ตลอดระยะเวลา 9 เดือน ที่คุณแม่ตั้งครรภ์โดยมีเจ้าตัวน้อยนอนอบอุ่นอยู่ในท้องของคุณแม่ แน่นอนว่าคุณแม่ย่อมมีความหวังที่อยากจะให้ลูกคลอดออกมาแข็งแรงทุกประการ โดยเฉพาะการคลอดออกมาในเวลาที่เหมาะสม นั่นหมายถึง ไม่คลอดก่อนกำหนดที่อาจเกิดอันตรายต่อทารกน้อยได้ มาดูกันว่าคุณแม่จะต้องทำอย่างไรหาก ไม่อยากคลอดก่อนกำหนด ติดตามอ่านค่ะ

คลอดก่อนกำหนด คืออะไร

ตามปกติแล้วเมื่อคุณแม่ไปฝากครรภ์ครั้งแรก สิ่งสำคัญที่คุณหมอจะต้องถามคือ วันแรกของการมีประจำเดือนครั้งล่าสุดคือวันไหน ที่ต้องสอบถามเพื่อคุณหมอจะได้คำนวณกำหนดคลอดอย่างคร่าว ๆ ค่ะในทางการแพทย์ การตั้งครรภ์เริ่มต้นนับศูนย์ตั้งแต่วันที่มีประจำเดือนครั้งสุดท้าย นับไปอีก 38 – 40 สัปดาห์จะเป็นวันที่ครบกำหนดคลอด ในทางการแพทย์หากทารกน้อยในครรภ์คลอดก่อนอายุครรภ์ครบ 37 สัปดาห์ จะถือว่าเป็นทารกที่คลอดก่อนกำหนด จากสถิติทางการแพทย์แม่ตั้งครรภ์ 1 ใน 10 คนมีโอกาสคลอดก่อนกำหนด เป็นการคอลดก่อนกำหนดตามธรรมชาติร้อยละ 70 -80 และการคลอดที่คุณหมอเร่งให้คลอดหรือผ่าตัดคลอดเพื่อช่วยชีวิตที่อาจเกิดอันตรายต่อแม่และลูกอีกประมาณ ร้อยละ 20 – 30

ข้อเสียของการคลอดก่อนกำหนด

  1. ร่างกายและระบบอวัยวะต่าง ๆ ของทารกยังไม่พัฒนาสมบูรณ์เต็มที่ โดยเฉพาะระบบการหายใจที่จะเป็นตัวตัดสินว่าทารกจะสามารถมีชีวิตรอดได้หรือไม่
  2. ตามปกติแล้วการพัฒนาปอดของทารกที่บรรจุด้วยถุงลมจนเต็ม มีรูปร่างสมบูรณ์ถูกลักษณะและใช้งานได้เต็มที่ เมื่ออยู่ในครรภ์ครบ 35 สัปดาห์และใช้เวลาที่เหลือในครรภ์เพื่อหัดหายใจเอาน้ำคร่ำเข้าปอดเพื่อฝึกความพร้อมก่อนคลอดออกสู่โลกภายนอกดังนั้น หากคลอดเร็วกว่า 35 สัปดาห์ ทารกน้อยต้องใช้เวลาอยู่ในตู้อบเพื่อเฝ้าดูอาการอย่างใกล้ชิดนานมากขึ้น
  3. ในกรณีที่ทารกคลอดก่อนอายุครรภ์ 30 สัปดาห์ ส่วนใหญ่จะไม่เสียชีวิต หรือหากมีชีวิตรอดก็จะมีปัญหาสุขภาพติดตัวไปจนโต ต้องได้รับการดูแลรักษาในระยะยาว เช่น สมองไม่สมบูรณ์ โครงสร้างร่างกายไม่แข็งแรง พิการ หูหนวก หรือเป็นโรคหัวใจชนิดที่เกิดจากการพัฒนาหัวใจไม่สมบูรณ์ เป็นต้น

ไม่อยากคลอดก่อนกำหนด แล้วสาเหตุคืออะไร..?

การคลอดก่อนกำหนดเกิดได้จากปัจจัยหลากหลาย มีทั้งปัจจัยที่ป้องกันได้ และปัจจัยที่ป้องกันไม่ได้ ดังนี้

ปัจจัยที่ป้องกันไม่ได้

  1. พันธุกรรม โดยมีคนในครอบครัวมีประวัติคลอดก่อนกำหนด
  2. มีระบบสืบพันธุ์ที่ผิดปกติ เช่น มีปากมดลูกสั้น เคยผ่าตัดปากมดลูกมาก่อน
  3. ครรภ์แฝดน้ำ มีเนื้องอกในมดลูก เป็นต้น
  4. มีภาวะแทรกซ้อนผิดปกติ เช่น รกเกาะต่ำ รกหลุดลอกตัวก่อนกำหนด
  5. คุณแม่มีโรคประจำตัวที่มีผลกระทบต่อการตั้งครรภ์ เช่น เบาหวาน ความดันสูง ไทรอยด์เป็นพิษ

ปัจจัยที่ป้องกันได้

  1. คุณแม่ได้รับสารอาหารบางชนิดไม่เพียงพอ เช่น สังกะสี แมกนีเซียม จึงส่งผลให้คลอดก่อนกำหนดได้
  2. มีการตั้งครรภ์ที่ไม่สมบูรณ์แข็งแรง ซึ่งเกิดจากปัจจัยต่าง ๆ เช่น ความเครียด ภาวะซึมเศร้าระหว่างตั้งครรภ์ นอนหลับพักผ่อนไม่เพียงพอ ทำงานหนัก ใช้แรงมาก ยืนนานๆ หรืออยู่ในสภาพแวดล้อมที่มีมลพิษ เป็นต้น
  3. การสูบบุหรี่หรือดื่มเครื่องดื่มมีแอลกอฮอล์ในขณะที่ตั้งครรภ์
  4. คุณแม่ตั้งครรภ์ที่มีอายุน้อยกว่า 20 ปี หรือมากกว่า 35 ปีขึ้นไป
  5. คุณแม่มีน้ำหนักตัวมากเกินไปหรือน้อยเกินไป
  6. การติดเชื้อบางชนิดในช่องคลอดหรือถุงน้ำคร่ำ
  7. การรับประทานยาบางชนิดโดยไม่ปรึกษาคุณหมอ
  8. คุณแม่ติดเชื้อจากโรคที่สามารถป้องกันได้ เช่น การติดเชื้อทางเพศสัมพันธ์ การติดเชื้อทางเดินปัสสาวะ การติดเชื้อในลำไส้ เป็นต้น

สัญญาณเตือนอันตราย

หากคุณแม่มีอาการดังนี้ให้สงสัยไว้ก่อนนะคะว่าอาจเกิดการคลอดก่อนกำหนดได้ ให้รับไปพบคุณหมอโดยด่วน อาการที่เป็นสัญญาณเตือนอันตราย ได้แก่

  1. มดลูกบีบรัดตัวเป็นจังหวะแล้วคลายแต่มีความถี่ขึ้นเรื่อย ๆและสร้างความเจ็บปวดให้คุณแม่มากขึ้นเรื่อย ๆ อีกด้วย เช่น จาก 4 ครั้ง ใน 1 ชั่วโมง เป็น 8 – 10 ครั้งใน 1 ชั่วโมง และมีความเจ็บปวดเพิ่มมากขึ้นทุกครั้งที่มดลูกบีบรัด
  2. ท้องน้อยเกร็ง หากทดลองกดดูจะรู้สึกว่ามดลูกแข็งมาก

3.มีตกขาวและมูกออกมามากผิดปกติ หรือมีตกขาวที่มีเลือดปนออกมาด้วย

4.ปวดหลังมาก ตั้งแต่สะโพกร้าวไปถึงหลัง

5.มีน้ำคร่ำสีใส มีกลิ่นคาวรั่วไหลออกมาจากช่องคลอด

หากพบสัญญาเช่นนี้ต้องถึงมือคุณหมอเร็วที่สุดนะคะ และคุณหมอหากตรวจพบว่า มีสัญญาณการคลอดก่อนกำหนดจริง คุณหมอจะวางแผนในการดูแลรักษาต่อไป

Sponsored

อ้างอิงข้อมูลจาก หนังสือ pregnancy handbook

= = = = = = = = = = = =

ติดตามความรู้ดี ๆ  และสาระดี ๆ เพิ่มเติม สำหรับแม่ตั้งครรภ์ และลูกน้อย ได้ที่ www.konthong.com หรือ ร่วมพูดคุยแลกเปลี่ยนกัน ได้ที่
https://www.facebook.com/teamkonthong/

We promise to provide the knowledge and know-how for new mom. More and more solutions about how can you grow up your baby. Feel free to contact us if any problems have occurred or have any questions you would like to know. Don’t forget to follow and keep in touch with us on Facebook

https://www.facebook.com/teamkonthong/

บทความน่ารู้ เพิ่มเติม คลิกเลย …..

1.ทำไมต้อง เร่งคลอด มาทำความเข้าใจกับสาเหตุและการเร่งคลอด

2.วิธีเร่งคลอด ความแตกต่างระหว่างเร่งโดยหมอกับเร่งด้วยธรรมชาติ