โรคอันตรายหน้าฝน อาการที่เปลี่ยนแปลงไปส่งผลต่อสุขภาพของเด็กและผู้ใหญ่ได้เป็นอย่างมาก โดยเฉพาะในช่วงฤดูฝนซึ่งมักจะมี “3 โรคอันตรายที่มักเกิดกับเด็กในฤดูฝน ที่พ่อแม่ควรระวัง”

โรคอันตรายหน้าฝน

เนื่องด้วยอากาศในช่วงฤดูฝนนั้นจะเป็นการกระจายความชื้นไปทั่วทุกพื้นที่ของประเทศ ถือเป็นฤดูร่าเริงของเชื้อไวรัส และเชื้อแบคทีเรียต่าง ๆ ที่เป็นสาเหตุของโรคในหน้าฝนที่เกิดขึ้นกับเด็ก เพราะมีความเสี่ยงสูง เนื่องด้วยภูมิต้านทานโรคของร่างกายยังไม่แข็งแรงมากพอ จึงทำให้ติดเชื้อได้ง่าย วันนี้เราจะนำเสนอ 3 โรคที่มักเกิดขึ้นได้ง่ายกับลูกอันเป็นที่รักเสมอ ๆ เพื่อเป็นแนวทางป้องกันการเกิดโรคต่าง ๆ เหล่านี้ได้แก่

โรคอันตรายหน้าฝน

โรคไข้หวัดใหญ่

โรคไข้หวัดใหญ่มักพบบ่อยในทุกเพศทุกวัย เกือบทั้งปี เพราะประเทศไทยนั้นเป็นเขตร้อนชื้น ซึ่งเป็นมากในช่วงฤดูฝน เด็กจะมีอาการตัวร้อน 2-3 วันโดยไม่มีอาการอย่างอื่นเลย แตกต่างจากการเป็นไข้หวัดธรรมดาตรงที่อาจทำให้เกิดโรคแทรกซ้อน และมีอันตรายถึงชีวิต ประเทศไทยพบไข้หวัดสายพันธุ์ใหม่อย่างต่อเนื่อง เช่น ไข้หวัดนก ไข้หวัดใหญ่ 2009 ซึ่งโรคที่กลายพันธุ์มาจากไข้หวัดใหญ่ธรรมดา ได้รับเชื้อจากสัตว์ เช่น หมู นก ความรุนแรงของโรคไม่แตกต่างกันมากนัก

อาการ: มีไข้ ปวดเมื่อยตามตัวและกล้ามเนื้อ ปวดหัว ไอ เจ็บคอ เด็กอายุน้อยกว่า 5 ขวบ หรือมีความบกพร่องทางภูมิคุ้มกัน มีโอกาสเสี่ยงเกิดอาการรุนแรงกว่ากลุ่มอื่น

การป้องกัน: ฉีดวัคซีนป้องกันไข้หวัดใหญ่ ควรฉีด 1-2 เดือนก่อนฤดูกาลระบาดของโรคจะมาถึงของทุกปี สามารถฉีดได้ในเด็กอายุ 6 เดือนขึ้นไป หากเป็นแล้วควรหลีกเลี่ยงเพื่อไม่ให้เชื้อแพร่กระจาย สวมหน้ากาก ล้างมือให้สะอาด ทานอาหารที่ถูกสุขอนามัย ก็จะช่วยป้องกันไข้หวัดใหญ่ได้

โรคมือ เท้า ปาก

โรค มือ เท้า ปาก เกิดจากเชื้อไวรัส สามารถพบได้ตลอดทั้งปี โดยเฉพาะในช่วงฤดูฝน พบมากในเด็กอายุ 6 เดือน ถึง 3 ปี โดยมีอาการที่มักหายไปเอง 3-10 วัน ติดต่อทางการไอ จาม น้ำลาย อุจจาระ มีระยะเวลาฟักตัว 3-6 วัน พบเชื้อทางน้ำลาย 2-3 วัน ก่อนมีอาการจนถึง 2 สัปดาห์หลังจากพบอาการ

อาการ: มีไข้ ตุ่มน้ำใสตามฝ่ามือ ผื่น ฝ่าเท้า แผลในปาก กระพุ้งแก้ม เหงือก ลิ้น บางคนอาจมีผื่นขึ้นที่บริเวณขา เมื่อเป็นแล้วเด็กบางคนจะรับประทานอาหารและน้ำไม่ค่อยได้ เพราะเจ็บปากมาก แม้แต่น้ำลายก็ไม่กลืน ทำให้เกิดภาวะขาดน้ำ ไม่ควรให้มีไข้สูงเกินไปเพราะอาจชักได้ บางคนมีภาวะแทรกซ้อน โดยเฉพาะเด็กที่มีอายุต่ำกว่า 5 ขวบ เช่น สมองอักเสบ เยื่อหุ้มสมองอักเสบ คุณพ่อคุณแม่ต้องสังเกตอาการและรีบพาไปพบแพทย์โดยทันที

การป้องกัน: ควรดูแลเรื่องอาหาร น้ำดื่ม ไม่ควรให้ลูกอยู่ในสถานที่แออัด ควรมีกระติกน้ำ หรือแก้วน้ำส่วนตัวเอาไว้ไปใช้ที่โรงเรียน ฝึกให้ใช้ช้อนกลางทุกครั้ง ทั้งที่บ้านและที่โรงเรียนของลูก

Sponsored

โรคไข้เลือดออก

ในช่วงฤดูฝนความชื้นต่าง ๆ และน้ำฝนที่ตกค้างตามพื้นที่ต่าง ๆ รอบ ๆ บ้านกลายเป็นแหล่งเพาะยุงอย่างดี ส่งผลให้มียุงเป็นจำนวนมากทั่วบริเวณซึ่งยุงบางชนิดก็เป็นพาหะนำเชื้อโรคร้ายมาสู่คน โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ยุงลาย ซึ่งเป็นพาหะนำโรคไข้เลือดออก ที่มีโอกาสเป็นได้ทั้งเด็กและผู้ใหญ่ โดยปกติแล้วโรคชนิดนี้สามารถระบาดได้ตลอดทั้งปี แต่ในช่วงฤดูฝนนั้นจะระบาดได้มากกว่าเพราะมีน้ำขังมากจากน้ำฝน

อาการ: ถ้าหากได้รับเชื้อจะมีไข้สูงเกิน 3 วันขึ้นไป กินยาลดไข้เท่าไหร่ก็ไม่ได้ผล มีอาการอ่อนเพลีย ปวดศรีษะ ปวดกระบอกตา ปวดเมื่อยตามตัว ตาแดง หน้าแดง ปากแดง ส่งผลให้เกิดภาวะตับอักเสบ ทำให้ปวดท้อง โดยเฉพาะบริเวณชายโครงด้านขวา ซึ่งเป็นตำแหน่งของตับ เพราะตับจะโต มีอาเจียนร่วมด้วย พร้อมทั้งภาวะขาดน้ำ

การป้องกัน: การป้องกันที่ง่ายสุดก็คือ อย่าให้ยุงกัด จำกัดแหล่งเพาะพันธุ์ยุงลาย อย่ารอให้เกิดอาการรุนแรงแล้วรักษา เช่น ไข้สุงเกินไป ช็อก หรือ เลือดออกง่าย ให้รีบพาลูกไปโรงพยาบาลโดยทันที

โรคที่เกิดในช่วงฤดูฝนอาจไม่แตกต่างจากโรคที่เกิดในฤดูกาลอื่น ๆ แต่มีแพร่กระจายได้สูงกว่าทุกฤดูกาล เพราะหน้าฝนนั้นมีความชื้นสูง ทำให้การแพร่เชื้อแบคทีเรียทำได้ง่าย ประกอบกับร่างกายคนเราจะค่อนข้างอ่อนแอในช่วงฤดูฝน เพราะมีหลายโรคที่รุมเร้าเข้ามาโดยเฉพาะไข้หวัด จึงทำให้ง่ายต่อการติดเชื้อโรค ทั้งเด็กและผู้ใหญ่ไม่แตกต่างกันมากนัก ลูกน้อยเป็นวัยที่ค่อนข้างมีภูมิคุ้มกันน้อยกว่าผู้ใหญ่ ดังนั้นจึงมีความเสี่ยงสูงกว่ามาก การให้ความสำคัญกับการดูแลเป็นพิเศษย่อมช่วยลดอัตราความเสี่ยงได้ไม่มากก็น้อย

อย่างไรก็ตามการใส่ใจดูแลเรื่องอาหารการกิน โดยเฉพาะการปรุงอาหารที่สุกใหม่ ๆ จะสามารถช่วยลดความเสี่ยงของโรคต่าง ๆ ได้รวมไปถึงการมีกิจกรรมออกกำลังกายภายในครอบครัวเป็นประจำ ก็ช่วยให้มีสุขภาพที่ดีขึ้นได้ การไม่ตากฝน หรือหากตัวเปือกชื้นควรรีบเปลี่ยนเสื้อผ้าให้ร่างกายอบอุ่น ก็สามารถช่วยลดการเกิดโรคและการแพร่กระจายไปได้ เพราะถ้าคนในครอบครัวติดเชื้อโรค ก็มีโอกาสสูงมากที่จะแพร่กระจายไปยังคนอื่น ๆ ในครอบครัวเพราะต้องอาศัยอยู่ร่วมกัน โดยเฉพาะพ่อแม่ ที่ต้องไกล้ชิดกับลูกน้อยตลอดเวลาที่อยู่บ้าน และนอนร่วมห้องกันตามแบบสังคมของไทยในช่วงลูกวัยเด็ก

==========

ติดตามความรู้ดี ๆ  และสาระดี ๆ เพิ่มเติมสำหรับแม่ตั้งครรภ์และลูกน้อย ได้ที่  www.konthong.com หรือ ร่วมพูดคุยแลกเปลี่ยนกันได้ที่ https://www.facebook.com/teamkonthong/