การฉีดวัคซีนเพื่อสร้างภูมิคุ้มกันให้เด็กตั้งแต่แรกเกิดจนกระทั่งเด็กโต เพื่อสร้างภูมิคุ้มกันให้ร่างกายแข็งแรงป้องกันเชื้อโรคต่างๆ วัคซีนแต่ละชนิดควรฉีดตามระยะเวลาแตกต่างกันไป มีวัคซีนหลายชนิดที่เด็กควรได้รับ โดยเฉพาะวัคซีน dtp หรือวัคซีนป้องกันโรคคอตีบโรค บาดทะยัก และโรคไอกรน เมื่อได้รับการฉีดก็สามารถทำให้ภูมิคุ้มกันแข็งแรงต้านทานโรคได้  ซึ่ง dtp vaccine คืออะไร มีความสำคัญอย่างไร และการดูแลลูกน้อยหลังจากฉีดวัคซีนแล้วต้องปฏิบัติแบบไหน เรามีคำตอบมาให้ค่ะ

dtp vaccine คืออะไร?

วัคซีนชนิดนี้ คือวัคซีนป้องกันโรคคอตีบ โรคบาดทะยัก และโรคไอกรน ซึ่งรวมกันอยู่ในเข็มเดียวที่ใช้ฉีดเพื่อเสริมให้เด็กมีภูมิคุ้มกัน สามารถป้องกันการเกิดโรคที่อาจจะทำให้เป็นอันตราย จนถึงขั้นเสียชีวิตในเด็กได้ ซึ่งโรคเหล่านี้มีการติดต่อกันได้ง่าย เพียงแค่เด็กไปสัมผัสละอองน้ำมูก น้ำลายของผู้ที่มีเชื้อเหล่านี้อยู่ในร่างกาย การที่เด็กได้รับวัคซีนจะช่วยให้ร่างกายสร้างภูมิคุ้มกัน และสามารถต้านทานต่อเชื้อโรคได้

dtp vaccine สำคัญต่อลูกน้อยอย่างไร

การฉีดวัคซีน dtp vaccine คือ จะช่วยป้องกันไม่ให้เด็กติดเชื้อแบคทีเรีย ซึ่งมีส่วนสำคัญทำให้เกิดโรคคอตีบบาดทะยัก และไอกรน จนทำให้เกิดผลเสียต่อร่างกายเด็กโดยเฉพาะ

  • โรคคอตีบ จะทำให้ระบบทางเดินหายใจตีบตันหายใจลำบาก กลืนอาหารไม่สะดวก นอกจากนี้ยังทำให้หัวใจและไตมีความเสียหายทำให้เกิดการเสียชีวิตได้ ส่วนเด็กที่ไม่ได้รับการฉีดจะทำให้เป็นผู้แพร่เชื้อโรคผ่านการไอ หรือจามไปยังเด็กคนอื่นได้
  • โรคบาดทะยัก การฉีดป้องกันจะทำให้เด็กปราศจากการเกิดเป็นบาดทะยัก ซึ่งเกิดจากเชื้อแบคทีเรียคลอสเตเดี่ยม เตตานี่ เมื่อเข้าสู่ร่างกายจะทำให้เกิดความเป็นพิษในระบบประสาท จนทำให้มีอาการกล้ามเนื้อกระตุก ระบบการหายใจทำงานผิดปกติ หากรักษาไม่ทันเวลาจะทำให้มีโอกาสเสียชีวิตสูง
  • โรคไอกรนเกิดจากเชื้อแบคทีเรีย บอร์เดเทลลา เพอร์ทัสซิส เชื้อจะมีความรุนแรงขึ้นมากหากติดต่อในเด็กทารก ซึ่งทำให้เด็กมีอาการไอหายใจลำบาก หายใจขัด และนำไปสู่การเกิดปอดอักเสบ และเสียชีวิตได้ในที่สุด

วัคซีน dtp ต้องฉีดเมื่อไหร่

การฉีดวัคซีน dtp vaccine คือจำเป็นต้องฉีดให้เด็กทั้งหมด 5 เข็ม

  • เริ่มเข็มแรกตอนอายุ 2 เดือน
  • เข็มที่ 2 และเด็กอายุ 4 เดือน
  • เข็มที่ 3 อายุ 6 เดือน
  • เข็มที่ 4 อายุ 1 ขวบ 3 เดือน
  • และมีการฉีดกระตุ้นอีกเข็ม เมื่ออายุ 4-6 ปี

หลังจากนั้นอาจจะมีการฉีด dtp vaccine คือจะต้องกระตุ้นทุก 10 ปีเพื่อให้ภูมคุ้มกันแข็งแรงต้านทานโรคไปจนถึงวัยผู้ใหญ่

ฉีดวัคซีนแล้ว อาจมีผลข้างเคียงหรือไม่

การฉีดวัคซีนให้เด็กแต่ละครั้งคุณพ่อคุณแม่ควรเฝ้าระวังอาการข้างเคียงที่จะอาจเกิดขึ้นได้ ถึงแม้ว่าวัคซีนจะได้รับการพัฒนามาเพื่อลดอาการแพ้แล้ว แต่สำหรับเด็กบางรายก็อาจจะมีปฏิกิริยาต่อต้านวัคซีนได้ โดยให้สังเกตอาการหลังฉีด dtp vaccine คือดังนี้

1.มีผื่นแดงขึ้นตามใบหน้า ใบหู ข้อศอก และตามผิวหนังทั่วไป รวมถึงมีอาการบวมบริเวณที่ฉีด

2.มีการระคายเคืองตามผิวหนัง ซึ่งเด็กจะแสดงอาการคันและเกาตามตัว

3.เด็กอาจมีไข้หลังจากฉีดวัคซีน

4.ในบางรายอาจจะมีอาการอ่อนเพลีย หงุดหงิด งอแง

5.เด็กอาจจะเบื่ออาหารร่วมด้วย หากเป็นเด็กเล็กก็จะกินนมน้อยลง หรือไม่ยอมกินนมเลยก็เป็นได้

6.เด็กอาจมีไข้สูงกว่า 40 องศาเซลเซียส

7.เด็กอาจจะร้องไห้นานผิดปกติหากร้องนานเกิน 3 ชั่วโมงควรพบแพทย์

8.ได้เด็กบางรายอาจจะมีอาการเป็นลมพิษทันทีหลังฉีดยา ร่วมกับมีอาการบวม หายใจลำบาก

ข้อควรระวังในการฉีด

การนำเด็กมารับเพื่อฉีดวัคซีนในแต่ละครั้ง ควรจะหากมีความระมัดระวัง โดยเฉพาะเด็กที่ข้อบ่งชี้ดังนี้

1.เลขที่เคยมีประวัติว่าแพ้วัคซีน DTP มาก่อน เช่น มีอาการ บวม แดง หรือมีอาการชัก

Sponsored

2.เด็กที่มีอาการเกี่ยวกับระบบประสาท

3.เด็กที่มีอาการกินแลง-บาร์เร มีอาการอักเสบของปลอกหุ้มเส้นประสาทเฉียบพลัน

การดูแลลูกน้อยหลังฉีด

หลังฉีดวัคซีน ควรดูแลลูกอย่างใกล้ชิดและเฝ้าสังเกตอาการหลังฉีด dtp vaccine คือ

1.เมื่อเด็กมีไข้ให้เช็ดตัวด้วยผ้าชุบน้ำอุ่น โดยเช็ดย้อนรูขุมขน ตามข้อพับ รักแร้ แขนขา และตามตัวเพื่อช่วยระบายความร้อน และลดอาการปวด

2.เมื่อมีอาการปวดบริเวณที่ฉีด หรือมีรอยแดงแข็ง เมื่อจับดูอาจจะรู้สึกร้อนผ่าว ให้ใช้ผ้าชุบน้ำซับเบาๆเพื่อลดความร้อนบริเวณที่ฉีดยา

3.หลังฉีดวัคซีน ให้ยาลดไข้แก้ปวดแก่เด็กตามขนาดอายุของเด็ก เพื่อช่วยลดไข้และอาการปวดให้ลดลง

การให้เด็กได้รับวัคซีนตามที่องค์การอนามัยกำหนดครบทุกชนิด จะเป็นการช่วยป้องกันไม่ให้เกิดโรคที่รุนแรง ซึ่งสามารถป้องกันได้จากการรับวัคซีนที่ช่วยกระตุ้นภูมิคุ้มกัน ซึ่งวัคซีนแต่ละชนิดต้องมีการฉีดหลายเข็ม เพื่อให้ภูมิคุ้มกันแข็งแรง การดูแลลูกอย่างเอาใจใส่ และนำไปรับการฉีดวัคซีนทุกครั้งตามกำหนดอายุ ก็จะเป็นการช่วยให้ลูกมีสุขภาพที่แข็งแรงได้ หากลืมฉีด หรือเลยกำหนดก็ยังสามารถนำลูกไปฉีดได้ โดยให้ปรึกษากับคุณหมอที่โรงพยาบาล หรือสถานีอนามัยใกล้บ้าน เด็กจะได้รับการฉีดวัคซีนทั้งตัวหลัก และตัวรองจนครบทุกตัว ซึ่งจะทำให้คุณพ่อคุณแม่มั่นใจได้ว่าลูกจะสมบูรณ์แข็งแรงปลอดภัยจากโรคต่างๆ ได้นั่นเอง

= = = = = = = = = = = =

ติดตามความรู้ดี ๆ  และสาระดี ๆ เพิ่มเติม สำหรับแม่ตั้งครรภ์ และลูกน้อย ได้ที่ www.konthong.com หรือ ร่วมพูดคุยแลกเปลี่ยนกัน ได้ที่ https://www.facebook.com/teamkonthong/

We promise to provide the knowledge and know-how for new mom. More and more solutions about growing up your baby. Feel free to contact us if any problems have occurred or any questions you would like to know. Don’t forget to follow and keep in touch with us on Facebook

https://www.facebook.com/teamkonthong/

บทความน่ารู้ เพิ่มเติม คลิกเลย …..

1.อัพเดต แพ็คเกจวัคซีนเด็กแรกเกิด 2564 จากโรงพยาบาลในกรุงเทพ

2.ลูกแพ้วัคซีน ไม่ใช่เรื่องเล็กๆ สังเกตสิลูกมีอาการแพ้หรือไม่