เนื่องจากช่วงนี้ไวรัสโควิค-19 กำลังระบาด ทำให้มีผู้ติดเชื้ออย่างรวดเร็วในหลายประเทศ โดยเฉพาะประเทศไทยของเรา ดังนั้นทางคนท้อง.com จึงรวบรวมข้อมูลเกี่ยวกับ ไวรัสโควิค-19 และวิธีการดูแลตัวเองและลูกน้อยให้ห่างไกลจากโรคไวรัสชนิดนี้มาฝากคุณพ่อคุณแม่กันค่ะ ไปดูกันเลยว่าไวรัสโควิคเกิดขึ้นได้อย่างไร มีอาการแบบไหน และจะป้องกันได้อย่างไรบ้าง

ไวรัสโควิค-19 เกิดจากอะไร

ไวรัสโควิค-19 เป็นไวรัสตระกูลเดียวกันกับโรคซาร์สที่เคยระบาดมาแล้ว ซึ่งจะมีความรุนแรงถึงขั้นทำให้ปอดอักเสบและเสียชีวิตได้เลยทีเดียว โดยแหล่งต้นกำเนิดของไวรัสชนิดนี้ยังไม่แน่ใจว่ามาจากไหนกันแน่ แต่มีการสันนิษฐานว่าน่าจะมาจากเนื้อสัตว์ป่าที่ขายในตลาดหัวหนานของประเทศจีนนั่นเอง ซึ่งเป็นไวรัสที่สามารถติดต่อจากสัตว์มาสู่คนได้ และติดต่อจากคนสู่คนได้อย่างรวดเร็วอีกด้วย

ข้อมูลโดย : นพ.อานนท์ เรืองอุตมานันท์

อาการเมื่อติดเชื้อ เป็นอย่างไร

สำหรับอาการของผู้ป่วยที่ติดเชื้อไวรัสโควิค-19 นั้น จะมีความคล้ายคลึงกับไข้หวัดทั่วไป ซึ่งอาจทำให้หลายคนแยกไม่ออกว่าอาการที่เกิดขึ้นนี้เป็นเพราะไข้หวัดหรือติดเชื้อโควิค-19 กันแน่ ดังนั้นเราจะมาเทียบความแตกต่างให้เห็นได้ชัดดังนี้

1.มีไข้สูงมากกว่า 37%

ผู้ที่ป่วยด้วยไวรัสโควิค จะมีไข้สูงมากกว่า 37% โดยที่ไข้ไม่ลดลงเลย ในขณะที่ไข้หวัดทั่วไปเมื่อผ่านไปประมาณ 3-4 วัน ไข้จะค่อย ๆ ลดลงและหายเป็นปกติในที่สุด

2.ไอ เจ็บคอ มีเสมหะนานเกิน 4 วัน

ผู้ป่วยจะมีอาการไอ เจ็บคอ และมีเสมหะร่วมด้วย ซึ่งในบางคนอาจมีเลือดปนออกมากับเสมหะได้เช่นกัน โดยอาการเหล่นี้จะเป็นอยู่มากกว่า 4 วัน โดยที่อาการไม่ดีขึ้นเลย ส่วนไข้หวัดธรรมดาอาการจะเริ่มดีขึ้นอย่างเห็นได้ชัดในช่วง 3-4 วัน

3.คลื่นไส้ อาเจียน ร่วมกับท้องเสีย

อาการคลื่นไส้อาเจียน และท้องเสีย เป็นอาการที่พบได้บ่อยมากในผู้ป่วยที่ติดเชื้อไวรัสโคลิค แต่ก็อาจพบเฉพาะบางคนเท่านั้น ส่วนกรณีของไข้หวัดธรรมดา อาจมีอาการคลื่นไส้อาเจียนได้บ้าง แต่จะไม่มีอาการท้องเสียแต่อย่างใด

4.หายใจลำบาก

หากคุณมีอาการดังกล่าวตามที่กล่าวมาแล้วข้างต้น ร่วมกับหายใจลำบากด้วย นั่นอาจเป็นสัญญาณว่าคุณกำลังติดเชื้อไวรัสโคลิคแล้วล่ะ และอาจรุนแรงถึงขั้นปอดติดเชื้อได้เลย แต่ถ้าเป็นโรคไข้หวัดทั่วไป จะมีอาการหายใจลำบากเมื่อมีน้ำมูกเยอะเท่านั้น และไม่ทำให้ปอดติดเชื้อ

5.ปวดเมื่อยตามตัว

อาการของโรคโควิค ผู้ป่วยจะปวดเมื่อยตามตัวเป็นอย่างมาก และทานอะไรไม่ลงเลย แต่ถ้าเป็นไข้หวัดธรรมดา จะมีอาการปวดตามตัวบ้างแต่ไม่มาก และมีอาการอ่อนเพลียด้วย

ดังนั้นหากพบว่ามีอาการไข้สูงมากกว่า 37 องศา ร่วมกับอาการไอ เจ็บคอ น้ำมูกไหล และหายใจหอบเหนื่อย หายใจลำบากด้วย ควรไปพบแพทย์เพื่อตรวจคัดกรองก่อนดีกว่า เพราะหากติดเชื้อไวรัสโควิค ก็จะได้ทำการรักษาได้ทันนั่นเอง

ข้อมูลโดย : กรมควบคุมโรค และโรงพยาบาลศิครินทร์ กรุงเทพ

โรคนี้ติดต่อจากคนสู่คนได้อย่างไร

สำหรับการติดต่อของเชื้อไวรัสโควิค-19 จะติดต่อได้เช่นเดียวกับโรคไข้หวัดทั่วไปเลย นั่นคือติดต่อผ่านการไอ จาม ติดต่อทางน้ำลาย และน้ำมูกนั่นเอง ดังนั้นจึงต้องป้องกันตัวเองให้ดีเพื่อไม่ให้ติดเชื้อโรคชนิดนี้ รวมถึงผู้ป่วยเองก็จะต้องป้องกันไม่ให้เกิดการแพร่เชื้อออกไปด้วย

การติดเชื้อโควิค-19 ในหญิงตั้งครรภ์ มีผลต่อลูกในครรภ์หรือไม่

สำหรับหญิงตั้งครรภ์นั้น ยังไม่มีรายงานที่แน่ชัด ว่าหากติดเชื้อไวรัสโควิคจะส่งผลให้มีความรุนแรงมากขึ้น และเป็นอันตรายต่อลูกน้อยในครรภ์หรือไม่ แต่เมื่อเทียบเคียงกับการติดเชื้อหรือการป่วยด้วยโรคอื่น ๆ ที่เกิดขึ้นในขณะตั้งครรภ์แล้ว ก็มักจะพบว่ามีผลรุนแรงต่อลูกน้อยในครรภ์เสมอ ทั้งยังเป็นอันตรายต่อตัวคุณแม่มากอีกด้วย ดังนั้นควรป้องกันดูแลตัวเองให้ห่างไกลจากเชื้อไวรัสชนิดนี้ไว้ก่อนดีกว่า เพื่อความปลอดภัยของคุณแม่และลูกน้อยในครรภ์นั่นเอง

เชื้อไวรัส ถ่ายทอดจากแม่สู่ลูกได้หรือไม่

สำหรับกรณีนี้ก็ยังไม่มีหลักฐานที่ยืนยันได้ว่า เชื้อโรคชนิดนี้สามารถติดต่อจากแม่ไปสู่ลูกน้อยในครรภ์ได้หรือไม่ ดังนั้นหากพบว่าป่วยเป็นโรคนี้ควรรีบทำการรักษาทันที เพราะอย่างน้อยก็ช่วยป้องกันความเสี่ยงต่างๆ ได้นั่นเอง

เมื่อแม่ติดเชื้อโควิค ให้ลูกกินนมแม่ได้ไหม

กรณีที่แม่ติดเชื้อโควิค-19 สามารถให้ลูกกินนมแม่ได้ ซึ่งยังไม่มีรายงานว่าการให้ลูกดื่มนมแม่จะทำให้ลูกติดเชื้อ แต่ทั้งนี้เนื่องจากเชื้อโรคชนิดนี้สามารถแพร่กระจายจากการสัมผัสอย่างใกล้ชิดได้ โดยเฉพาะการไอจามที่อาจมีละอองฝอยทางเดินหายใจออกมา ดังนั้นแนะนำให้คุณแม่ใช้วิธีการปั้มนมให้ลูกดื่มดีกว่า จะได้ไม่ต้องสัมผัสใกล้ชิดกับลูกจนอาจทำให้ลูกน้อยเสี่ยงติดเชื้อได้

Sponsored
ข้อมูลโดย : กรมอนามัย กระทรวงสาธารณสุข

วิธีการป้องกันเชื้อไวรัสโควิค-19

การดูแลตัวเองและลูกน้อยให้ห่างไกลจากเชื้อไวรัสชนิดนี้ สามารถทำได้โดย

1.ทานอาหารที่ปรุงสุกแล้ว

เนื่องจากต้นตอของเชื้อโรคชนิดนี้ ติดต่อจากสัตว์มาสู่คน ดังนั้นคุณแม่ควรป้องกันตัวเองและลูกน้อยด้วยการทานอาหารที่ปรุงสุกแล้วเสมอ หรืออาจเลี่ยงพวกเนื้อสัตว์ป่าไปเลยก็จะดีมาก

2.สวมใส่หน้ากากอนามัย

ควรสวมใส่หน้ากากอนามัยทุกครั้งที่ออกนอกบ้าน โดยเฉพาะเมื่อต้องไปในที่ที่แออัด หรือสถานที่ที่มีผู้คนพลุกพล่านเยอะ เพราะเราอาจติดเชื้อมาโดยไม่รู้ตัว

3.ไม่ใช้ของส่วนตัวร่วมกัน

ไม่ควรใช้ของส่วนตัวร่วมกัน เพราะจะทำให้ติดเชื้อสู่กันได้ง่าย รวมถึงการทานอาหารร่วมกับผู้อื่นก็ต้องใช้ช้อนกลางทุกครั้งด้วย

4.ล้างมือให้สะอาดบ่อยๆ

เพราะมือของเราอาจไปสัมผัสถูกละอองฝอยทางเดินหายใจ จากการไอจามของผู้อื่นมาโดยไม่รู้ตัว ดังนั้นการล้างมือให้สะอาดอยู่เสมอ รวมถึงการฆ่าเชื้อด้วยเจลล้างมือ ก็จะช่วยลดความเสี่ยงการติดเชื้อได้ดี

5.ไม่ไปในสถานที่ที่มีการระบาด

คุณแม่ไม่ควรพาลูกน้อยไปยังสถานที่ที่มีการระบาดเด็ดขาด หากมีความจำเป็นจริงๆ ก็ต้องเตรียมพร้อมป้องกันตนเองและลูกน้อยให้ดีด้วย

6.ทำให้ร่างกายแข็งแรงอยู่เสมอ

การที่คุณแม่และลูกน้อยมีสุขภาพร่างกายที่แข็งแรง จะช่วยต้านการติดเชื้อไวรัสโควิค-19 ได้ เพราะฉะนั้นควรดูแลตัวเองและลูกน้อยให้แข็งแรงอยู่เสมอ รวมถึงต้องนอนหลับพักผ่อนให้เพียงพอด้วย

ข้อมูลโดย : นพ.อานนท์ เรืองอุตมานันท์  และ โรงพยาบาลศิครินทร์ กรุงเทพ

ในช่วงที่ไวรัสโควิค-19 กำลังระบาดแบบนี้ คุณพ่อคุณแม่ควรดูแลตัวเองและลูกน้อยให้มากขึ้น โดยพยายามหลีกเลี่ยงการไปในสถานที่ที่มีผู้คนแออัด และควรสวมหน้ากากอนามัยอยู่ตลอดเวลา เพื่อป้องกันไม่ให้ติดเชื้อไวรัสได้ง่ายนั่นเอง นอกจากนี้หากมีอาการป่วยควรรีบไปพบแพทย์โดยด่วน เพื่อตรวจว่ามีการติดเชื้อไวรัสโควิคหรือไม่ และจะได้รักษาได้ทันนั่นเอง

= = = = = = = = = = = =

ติดตามความรู้ดี ๆ  และสาระดี ๆ เพิ่มเติม สำหรับแม่ตั้งครรภ์ และลูกน้อย ได้ที่ www.konthong.com หรือ ร่วมพูดคุยแลกเปลี่ยนกัน ได้ที่
https://www.facebook.com/teamkonthong/

We promise to provide the knowledge and know-how for new mom. More and more solutions about how can you grow up your baby. Feel free to contact us if any problems have occurred or have any questions you would like to know. Don’t forget to follow and keep in touch with us on Facebook

https://www.facebook.com/teamkonthong/

บทความน่ารู้ เพิ่มเติม คลิกเลย …..

1.ลูกไม่สบาย มีน้ำมูกเยอะ หายใจไม่ออก ใช้น้ำเกลือล้างจมูกดีไหม
2.มาดู 5 ขั้นตอนเช็ดตัวลูก ให้ไข้ลงอย่างถูกวิธีจาก Dr.Pakky