เมื่อพูดถึงสุขภาพของเจ้าตัวเล็กแล้วเป็นสิ่งที่ไม่แน่นอน เนื่องจากยังเป็นวัยที่มีภูมิคุ้มกันต่ำ คุณพ่อคุณแม่จะต้องให้ความใส่ใจมากเป็นพิเศษ ซึ่งการวัดไข้อย่างแม่นยำจะช่วยให้รักษาอาการได้อย่างท่วงทัน วันนี้ทางเราได้มี 5 วิธีการวัดไข้ลูกทางที่ดีและแม่นยำที่สุดมาฝากกันค่ะ

5 วิธีวัดไข้ลูก ที่นิยมที่สุด

สำหรับวิธีการวัดไข้ลูก ที่มีความแม่นยำและเป็นที่นิยม ก็มี 5 วิธีดังต่อไปนี้

1.การวัดไข้แบบ Rectal thermometer

การวัดไข้ทางทวารหนัก เป็นการวัดไข้ที่ค่อนข้างเสี่ยงเล็กน้อยเพราะต้องสอดใส่เทอร์โมมิเตอร์ขณะวัดไม่ให้ลึกจนเกินไป ที่สำคัญลูกน้อยอาจมีอาการต่อต้านหรือดิ้น แต่ได้ความแม่นยำมากที่สุด เหมาะกับลูกน้อยที่มีอายุต่ำกว่า 18 เดือน มีวิธีการวัดดังต่อไปนี้

  • เพื่อความหล่อลื่นจะต้องทำการการทาปรอทด้วยเบบี้ออยล์ หรือวาสลิน
  • ให้ลูกน้อยนอนหงายในท่าที่สบายที่สุด โดยการถอดผ้าอ้อมออก ใช้มือข้างหนึ่งจับเท้าทั้งสองข้างยกขึ้น หรืออีกท่าหนึ่งให้จับลูกน้อยนอนคว่ำบนตัก เอามือทาบแผ่นหลังเอาไว้พื่อป้องกันไม่ให้ลูกดิ้น
  • ค่อยๆ ทำการสอดใส่แท่งปรอทเข้าไปในก้นลึกประมาณ 1 นิ้ว ทิ้งไว้ 30 วินาที – 2 นาที ดึงออกเช็ดวาสลีนแล้วอ่านค่าอุณหภูมิ เวลาที่ถอดปรอทออกมาเจ้าตัวเล็กจะมีอาการผายลมออกมาเล็กน้อยไม่ต้องตกใจไป

2.การวัดไข้แบบ Ear thermometer

การวัดไข้ทางหูเหมาะกับลูกน้อยที่มีอายุตั้งแต่ 3 เดือนขึ้นไป ถ้าเล็กกว่านี้ร่องหูอาจแคบไม่สามารถสอดใส่เข้าไปได้ สำหรับการวัดไข้ด้วยวิธีนี้ช่วยอำนวยความสะดวกสบาย ง่ายต่อการวัดแม้ว่าจะมีราคาค่อนข้างสูงก็ยังเป็นที่นิยมไม่เสี่ยงที่จะเกิดอันตรายต่อแก้วหู ลูกน้อยรู้สึกสบาย สำหรับความแม่นยำ ยังเสี่ยงต่อความคลาดเคลื่อนได้สูงหากวางอุปกรณ์ไม่ตรงกึ่งกลางของรูหู

3.การวัดไข้แบบ forehead thermometer

เหมาะสมสำหรับลูกน้อยทุกวัย แต่ไม่ค่อยแม่นยำมากนัก ทางการแพทย์จึงไม่ค่อยนิยมใช้กัน อุปกรณ์ที่ใช้สำหรับการวัดไข้ทำด้วยแผ่นพลาสติกมีแถบสารไวต่อความร้อน เพียงแค่ติดกับหน้าผากไม่ต้องสอดใส่เข้าไปในร่างกายก็รู้ผลแล้ว จะมีวิธีการวัดดังต่อไปนี้

  • ใช้แผ่นเทอร์โมมิเตอร์ทาบไว้กับหน้าผากของลูกน้อย ข้อระวังอย่าให้มือแตะถูกบริเวณตัวเลข
  • แปะทิ้งไว้ประมาณ 15 นาที ตัวเลขก็จะปรากฏขึ้นอย่างชัดเจน
  • คุณแม่สามารถอ่านค่าหลังจากตัวเลขหยุดเคลื่อนไหวแล้ว

4.การวัดไข้แบบ Oral thermometer

Sponsored

เป็นวิธีการวัดไข้ที่เห็นบ่อยตามโรงพยาบาล เหมาะสำหรับลูกน้อยที่มีอายุ 5 ปีขึ้นไป เพราะเป็นวัยที่สามารถระมัดระวังไม่ให้กัดหรือเคี้ยวหลอดได้แล้ว วิธีการวัดไม่ยุ่งยากดังนี้

  • ก่อนที่จะทำการวัดนั้นคุณแม่จะต้องมั่นใจว่าเจ้าตัวเล็กพูดรู้เรื่อง เข้าใจไม่กัดและเคี้ยวปรอทอย่างเด็ดขาด เพราะหากแตกขึ้นมาจะก่อให้เกิดอันตรายได้
  • ให้ลูกน้อยอมเทอร์โมมิเตอร์ใต้ลิ้นประมาณ 2 นาที จากนั้นค่อยอ่านค่า

5.การวัดไข้แบบ Under the armpit thermometer

ด้วยความแม่นยำค่อนข้างน้อย ทางการแพทย์จึงเลือกใช้เฉพาะบางกรณีเท่านั้น สามารถเลือกใช้อุปกรณ์เทอร์โมมิเตอร์แบบปรอทและแบบดิจิตอล วิธีการวัดไข้ที่ง่ายและสะดวกดังนี้

  • คุณแม่นั่งชิดกับลูกน้อย โดยให้เจ้าตัวเล็กนั่งในท่าที่ผ่อนคลายมากที่สุด
  • ตรวจบริเวณใต้วงแขนแล้วค่อยใส่ปรอทไว้บริเวณกระเปาะใต้แขน
  • ใช้เวลาในการวัดไข้ประมาณ 2 นาทีเวลา อ่านค่าจะมีการแสดงผลต่ำกว่าอุณหภูมิจริงประมาณ 0.6 - 1 องศาเซลเซียส

อุณหูมิเท่าไหร่ ไข้สูงมากแค่ไหน

สำหรับทารกที่มีไข้หรือตัวร้อนนั้น อาการที่แสดงทางการแพทย์พบได้บ่อยที่สุดคืออุณหภูมิเมื่อวัดมาแล้วสูงกว่า 37.4 องศาเซลเซียส ปกติแล้วอุณภูมิของคนปกติทั่วๆ ไปจะอยู่ที่ 36.5 – 37.4 องศาเซลเซียส หากมีอุณภูมิสูงขึ้นมากกว่านี้จะส่งผลให้ร่างกายมีการสั่นสะท้านได้ เนื่องมาจาการตึงตัวของกล้ามเนื้อ ทางการแพทย์จะแบ่งระดับไข้ออกได้ดังนี้

  • ลูกน้อยที่มีไข้ต่ำๆ ( Low fever ) คุณแม่จะวัดอุณภูมิของเจ้าตัวเล็กได้ตั้งแต่ 37.5 – 38.4 องศาเซลเซียส
  • ลูกน้อยที่มีไข้ระดับปานกลาง ( Moderate fever ) หมายถึง คุณแม่จะวัดอุณภูมิของเจ้าตัวเล็กได้ตั้งแต่  38.5 – 39.4 องศาเซลเซียส
  • ลูกน้อยมีไข้สูง ( High fever ) วัดอุณภูมิได้ตั้งแต่ 39.5 – 40.4 องศาเซลเซียส
  • ลูกน้อยไข้สูงมากและอาจก่อให้เกิดอันตรายได้ ( Hyperpyrexia ) จะมีอุณหภูมิ 40.5 องศาเซลเซียส

วิธีดูแลเมื่อลูกมีไข้

  1. สำหรับคุณแม่หลายคนอาจมีการละเลย ปล่อยผ่านคิดว่าไข้ต่ำๆ คงไม่เป็นอะไรมาก ให้กินยาเดี๋ยวก็หาย ซึ่งเป็นการปฐมพยาบาลแบบผิดๆ ทางที่คุณแม่สามารถทำได้คือการเช็ดตัวให้ไข้ลดลงนั่นเอง
  2. กรณีที่ลูกน้อยมีไข้สูงตั้งแต่ 38 องศาเซลเซียสขึ้นไป คุณแม่จะต้องเช็ดตัวและให้ลูกน้อยกินยาลดไข้ แล้วรีบนำส่งโรงพยาบาลเพื่อหาสาเหตุและดำเนินการรักษาต่อไป

ลูกน้อยวัยเด็ก หรือวัยทารก แม้ว่าจะมีไข้ต่ำๆ ก็ต้องการการดูแลจากคุณแม่มากเป็นพิเศษ โดยที่คุณแม่จะต้องหมั่นเช็ดตัวเพื่อให้ไข้ลด ถ้าเห็นว่าไข้ไม่ยอมลดลงและมีแนวโน้มสูงขึ้นกว่า 38 องศาเซลเซียสให้รีบพาเจ้าตัวเล็กส่งคุณหมออย่างเร่งด่วน

= = = = = = = = = = = =

ติดตามความรู้ดี ๆ  และสาระดี ๆ เพิ่มเติม สำหรับแม่ตั้งครรภ์ และลูกน้อย ได้ที่ www.konthong.com หรือ ร่วมพูดคุยแลกเปลี่ยนกัน ได้ที่
https://www.facebook.com/teamkonthong/

We promise to provide the knowledge and know-how for new mom. More and more solutions about how can you grow up your baby. Feel free to contact us if any problems have occurred or have any questions you would like to know. Don’t forget to follow and keep in touch with us on Facebook

https://www.facebook.com/teamkonthong/

บทความน่ารู้ เพิ่มเติม คลิกเลย …..

1.ลูกไม่กินข้าว เกิดจากอะไร และวิธีการรับมือ
2.เพราะอะไร ลูกมักอาเจียนหลังดื่มนม และเป็นอันตรายไหม