หัวนมแตก เป็นปัญหาที่คุณแม่ส่วนใหญ่มักจะเจออยู่เสมอ และสามารถสร้างความกังวลให้กับคุณแม่ได้ไม่น้อยเลยทีเดียว นั่นก็เพราะเมื่อหัวนมแตก จะทำให้คุณแม่มีอาการเจ็บหัวนม

หัวนมแตก

โดยเฉพาะเมื่อลูกดูดนมจะเกิดอาการเจ็บปวดมากทำให้ไม่สามารถให้นมลูกได้ แต่ก็ไม่ต้องกังวลไป เพราะความจริงแล้วเราก็สามารถแก้ปัญหานี้ได้ไม่ยาก ซึ่งวันนี้เราก็จะพาคุณไปเรียนรู้กับการแก้ปัญหาเมื่อหัวนมแตกกัน แต่ก่อนอื่นไปทำความเข้าใจกับสาเหตุที่ทำให้หัวนมแตกกันก่อน

หัวนมแตก เรื่องที่แม่ให้นมทุกคนต้องเจอ 

สาเหตุที่ทำให้หัวนมแตก

ก่อนจะแก้ปัญหาและป้องกันหัวนมแตก อันดับแรกคุณแม่ต้องทำความเข้าใจก่อนว่า สาเหตุที่ทำให้หัวนมแตกนั้นเกิดจากอะไร เพื่อจะได้แก้ไขอย่างถูกวิธีมากขึ้น โดยสาเหตุที่มักจะพบได้บ่อยๆ ก็คือ

1.ให้นมลูกไม่ถูกวิธี

การให้นมลูกจะต้องให้อย่างถูกวิธีและจับลูกให้อยู่ท่าที่ถูกต้อง  ที่สำคัญต้องให้ลูกอมหัวนมเข้าไปจนถึงลานนม เพราะหากลูกดูดนมอยู่แค่หัวนมจะทำให้หัวนมแตกได้ง่าย แถมน้ำนมออกน้อยกว่าปกติอีกด้วย โดยสำหรับใครที่ยังไม่ค่อยเข้าใจกับวิธีการให้ลูกดูดนมมากนัก ก็อาจลองขอคำแนะนำจากคนที่เคยมีลูกมาก่อนหรือสอบถามจากแพทย์ พยาบาลก็ได้ ซึ่งโรงพยาบาลส่วนใหญ่ก็จะมีการสอนให้กับคุณแม่หลังคลอดก่อนออกจากโรงพยาบาลอยู่แล้ว

2.การปั๊มนมด้วยอุปกรณ์

การใช้อุปกรณ์ปั๊มนมหากใช้แบบผิดวิธีก็จะทำให้หัวนมแตกได้เหมือนกัน เช่น การใช้ที่ปั๊มนมที่มีหัวปั๊มเล็กเกินไป การปั๊มนมด้วยความเร็วหรือแรงเกินไป เป็นต้น ดังนั้นหากคิดจะปั๊มนมด้วยอุปกรณ์ก็ควรศึกษาวิธีการใช้งานของอุปกรณ์นั้นๆ ให้ดีก่อน และเลือกขนาดหัวปั๊มที่มีความเหมาะสมกับหัวนมมากที่สุด และที่สำคัญควรเลือกหัวปั๊มที่มีคุณภาพและได้มาตรฐานจะดีกว่า

3.ติดเชื้อที่หัวนม

เมื่อหัวนมเกิดการติดเชื้อจะทำให้หัวนมเป็นแผลอักเสบและแตกเป็นแผลได้ง่าย ซึ่งส่วนใหญ่จะเกิดจากการที่ทารกมีเชื้อราในช่องปาก เมื่อดูดนมแม่ก็จะทำให้เชื้อราติดมาที่หัวนมและทำให้หัวนมเป็นแผลในที่สุด แต่ทั้งนี้หากพบก่อนว่าเป็นเชื้อราก็สามารถป้องกันไม่ให้หัวนมแตกได้ โดยสังเกตได้จากหัวนมที่จะมีลักษณะแดงและเงาผิดปกติ มีอาการคันและรู้สึกเจ็บทุกครั้งที่ลูกดูดนม ซึ่งหากมีอาการแบบนี้ ควรรีบไปพบแพทย์ทันที

4.เต้านมคัดตึง

เมื่อเต้านมคัดตึง ลานนมแข็ง จะทำให้เสี่ยงต่อการหัวนมแตกได้ง่าย เพราะเมื่อเต้านมคัดจะทำให้ลูกดูดนมได้ยากขึ้น และลูกอมหัวนมได้ไม่ลึกพอ เพราะฉะนั้นคุณแม่ควรพยายามปั๊มนมหรือให้ลูกดูดนมบ่อยๆ อย่างต่อเนื่องห่างกันไม่เกินครั้งละ 6 ชั่วโมง เพื่อจะได้ระบายน้ำนมออกไปบ้างและไม่ทำให้เต้านมคัดนั่นเอง

Sponsored

5.เอาหัวนมออกจากปากลูกผิดวิธี

การเอาหัวนมออกจากปากลูก ไม่ว่าจะเป็นในขณะที่ลูกกำลังดูดนมอยู่หรือเมื่อลูกหลับแล้ว จะต้องค่อยๆ เอาออกอย่างถูกวิธี ไม่ควรดึงออกเร็วเกินไป เพราะแรงดูดจะทำให้ผิวบริเวณหัวนมของคุณแม่แตกเป็นแผลได้ เพราะฉะนั้นควรค่อยๆ เอาหัวนมออกจากปากลูกอย่างถูกวิธีจะดีที่สุด

แก้ปัญหาอย่างไรดี เมื่อหัวนมแตก

หลายคนอาจเกิดความสงสัยว่าถ้าหัวนมแม่แตกจะให้นมลูกได้ตามปกติไหม ซึ่งก็ต้องบอกเลยว่าไม่เป็นอุปสรรคต่อการให้นมลูกแน่นอน แต่ก็ต้องขึ้นอยู่กับอาการหัวนมแตกด้วยว่ารุนแรงแค่ไหน เพราะในคุณแม่บางคนก็อาจเกิดการอักเสบจนไม่สามารถให้นมลูกได้เหมือนกัน ส่วนการแก้ปัญหาเมื่อหัวนมแตกก็สามารถทำได้ดังนี้

  • ในกรณีที่เต้านมคัด ให้คุณแม่บีบน้ำนมออกก่อนเล็กน้อยจนรู้สึกได้ว่าเต้านมนิ่มขึ้น ซึ่งจะทำให้ลูกดูดนมได้ง่ายและลดอาการเจ็บในระหว่างที่ลูกกำลังดูดนมได้อีกด้วย ส่วนน้ำนมที่บีบออกมาก็อาจเก็บใส่ถุงสำหรับเก็บนมแล้วแช่ตู้เย็นไว้เพื่อให้ลูกดื่มได้เหมือนกัน
  • ประคบเย็นบริเวณเต้านมและหัวนมจนเกิดอาการชาก่อนให้ลูกดูดนม เพราะจะทำให้คุณไม่ไม่ค่อยรู้สึกเจ็บและสามารถให้นมลูกได้อย่างสบายๆ และหลังจากที่ลูกดูดนมเสร็จแล้วก็ให้คุณแม่เอาน้ำนมทาที่หัวนมโดยไม่ต้องล้างหรือเช็ดออก จะช่วยให้อาการหัวนมแตกหายเร็วขึ้น
  • ทานยาแก้ปวดเพื่อบรรเทาอาการปวด โดยจะต้องทานก่อนให้นมลูกอย่างน้อย 30 นาที ซึ่งจะช่วยลดอาการเจ็บปวดที่หัวนมได้ และเมื่อให้ลูกดูดนมก็จะไม่ค่อยรู้สึกปวดเช่นกัน

เมื่อไหร่ที่ควรไปพบแพทย์

โดยปกติแล้วเมื่อหัวนมแตกหากมีอาการไม่รุนแรง คุณแม่สามารถดูแลตนเองแบบง่ายๆ จนหายเป็นปกติได้ แต่หากอาการรุนแรงมากขึ้นและยิ่งดูอักเสบมากกว่าเดิม กรณีนี้คุณแม่ก็ควรรีบไปพบแพทย์โดยด่วน เพื่อที่แพทย์จะได้วินิจฉัยและสั่งยารักษาที่เหมาะสมที่สุดมาให้นั่นเอง และที่สำคัญต้องพยายามหลีกเลี่ยงอย่าให้เกิดการเสียดสีบริเวณหัวนมบ่อยๆ ด้วย เพราะจะยิ่งทำให้อาการแย่ลงกว่าเดิม

เมื่อหัวนมแตกคุณแม่สามารถให้นมลูกได้ตามปกติ โดยอาจใช้วิธีที่แนะนำข้างต้นเพื่อลดอาการเจ็บปวดหัวนมเมื่อลูกดูดนม และแก้ไขที่ต้นเหตุเพื่อจะได้ไม่เกิดอาการหัวนมแตกซ้ำอีกนั่นเอง

ขอบคุณที่มา : www.pobpad.com

ขอบคุณรูปภาพจาก : lelux.co.th

==========

ติดตามความรู้ดี ๆ  และสาระดี ๆ เพิ่มเติมสำหรับแม่ตั้งครรภ์และลูกน้อย ได้ที่  www.konthong.com หรือ ร่วมพูดคุยแลกเปลี่ยนกันได้ที่ https://www.facebook.com/teamkonthong/