจัดให้มีอาหารทุกหมู่ หรือมีบางหมู่ แต่เมื่อรวมทุกมื้อใน 1 วันแล้ว ต้องได้รับสารอาหารครบถ้วน เช่น ควรทานโปรตีน คาร์โบไฮเดรต ผักและผลไม้ให้ครบทั้ง 3 มื้อ นอกจากนี้ควรเสริมอาหารที่มีแคลเซียม ธาตุเหล็ก และวิตามินซีเป็นประจำ รวมทั้งดื่มน้ำเปล่าอย่างน้อยวันละ 8-10 แก้ว

4.เพิ่มไขมัน

ไขมันนั้นถือเป็นสารอาหารหนึ่งที่สำคัญต่อร่างกายคนท้อง โดยเฉพาะไขมันดี อย่างไขมันในกลุ่มโอเมก้า เพราะจำเป็นต่อร่างกายเพื่อใช้สร้างเนื้อเยื่อและระบบประสาทและสมองของทารก และยังทำให้มดลูกแข็งแรงขึ้น ซึ่งไขมันเหล่านี้นั้นพบได้ในปลาทะเล กุ้ง อโวคาโด น้ำมันดอกทานตะวัน น้ำมันมะกอก เมล็ดเจีย เมล็ดแฟลกซ์ ส่วนไขมันที่คนท้องควรหลีกเลี่ยง คือ ไขมันทรานส์ ที่พบได้ในของทอด ขนมนมเนยที่ทำจากเนยเทียม ครีมเทียม เพราะเมื่อทานเข้าไปแล้วทำให้อ้วน แถมยังส่งผลเสียต่อระบบหัวใจและหลอดเลือดอีกด้วย

5.เพิ่มคาร์โบไฮเดรต

คุณแม่ที่แพ้ท้องหนักในขณะตั้งครรภ์ จนทำให้หมดเรี่ยวแรง และหน้ามืดเนื่องจากน้ำตาลในเลือดต่ำนั้น แนะนำให้ทานอาหารที่อุดมไปด้วยคาร์โบไฮเดรตประเภทน้ำตาลดูดซึมเร็ว ซึ่งจะสามารช่วยทำให้ร่างกายสดชื่นขึ้นได้ โดยคนท้องนั้นต้องการพลังงานจากอาหารจำพวกคาร์โบไฮเดรตถึงร้อยละ 45-55 ซึ่งสามารถหาได้จากอาหารเหล่านี้ เช่น ข้าวกล้อง ธัญพืช ขนมปังโฮลวีต ถั่ว และผลไม้ต่างๆ ที่มีกากใย เป็นต้น

6.เพิ่มโปรตีน

โปรตีนมีส่วนสำคัญต่อการสร้างเนื้อเยื่อ และอวัยวะต่างๆ ของทารก รวมทั้งซ่อมแซม บำรุงเซลล์และเนื้อเยื่อตามส่วนต่างของร่างกายคุณแม่ ดังนั้นปริมาณโปรตีนที่คนท้องต้องการคือ 75-110 กรัมต่อวัน หรือควรเพิ่มสัดส่วนโปรตีนในแต่ละมื้อขึ้น 30-40% ก็คงเพียงพอ ส่วนแหล่งโปรตีนที่สำคัญนั้นได้จากอาหารประเภท เนื้อสัตว์ ปลา ถั่ว งา เมล็ดธัญพืชต่างๆ เป็นต้น

Sponsored

7.เพิ่มธาตุเหล็ก

โรคโลหิตจางในคนท้อง เป็นโรคที่ส่งผลทำให้เด็กเกิดมามีน้ำหนักตัวต่ำกว่าเกณฑ์ ซึ่งในขณะตั้งครรภ์นั้น ธาตุเหล็กจะมีหน้าที่ในการสร้างเซลล์เม็ดเลือด เพื่อให้มีเลือดเพียงพอในการนำสารอาหารและออกซิเจนไปเลี้ยงทารกในครรภ์ ดังนั้นถ้าขาดธาตุเหล็ก จะทำให้แม่เป็นโรคโลหิตจาง ซึ่งส่งผลให้ร่างกายอ่อนเพลียได้ ซึ่งคนท้องควรได้รับธาตุเหล็กอย่างน้อย 60 มิลิกรัมต่อวัน

อาหารธาตุเหล็กสูง 10 ชนิด

8.เพิ่มแคลอรี

แม่ท้องนั้นต้องการพลังงานในแต่ละวันเพิ่มขึ้นจากเดิมประมาณ 300-500 แคลอรีต่อวัน ซึ่งก็เพื่อความแข็งแรงของร่างกายทั้งแม่และทารกในครรภ์ ดังนั้นคุณแม่ควรทานอาหารต่างๆ เพื่อให้ร่างกายได้รับแคลอรีอย่างเพียงพอ ทั้งโปรตีน คาร์โบไฮเดรต ธาตุเหล็ก ไอโอดีน โฟเลต แคลเซียม ไขมัน และน้ำเปล่า

9.เพื่อสุขลักษณะ

อาหารสำหรับคนท้องนั้นนอกจากจะต้องมีความหลากหลาย เพื่อให้ร่างกายของแม่และทารกในครรภ์นั้นได้รับสารอาหารที่ครบถ้วนแล้ว อาหารนั้นยังจำเป็นต้องสะอาด และถูกสุขลักษณะด้วย เช่นนมต้องผ่านการฆ่าเชื้อมาแล้ว อาหารต้องปรุงสุกโดยเฉพาะเนื้อสัตว์ ส่วนการปรุงอาหารควรทำด้วยวิธีการอบ นึ่ง ย่างแทนการทอด้วยน้ำมัน รวมทั้งควรใช้ช้อนกลางในการทานอาหารร่วมกับผู้อื่น เป็นต้น

10.รู้ถึงโทษของอาหาร

เพราะอาหารหลายอย่างไม่เพียงแต่ให้ประโยชน์ แต่กลับให้โทษต่อร่างกายด้วย เช่น อาหารกระป๋อง น้ำอัดลม ขนมเค้ก ชา กาแฟ และเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ ซึ่งการกินอาหารเหล่านี้บ่อยๆ นอกจากจะส่งผลร้ายต่อสุขภาพของแม่แล้ว ยังมีผลต่อทารกในครรภ์ เช่น เครื่องดื่มที่มีคาเฟอีน ทำให้ทารกแท้งได้ ส่วนเครื่องดื่มที่มีแอลกอฮอล์ก็ส่งผลทำให้ทารกมีน้ำหนักตัวน้อย ส่วนของหวานก็ทำให้คุณแม่เสี่ยงต่อการเป็นเบาหวานในระหว่างตั้งครรภ์ ดังนั้นทางที่ดีที่สุด ควรงดทานอาหารเหล่านี้ขณะที่ตั้งครรภ์อยู่

การเปลี่ยนพฤติกรรมการกินในขณะตั้งครรภ์นั้น ก็ไม่ใช่เรื่องยากจนเกินไป เพราะถ้าคำนึงถึงประโยชน์ที่จะได้รับ ก็นับว่าคุ้มค่ามาก ดังนั้นถ้าใครกำลังวางแผนตั้งครรภ์อยู่ ก็ควรต้องเตรียมตัวสำหรับการปรับเปลี่ยนนิสัยการกินด้วย

= = = = = = = = = = = =

ติดตามความรู้ดี ๆ  และสาระดี ๆ เพิ่มเติม สำหรับแม่ตั้งครรภ์ และลูกน้อย ได้ที่ www.konthong.com หรือ ร่วมพูดคุยแลกเปลี่ยนกัน ได้ที่
https://www.facebook.com/teamkonthong/

We promise to provide the knowledge and know-how for new mom. More and more solutions about how can you grow up your baby. Feel free to contact us if any problems have occurred or have any questions you would like to know. Don’t forget to follow and keep in touch with us on Facebook

https://www.facebook.com/teamkonthong/

บทความน่ารู้ เพิ่มเติม คลิกเลย …..

1.อาหารแม่ท้อง อะไรบ้างที่คน กรุ๊ปเลือด AB ควรกินและควรเลี่ยง

2.10 อาหารวิตามินอี คนท้องควรกิน เพื่อสุขภาพครรภ์ที่ดี