ท้องเสียระหว่างตั้งครรภ์ ระหว่างตั้งครรภ์อาจทำให้แม่ตั้งครรภ์เกิดอาการเจ็บป่วยขึ้นได้มากมาย ซึ่งบางครั้งอาจเกิดจากสิ่งเล็ก ๆ น้อย ๆ ที่เรามองข้าม เช่น อากาศ เครื่องดื่ม เสื้อผ้า น้ำดื่ม อาหาร การเปลี่ยนวิตามินบางตัว ฯ “ท้องเสีย” คือหนึ่งในอาการที่ว่า เพราะสิ่งเล็ก ๆ น้อย ๆ ล้วนทำให้เกิดความไม่สบายได้ง่าย ๆ แถมอาการท้องเสียยังส่งผลกับลูกในครรภ์ด้วย เรามาทำความรู้จักกับเรื่องนี้ให้มากขึ้นกันค่ะ

ท้องเสียระหว่างตั้งครรภ์

ท้องเสียระหว่างตั้งครรภ์

สาเหตุของอาการท้องเสียระหว่างตั้งครรภ์

อาการท้องเสียระหว่างตั้งครรภ์แม้ไม่ได้เกิดขึ้นบ่อยเหมือนอาการท้องผูก แต่ก็เป็นอีกหนึ่งเรื่องที่ควรระมัดระวัง เพราะเราไม่อาจคาดเดาได้ว่าอาการท้องเสียจะเกิดขึ้นเมื่อไหร่อย่างไร ดังนั้นแม่ตั้งครรภ์จึงควรศึกษาข้อมูลให้ดี เพื่อจะได้เข้าใจมากขึ้น โดยอาการท้องเสียนั้นเกิดจากหลายสาเหตุด้วยกัน ซึ่งไม่ใช่เกิดเพราะการติดเชื้อโรคเสมอไป แต่ยังมีสาเหตุอื่น ๆ ที่ทำให้เกิดอาการท้องเสียได้ เช่น หวัดลงคอ อาหารเป็นพิษ น้ำดื่มไม่สะอาด การขาดวิตามินเสริมบางชนิด ฯ  จนก่อนให้เกิดการถ่ายผิดปกติมากกว่า 4 ครั้งต่อวัน

อาการท้องเสียระหว่างตั้งครรภ์ อันตรายที่แม่ตั้งครรภ์ควรรู้

-ใน 1 วัน พบว่ามีการถ่ายบ่อยเกิน 4 ครั้งขึ้นไป ซึ่งโดยปกติคนเราจะถ่ายประมาณ 1-2 ครั้งต่อวัน

-ถ่ายเป็นเลือดหรือมีมูกปนออกมาด้วย

-ถ่ายเหลวทุกครั้ง

-ในบางครั้งอาจมีอาการคลื่นไส้ อาเจียนร่วมด้วย

ท้องเสียระหว่างตั้งครรภ์ ลูกในครรภ์อันตรายหรือไม่

อย่างที่มีคนกล่าวไว้ แม่ทำอย่างไร ลูกก็ย่อมได้รับสิ่งนั้นด้วย อาการท้องเสียของแม่ตั้งครรภ์ ย่อมส่งผลต่อลูกในครรภ์อย่างแน่นอน เพราะร่างกายแม่ตั้งครรภ์จะเกิดภาวะขาดน้ำ ขาดเกลือแร่ ลูกในครรภ์เองก็จะเกิดภาวะขาดน้ำ ขาดเกลือแร่ตามไปด้วย รวมถึงส่งผลกระทบให้ลูกในครรภ์เกิดความไม่สบายตัว เพราะเสียงของลำไส้ที่บิดตัวไปมา จนทำให้ลูกในครรภ์พักผ่อนไม่เพียงพอ

การดูแลรักษาอาการท้องเสียระหว่างตั้งครรภ์

Sponsored

1.ดื่มเกลือแร่ เพราะจะช่วยทดแทนการสูญเสียน้ำในร่างกาย

2.งดอาหารทอด ๆ มัน ๆ หรืออาหารรสจัด หรืออาหารสุก ๆ ดิบ ๆ

3.ไม่ซื้อยาฆ่าเชื้อมาทานเองโดยเด็ดขาด หรือห้ามใช้ยาแก้ท้องเสียที่เป็นอันตรายกับสุขภาพครรภ์ ซึ่งมีส่วนผสมของโซเดียมหรือโซเดียมไบคาร์บอเนต เพราะถือเป็นสารต้องห้ามสำหรับแม่ตั้งครรภ์

4.หลังขับถ่ายทุกครั้ง ควรทำความสะอาดบริเวณทวารหนักให้ดี โดยการเช็ดทำความสะอาดนั้น ให้อยู่ในลักษณะเช็ดจากข้างหน้าไปข้างหลัง เพื่อป้องกันเชื้อโรคหรือสิ่งสกปรก เข้าสู่ทางปากช่องคลอด จนส่งผลต่อลูกในครรภ์ตามมา

5.ทานอาหารที่ปรุงสุกใหม่และสะอาด หรือทานอาหารอ่อน ๆ ย่อยง่าย เช่น ขนมปัง กล้วย โยเกิร์ต ข้าว เนื้อไม่ติดมัน และหลีกเลี่ยงอาหารที่มีส่วนผสมของน้ำตาลจำนวนมาก อาทิ น้ำผลไม้รสหวาน น้ำอัดลม เพราะจะยิ่งทำให้ท้องเสียมากขึ้น

6.หากพบว่าถ่ายเหลว ถ่ายบ่อย ถ่ายคล่อง ถ่ายเป็นมูก ถ่ายเป็นเลือด เกิน 4 ครั้ง ใน 1 วัน ควรรีบไปพบหมดโดยด่วน

 

==========

ติดตามความรู้ดี ๆ  และสาระดี ๆ เพิ่มเติมสำหรับแม่ตั้งครรภ์และลูกน้อย ได้ที่  www.konthong.com หรือ ร่วมพูดคุยแลกเปลี่ยนกันได้ที่ https://www.facebook.com/teamkonthong/