คุณแม่ที่เพิ่งคลอดลูก และยังไม่ทราบว่าการลงทะเบียนเพื่อรับเงินอุดหนุนเด็กแรกเกิด จะต้องทำอย่างไร รับที่ไหน และมีวิธีการเช็คสิทธิ์อย่างไรบ้าง วันนี้เราจะมาแนะนำวิธีการเช็คสิทธิ์การรับเงินอุดหนุนเด็กแรกเกิด - 6 ขวบอย่างถูกวิธี ซึ่งมีวิธีการเช็คอย่างไรบ้างนั้นมาดูกันเลย

วิธีตรวจสอบสิทธิ์ เงินอุดหนุนเด็กแรกเกิด

ให้คุณแม่เช็คโดยกรอกหมายเลขบัตรประชาชน 13 หลักลงไปในเว็บไซต์กรมกิจการเด็กและเยาวชน หรือเข้าไปที่เว็บไซต์กรมบัญชีกลาง กระทรวงการคลังก็ได้ ให้ทำตามขั้นตอนดังนี้

  1. เข้าไปที่เว็บไซต์ http://csgcheck.dcy.go.th/
  2. กรอกหมายเลขบัตรประชาชนของคุณพ่อหรือคุณแม่ และของเด็กแรกเกิด
  3. ระบุรหัสยืนยันรูปภาพ แล้วกดปุ่ม ตรวจสอบ
  4. จะมีหน้าจอแสดงผลการตรวจสอบ ก็ตรวจดูว่ามีรายชื่อลูกของคุณแม่หรือไม่
  5. ถ้ายังไม่มีชื่อลูกของปรากฏข้อความ ไม่พบสิทธิ์
  6. กรณีที่เด็กยังไม่เคยได้รับเงินจะขึ้นอักษร E แสดงสถานะของผู้รับสิทธิ์ ณ.เวลานั้น โดยมีหมายเลขE 01 - E24 เช่นหากข้อมูลเด็กไม่สมบูรณ์หรือเลขบัตรประชาชนผิด ก็จะขึ้นเป็นตัวหนังสือภาษาอังกฤษ E01 ทั้งนี้ คุณแม่ก็สามารถตรวจสอบในหน้าจอที่ขึ้นให้ได้

เช็คแล้วไม่พบสิทธิ์เกิดจากอะไร

การที่เช็คแล้วลูกของท่านไม่พบสิทธิ์ อาจจะเกิดได้หลายสาเหตุดังนี้

  1. คุณแม่ยังไม่เคยได้ไปติดต่อ และไม่ได้ให้ข้อมูลไว้กับหน่อยงานที่เกี่ยวข้อง
  2. ให้ข้อมูลหลัง วันที่ 30 กันยายน 2562 ซึ่งตามประกาศของกระทรวงได้ให้ผู้ที่มีเด็กแรกเกิด ถึง 6 ขวบไปลงทะเบียน เพื่อรับสิทธิ์ก่อนวันที่ 30 กันยายน 2562 หากไปหลังเวลานี้ จะทำให้ไม่ได้รับการบันทึกข้อมูลไว้ จึงตรวจสอบไม่ได้นั่นเอง
  3. ข้อมูลไม่ถูกต้องไม่ตรง ในกรณีที่เกิดความผิดพลาดทางข้อมูลของเด็กไม่ว่าจะลงชื่อ นามสกุลผิด หรือเลขบัตรประชาชนไม่ตรงกันก็ล้วนแต่มีปัญหาให้ตรวจสอบสิทธิ์ไม่ได้ทั้งสิ้น

เงื่อนไขการรับเงินอุดหนุนบุตร

สำหรับเงื่อนไขในการรับเงินอุดหนุนเป็นอย่างไรบ้างมาดูกันเลย โดยมีทั้งหมด 6 ข้อ คุณพ่อคุณแม่ควรตั้งใจอ่านและก็ควรทำความเข้าใจให้ดีด้วยนะ

  1. เด็กที่รับสิทธิ์ในปีงบประมาณ 2559 ถึง ปีงบประมาณ2561  คือเด็กที่เกิดตั้งแต่ 1 ตุลาคม 2558 ถึง 30 กันยายน 2561 จะได้รับสิทธิ์อย่างต่อเนื่องเดือนละ 600 บาทจนมีอายุครบ 6 ปีโดยไม่ต้องลงทะเบียนใหม่
  2. เด็กที่เกิดตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคม 2558 ถึง วันที่ 30 กันยายน 2561 แต่ไม่มีคุณสมบัติตามระเบียบ คือพ่อแม่มีรายได้ครัวเรือนเฉลี่ยไม่เกิน 36000 บาทต่อปี ตามประกาศเก่า ทำให้ไม่มีสิทธิ์ได้รับเงิน แต่ในปัจจุบันได้ขยายรายได้ครัวเรือนเฉลี่ยไม่เกิน 1 แสนบาทต่อคนต่อปี จึงทำให้เด็กเหล่านี้ได้สิทธิ์ และได้รับเงินนับตั้งแต่ปีงบประมาณ 2562 เดือนละ 600 บาทไปเรื่อย ๆ จนอายุครบ  6 ปี
  3. สำหรับเด็กที่เกิดตั้งแต่ วันที่1 ตุลาคม 2561 ถึง วันที่ 30 กันยายน 2562 ก็คือเด็กที่ไม่เกิน 1 ขวบ และก็ผู้ปกครองได้มายื่นขอรับสิทธิ์ภายในวันที่ 30 กันยายน 2562 ก็จะได้รับสิทธิ์ตั้งแต่เดือนที่เกิด จนอายุครบ 6 ปี
  4. เด็กที่เกิดตั้งแต่ วันที่1 ตุลาคม 2561 ถึงวันที่ 30 กันยายน 2562 ที่ผู้ปกครองได้มายื่นขอรับสิทธิ์ภายหลังวันที่ 30 กันยายน 62 ก็คือยื่นหลังปีงบประมาณ จะได้รับสิทธิ์ ตั้งแต่เดือนที่ลงทะเบียน จนอายุครบ 6 ปี เด็กกลุ่มนี้คือเด็กที่เกิดในปีงบประมาณที่เขาอนุมัติจ่าย 600 บาท ทั้งนี้คุณพ่อคุณแม่ที่ไม่ได้มาลงทะเบียนทางการจึงกำหนดให้มาลงหลังจากที่เกิดมาแล้วเกือบ 1 ขวบก็ได้ แต่ก็จะไม่ได้รับสิทธิ์ย้อนหลัง แต่จะได้รับตั้งแต่เดือนที่ลงทะเบียนเป็นต้นไปจนกระทั่งถึงอายุ 6 ปีนั้นเอง
  5. เด็กแรกเกิดที่เกิดตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคม 62 เป็นต้นไปก็ คือเด็กที่เกิดในปีงบประมาณ 63 จะได้รับเงินเดือนละ 600 บาทนับตั้งแต่เดือนที่ยื่นขอรับสิทธิ์ จนอายุครบ 6 ปี ในกรณีที่มีเด็กเกิดในปีงบประมาณ 2563 ไม่ได้หมายความว่าคุณจะได้ตั้งแต่เดือนเกิดนะ แต่คุณแม่จะได้ตั้งแต่วันที่ยื่นขอรับสิทธิ์ เพราะฉะนั้นถ้าคุณพ่อคุณแม่ไปยื่นช้า หมายความว่าเงินก็จะได้ช้าไปด้วย และไม่มีการย้อนหลังให้นั้นเอง

ลงทะเบียนรับเงินทำอย่างไร

เด็กที่อยู่ต่างจังหวัดไปขึ้นทะเบียนที่ อบต.หรือเทศบาล ถ้าอยู่ในเขตกรุงเทพฯ ให้ไปที่สำนักงานเขตตามที่อยู่อาศัย ไม่ใช่ตามทะเบียนบ้าน อย่างเช่นคุณพ่อคุณแม่อยู่ต่างจังหวัด พาลูกมาทำงานที่กรุงเทพฯ ก็ไปขึ้นที่สำนักงานเขตของกรุงเทพฯได้


คุณสมบัติที่ต้องตรวจสอบ

  • เด็กแรกเกิดต้องมีสัญชาติไทยและเกิดตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคมปี 2558 เป็นต้นไป
  • รายได้เฉลี่ยของครอบครัวไม่เกิน 100,000บาท ต่อคนต่อปี
  • ทุกคนมีสิทธิ์ลงได้ไม่ว่าจะเป็นเจ้าหน้าที่ของรัฐ ผู้ที่ทำงานในระบบมีประกันสังคม หรือมีบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ รวมถึงคุณแม่ที่มีอายุต่ำกว่า 18 ปี และผู้ที่อุปการะเด็กก็สามารถลงทะเบียนรับสิทธิ์นี้ได้เช่นกัน

เอกสารที่ขอรับเพื่อใช้ในการลงทะเบียน

  • แบบคำร้องขอลงทะเบียน(ดร 01)
  • แบบรับรองสถานะของครัวเรือน(ดร 02)
    เอกสารที่ต้องเตรียมมาจากบ้าน
  • บัตรประจำตัวประชาชนของผู้ปกครอง
  • สูติบัตรเด็กแรกเกิด
  • สมุดบัญชีเงินฝากของผู้ปกครอง เน้นเป็นของบัญชีออมทรัพย์ธนาคารกรุงไทย บัญชีเผื่อเรียกของธนาคารออมสิน หรือบัญชีออมทรัพย์ของธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร อย่างใดอย่างหนึ่งก็ได้
  • สมุดบันทึกสุขภาพแม่และเด็กเฉพาะหน้า ที่ 1 ที่มีประวัติบันทึกของคุณแม่ขณะตั้งครรภ์
  • ในกรณีที่ผู้ยื่นคำร้องขอลงทะเบียน และสมาชิกในครัวเรือนของผู้ยื่นคำร้องขอลงทะเบียน ได้เป็นเจ้าหน้าที่ของรัฐ เป็นพนักงานรัฐวิสาหกิจ หรือพนักงานบริษัทจำเป็นต้องมีเอกสารใบรับรองเงินเดือน หรือหนังสือรับรองรายได้ของทุกคนที่มีรายได้ประจำ ที่นายจ้างเซ็นรับรองมายื่นด้วย
  • สำเนาเอกสาร หรือบัตรข้าราชการเจ้าหน้าที่ของรัฐ บัตรแสดงสถานะตำแหน่งอื่นใด ที่แสดงตนของผู้รับรองคนที่ 1 และคนที่ 2

เมื่อยื่นเอกสารครบแล้วมารอรับเงินได้ตามตารางที่กำหนดไว้ในแต่ละเดือน ว่าเงินจะเข้าวันไหน หากถึงวันที่เงินเข้าแล้วเมื่อคุณพ่อคุณแม่ไปธนาคารเพื่อถอนเงิน แต่พบว่าเงินไม่ได้เข้าให้ โดยที่ไม่มีการแจ้งให้ทราบ ก็ควรตรวจสอบกับกรมบัญชีกลางให้แน่ใจ ไม่ควรปล่อยให้ผ่านไป หรือคิดว่าไม่เป็นไรเดี๋ยวก็คงมีเงินเข้ามาเอง จะทำให้เสียสิทธิ์ได้ เนื่องจากอาจจะมีการคีย์ข้อมูลของเด็กท่านตกหล่นก็เป็นได้ ดังนั้นเพื่อรักษาสิทธิควรสอบถามทันที

Sponsored

= = = = = = = = = = = =

ติดตามความรู้ดี ๆ  และสาระดี ๆ เพิ่มเติม สำหรับแม่ตั้งครรภ์ และลูกน้อย ได้ที่ www.konthong.com หรือ ร่วมพูดคุยแลกเปลี่ยนกัน ได้ที่
https://www.facebook.com/teamkonthong/

We promise to provide the knowledge and know-how for new mom. More and more solutions about how can you grow up your baby. Feel free to contact us if any problems have occurred or have any questions you would like to know. Don’t forget to follow and keep in touch with us on Facebook

https://www.facebook.com/teamkonthong/

บทความน่ารู้ เพิ่มเติม คลิกเลย …..

1.ข่าวดี!! เงินอุดหนุนบุตรจ่ายเพิ่มถึง 6 ปี พร้อมขยายฐานรายได้

2.ไขข้อข้องใจ!! เงินอุดหนุนบุตร กับ เงินสงเคราะห์บุตร ต่างกันอย่างไร