โรคอันตราย 6 ชนิด .. เมื่อฤดูฝนผ่านพ้นไปฤดูหนาวเข้ามาแทนที่ ช่วงเวลานี้จึงเป็นช่วงที่สำคัญ อากาศมีการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว ทำให้ร่างกายไม่สามารถทนและรับมือกับสภาพอาการนี้ได้ โดยเฉพาะในเด็กเล็กที่ร่างกายยังมีภูมิคุ้มกันไม่เพียงพอ จึงทำให้เกิดความเสี่ยงต่อการติดเชื้อได้ง่ายกว่าผู้ใหญ่ ดังนั้น คุณแม่มือใหม่อย่างเรา ก็ควรต้องคอยระวังและสังเกตสุขภาพของลูกอย่างใกล้ชิด สำหรับโรคอันตรายที่จะพอในช่วงนี้ ควรระวังโรคอะไรบ้างนั้น มาดูพร้อม ๆ กันเลยค่ะ

โรคอันตราย 6 ชนิด ในเด็ก ที่คุณแม่ควรเฝ้าระวัง

อันดับหนึ่งที่พบว่าเด็กเป็นมากที่สุด คือ “ไขหวัดใหญ่”

โรคร้ายแรงอันดับต้น ๆ ที่เด็กเล็กส่วนมากจะเป็นกันในช่วงอาการเปลี่ยนแปลง คงจะเป็นอะไรไม่ได้นั่นคือ “โรคไข้หวัดใหญ่” หรือ Influenza เป็นโรคที่พบบ่อยมาก ๆ ค่ะ อาการของไข้หวัดใหญ่โดยทั่วไป เชื้อโรคจะเข้าสู่ร่างกายเพียง 2 – 3 วันเท่านั้นค่ะ คุณแม่สามารถสังเกตเห็นได้ว่า ลูกจะมีอาการอ่อนเพลีย ไม่สดใส ต่อมาจะเริ่มมีอาการคัดจมูก น้ำมูกไหล เริ่มไอรวมด้วย และมีอาการอื่นๆ ที่เริ่มรุนแรงขึ้น เช่น มีอาการคลื่นไส้ อาเจียน ตาเริ่มเป็นสีแดง ถ้าอาการของลูกไม่รุนแรง อาการดังกล่าวจะหายได้เองภายใน 3 – 4 วัน แต่ถ้าเด็กบางคนร่างกายไม่สามารถทนต่อเชื้อโรคได้อาจจะเป็นนานหลายสัปดาห์ ซึ่งคุณแม่ไม่ควรไว้วางใจนะคะ เพราะอาจจะทำให้ลูกเกิดโรคแทรกซ้อนได้ เช่น ปอดอักเสบติดเชื้ออย่างรุนแรง หรือมีอาการคล้ายกับการติดเชื้อในกระแสเลือดจนในที่สุดก็เสียชีวิตได้ค่ะ อันตรายอย่างมาก เมื่อสังเกตได้ถึงอาการดังกล่าวคุณแม่ควรรีบไปพบแพทย์ในทันที ทั้งนี้ การฉีดวัคซีนป้องกันโรคไข้หวัดใหญ่ คุณแม่ควรพาลูกไปฉีดยาประมาณ 1 – 2 เดือนก่อนจะช่วงการเปลี่ยนแปลงฤดูกาลน่าจะเป็นการป้องกันที่ดีที่สุดค่ะ

อันดับต่อมาก็เป็นโรคที่ร้ายแรงไม่แพ้กัน นั่นคือ “โรคมือเท้าปาก”

โรคมือเท้าปาก (Hand-Foot and Mouth Disease) เกิดจากการติดเชื้อไวรัสที่มีชื่อว่า “Entero virus 71 หรือ Coxsackie” อาการที่โดยทั่วไป เมื่อเริ่มร่างกายของลูกเริ่มติดเชื้อ คุณแม่สามารถสังเกตได้ว่า ลูกจะเริ่มมีไข้ ผื่น ตุ่มน้ำใสตามฝ่ามือ ฝ่าเท้า เป็นแผลในช่องปาก กระพุ้งแก้ม ลิ้น และเหงือก บางรายอาจจะมีผื่นขึ้นบริเวณขาและก้นร่วมด้วย ถ้าอาการไม่รุนแรงส่วนมากจะหายได้เองภายใน 3 – 10 วัน ค่ะ แต่สำหรับเด็กบางคนที่มีอาการอื่นแทรกซ้อนด้วยอาจจะทำให้เกิดอาการอักเสบที่รุนแรงได้ เช่น ภาวะเยื่อหุ้มสมองอักเสบ สมองอักเสบ เป็นอัมพาตกล้ามเนื้อไม่มีแรง หรือกล้ามเนื้อหัวใจอักเสบได้ จนในที่สุดก็เสียชีวิต อาการที่บ่งบอกว่าเริ่มมีอาการที่รุนแรงก็ต่อเมื่อคุณแม่สังเกตว่า ลูกเริ่มมีอาการปวดหัวอย่างรุนแรงจนทนไม่ไหว พูดจาเพ้อเจ้อไม่รู้เรื่อง และมีอาการสะดุ้งผวา ตัวสั้น ๆ แขนหรือมือสั่น อาการเหล่านี้ถือเป็นสัญญาณเตือนว่าอาการเริ่มรุนแรง คุณแม่จึงควรพาลูกไปพบแพทย์ทันที่ค่ะ

โรคอันตรายในเด็กที่มาพร้อมกับยุ่ง นั่นคือ “โรคไข้เลือดออก”

โรคไข้เลือดออกโอกาสที่เด็กเล็กจะป่วยกันมากมีความเสี่ยงสูงค่ะ ถ้าแม้คุณแม่จะบอกว่าภายในบ้านมีมุ้งลวดอย่างดี ยุ่งไม่เข้ามาทำร้ายลูกน้อยได้อย่างแน่นอนนี้อาจเป็นความคิดที่ผิดค่ะ คุณแม่อย่าลืมว่า โรคไข้เลือดออกมาพร้อมกับยุ่งลาย ซึ่งยุ่งอยู่ได้ทุกที่ ไม่ว่าจะเป็นที่สวนหลังบ้าน ที่โรงเรียน หรือแม้แต่ที่ในห้องนอน ดังนั้น คุณแม่มาเริ่มสังเกตอาการกันเถอะค่ะ อาการทั่วไปที่พบ คุณแม่สามารถสังเกตได้จาก ลูกจะมีอาการอ่อนเพลีย และปวดท้อง  ตา บริเวณใบหน้าเริ่มเปลี่ยนเป็นสีแดง เมื่ออาการเริ่มรุนแรงขึ้น ลูกจะมีไข้ขึ้นสูงมาก ทานยาเท่าไหร่ไข้ก็ไม่ลด มีอาการปวดหัวอย่างรุนแรง อาการแทรกซ้อนที่น่าเป็นห่วงคือ อาจเกิดภาวะตับอักเสบ ลูกจะมีอาการอาเจียนร่วมด้วย ถ้าคุณแม่พบอาการดังกล่าวควรรีบพาไปพบแพทย์ทันทีนะคะ

โรคที่มักเป็นตอนเด็ก นั่นคือ “โรคอีสุกอีใส”

โรคอีสุกอีใส เป็นอีกหนึ่งโรคที่พบบ่อยในเด็กเล็ก ซึ่งโรคนี้เกิดจากการติดเชื้อไวรัสที่มีชื่อว่า “วาริเซลลา ซอสเตอร์ไวรัส (VZV : Varicella Zoster Virus)” ถ้าร่างกายเกิดการติดเชื้อเพียง 10 – 21 วัน คุณแม่ก็จะสังเกตได้จากการมีไข้ ตัวร้อน พบตุ่มแดงขึ้นตามจุดต่าง ๆ ของร่างกายและกลายเป็นตุ่มใส ในระยะเวลาเพียง 6 – 8 ชั่วโมง ถ้าอาการไม่รุนแรงภายใน 10 วันที่แผลเกิดการตกสะเก็ด ลูกก็จะมีอาการที่ดีขึ้น และอาการของโรคก็จะหายไปเอง สำหรับภาวะแทรกซ้อนที่อาจเป็นอันตรายต่อสุขภาพของลูกรัก เช่น การติดเชื้อแบคทีเรียที่ผิวหนังและเนื้อเยื่อ การติดเชื้อสเตรปโตคอคคัสกรุ๊ป-เอ (Group A Streptococcal Infections) โรคปอดบวม โรคสมองอักเสบ ภาวะติดเชื่อในกระแสเลือด และภาวะขาดน้ำและเกลือแร่ อาการแทรกซ้อนเหล่านี้เป็นอันตรายถึงชีวิต ดังนั้นเมื่อคุณแม่สังเกตอาการผิดปกติ ควรรีบไปพบแพทย์ทันทีเพื่อความปลอดภัยนะคะ

โรคที่มักเข้าใจว่าเป็นเรื่องปกติของเด็ก นั่นคือ “โรคท้องเสีย”

Sponsored

ผู้ใหญ่บางคนอาจมองว่าอาการท้องเสีย เป็นเรื่องปกติของเด็กที่ร่างกายกำลังเจริญเติบโต หรือเข้าใจว่าอาการท้องเสียเกิดจากการยืดตัวของเด็ก แต่ที่จริงแล้วภาวะอาการท้องเสียที่เกิดในเด็กเล็กนั้น เกิดมาจากลำไส้อักเสบเนื่องจากการติดเชื้อโรต้าไวรัส ซึ่งมาได้ทั้งจากของเล่น ของใช้ ที่เด็กชอบนำเข้าปากโดยไม่รู้ตัว อาการทั่วไปของโรค คุณแม่สามารถสังเกตได้ว่าลูกจะเริ่มมีอาการท้องเสีย อาเจียน บางรายจะมีไขขึ้นสูง ทานอาหารน้อยลง และร้องไห้งอแง ทั้งนี้ถ้าเกิดภาวะแทรกซ้อนอาจจะส่งผลอันตรายที่รุนแรงได้ ถ้าคุณแม่สังเกตลูกเริ่มขาดน้ำ ลิ้นแห้ง ปากแห้ง ปัสสาวะน้อย ร้องไห้ไม่มีน้ำตา และผิวหนังเย็น อาการเหล่านี้อาจจะทำให้ลูกเสียชีวิตได้ คุณแม่จึงควรพาลูกไปพบแพทย์ทันทีเพื่อความปลอดภัย

โรคปอดบวม หรือ โรคไอพีดี (IPD)

โรคปอดบวม (IPC : Invasive Pneumococcal Disease) เป็นโรคที่ติดเชื้อชนิดรุนแรง เกิดจากเชื้อแบคทีเรียที่ชื่อว่า “นิวโมคอคคัส” เด็กส่วนใหญ่ที่พบว่าเป็นโรคปอดบวมมักเกิดจากการติดเชื้อในกระแสเลือด และบริเวณเยื้อหุ้มสมอง มีความรุนแรงถึงขั้นพิการหรือเสียชีวิตได้ อาการทั่วไปคุณแม่สามารถสังเกตได้ เมื่อลูกเริ่มติดเชื้อที่ระบบประสาท ลูกจะมีไข้สูง มีอาการปวดศีรษะ คลื่นไส้ อาเจียน และคอแห้ง สำหรับการติดเชื้อในกระแสเลือดเด็กจะมีไข้สูงเช่นกัน แต่อาจจะรุนแรงถึงขั้นช็อกได้ค่ะ ดังนั้น เมื่อคุณแม่เริ่มสังเกตเห็นว่าลูกมีอาการปวดหัวมาก ร้องไห้ไม่หยุด หรือไข้ขึ้นสูง ควรรีบไปพบแพทย์ในทันทีนะคะ เพื่อความปลอดภัยและป้องกันการเสื่อมของเซลล์ประสาทได้ค่ะ

อย่างไรก็ตาม คุณแม่ควรจะเฝ้าระวังเรื่องของสุขภาพของลูกน้อยให้มากเป็นพิเศษนะคะ ในช่วงฤดูเปลี่ยนแปลงนี้ อาการเริ่มหนาวก็เริ่มให้ลูกสวมใส่เสื้อผ้าที่หนา และอบอุ่น และหลีกเลี่ยงการอาบน้ำที่เย็นเกินไปเพราะจะยิ่งทำให้ลูกรู้สึกหนาวมากขึ้นได้ค่ะ สุขภาพของลูกเป็นสิ่งที่คุณแม่ทุกคนคิดถึงเป็นอันดับแรกก็จริง แต่ก็อย่าลืมดูแลตัวเองด้วยนะคะ คุณแม่จะได้มีกำลังดูแลลูกน้อยให้ปลอดภัยจากโรคได้อย่างเต็มที่ค่ะ

ขอบคุณรูปภาพจาก : healthfreedoms

= = = = = = = = = = = =

ติดตามความรู้ดี ๆ  และสาระดี ๆ เพิ่มเติม สำหรับแม่ตั้งครรภ์ และลูกน้อย ได้ที่ www.konthong.com หรือ ร่วมพูดคุยแลกเปลี่ยนกัน ได้ที่
https://www.facebook.com/teamkonthong/

We promise to provide the knowledge and know-how for new mom. More and more solutions about how can you grow up your baby. Feel free to contact us if any problems have occurred or have any questions you would like to know. Don’t forget to follow and keep in touch with us on Facebook

https://www.facebook.com/teamkonthong/

บทความน่ารู้ เพิ่มเติม คลิกเลย …..

1.ตั้งครรภ์น้ำหนักลด ในช่วงไตรมาสแรก ผิดปกติหรือไม่

2.รีวิว 7 แอพคนท้อง ที่คุณแม่ควรมี เพื่อการตั้งครรภ์คุณภาพ