ท้องผูกถ่ายยาก การเปลี่ยนแปลงโครงสร้างทางร่างกายของคุณแม่ตั้งครรภ์ ที่เกิดขึ้นระหว่างตั้งครรภ์นั้นอาจจะไม่สามารถฟื้นตัวกับมาในเวลาอันรวดเร็วแม้คุณแม่ได้คลอดลูกแล้ว ช่วงหลังคลอดนี้กล้ามเนื้อหน้าท้องอาจยังหย่อน ความดันในช่องท้องอาจลดลง ระดับฮอร์โมนที่เพิ่มขึ้นระหว่างตั้งครรภ์ทำให้กล้ามเนื้อลำไส้คลายตัวจนเกิดอาการท้องผูกหลังคลอดได้ และคุณแม่หลังคลอดที่มีกาแผลฝีเย็บทำให้เกิดความกลัวเจ็บแผล จนไม่อยากขับถ่ายก็เป็นไปได้เช่นกันค่ะ แต่คุณแม่หลังคลอดที่มีปัญหาเกี่ยวกับอาการท้องผูก หรือถ่ายยากก็ไม่ต้องกังวลมากไปนะคะ คุณแม่หลังคลอดจะมีอาการท้องผูกมากถึง 50% เนื่องจากหลายสาเหตุด้วยกัน

ท้องผูกถ่ายยาก หลังคลอด แก้ยังไงดี

ท้องผูกถ่ายยาก หลังคลอด แก้ยังไงดี

สาเหตุของอาการท้องผูกของคุณแม่หลังคลอด

  • เกิดจากความกลัวของคุณแม่ พลังจากคลอดจะมีอาการเจ็บบริเวณแผลช่องคลอด ถ้าขับถ่ายอาจจะทำให้รู้สึกเจ็บ และกลัวว่าแผลจะกระทบกระเทือน ซึ่งคุณแม่บางคนจะมีอาการเจ็บมากเวลาถ่าย เพราะเป็นโรคริดสีดวงทวารด้วย
  • คุณแม่ที่ได้รับการผ่าคลอด หลังคลอดจะมีอาการท้องผูกประมาณ 1 – 2 สัปดาห์ เนื่องจากลำไส้อาจจะคืนสภาพการทำงานเป็นปกติช้ากว่าการคลอดธรรมชาติ และเป็นผลมาจากแผลผ่าตัดที่หายช้ากว่าการคลอดธรรมชาติ ส่งผลให้คุณแม่มีอาการท้องผูกได้นั่นเอง
  • กรณีคุณแม่ผ่าคลอด อาจจะได้รับยาบางชนิดที่ช่วยระงับอาการเจ็บปวดจากการคลอด ทำให้ส่งผลต่อระบบขับถ่าย ทำให้คุณแม่มีอาการท้องผูกได้เช่นเดียวกัน
  • การรับประทานยาวิตามินที่มีส่วนผสมของธาตุเหล็ก ก็ทำให้คุณแม่เกิดอาการท้องผูกได้
  • สภาพจิตใจหลังคลอด เป็นสิ่งที่สำคัญ คุณแม่อาจจะรู้สึกว่าการอยู่โรงพยาบาลหลายวัน ไม่มีความเป็นส่วนตัว ทำให้คุณแม่ไม่สามารถขับถ่ายอุจาจาระได้

สำหรับภาวะอาการท้องผูกนั้นสามารถพบได้ทั้งกับคุณแม่ที่ผ่าคลอดและคลอดแบบธรรมชาติ เนื่องจากในระหว่างที่คุณแม่คลอดลูกนั้น ลำไส้ส่วนล่างที่มีหน้าที่ควบคุมการขับถ่ายจะได้รับความกระทบกระเทือนมาก ซึ่งลำไส้ของคุณแม่จะถูกกดทับ โดยมดลูกเป็นระยะเวลานาน รวมถึงการถูกสวนอุจจาระในช่วงก่อนการคลอดอีกด้วย ทำให้กากอาหารภายในลำไส้ส่วนล่างถูกขับออกมาจนหมด คุณแม่หลังคลอดจึงมีอาการท้องผูกนั่นเอง คุณแม่หลายคนอาจสงสัยว่า แล้วอย่างนี้จะต้องแก้ปัญหาอย่างไรให้ถูกจุด วันนี้เรามีเคล็ดลับการดูแลและแก้ไขอาการท้องผูกที่คุณแม่สามารถทำตามได้ง่าย ๆ มาแนะนำค่ะ

วิธีแก้อาการท้องผูก สำหรับคุณแม่หลังคลอด

  1. เลือกรับประทานอาหารที่มีใยอาหารสูง เช่น ข้าวซ้อมมือ ผัก และผลไม้บางชนิดที่มีสพรรคุณเป็นอย่างระบายอ่อน ๆ อย่างเช่น กล้วย ส้ม ลูกพรุน ฝรั่ง แอปเปิ้ล หรือเลือกดื่มน้ำผลไม้แทนก็ได้ การรับประทานผักและผลไม้จะช่วยกระตุ้นการขับถ่ายได้
  2. ดื่มน้ำในปริมาณมาก ๆ อย่างน้อย 8 – 10 แก้วต่อวัน เพราะน้ำจะช่วยให้อุจจาระนิ่มลง ขับถ่ายได้ง่ายขึ้น และการขับถ่ายไม่ทำแผลฝีเย็บแยกจนเจ็บมาก ดังนั้น คุณแม่อย่ากลัวจนถึงขั้นกลั้นไว้ เพราะยิ่งทำให้อุจจาระแข็ง และขับถ่านยากขึ้น
  3. หมั่นออกกำลังกายอย่างเหมาะสม เมื่อน้ำคาวปลาหยุดไหล โดยคุณแม่สามารถเริ่มบริหารหน้าท้อง หรือการเดินออกกำลังกาย โดยเฉพาะคุณแม่ผ่าคลอดแล้วด้วย การเดินจะช่วยกระตุ้นให้ลำไส้ทำงานได้ดีขึ้น แถมยังช่วยกระตุ้นให้คุณแม่มีความต้องการยากขับถ่ายได้ดีขึ้นอีกด้วย
  4. ฝึกขมิบอุ้งเชิงกรานให้กล้ามเนื้อหน้าท้องและกล้ามเนื้อบริเวณทวารแข็งแรงขึ้น โดยการคุกเข่า มือยันพื้นทั้ง 2 ข้าง แล้วเกร็งกล้ามเนื้อบริเวณทวาร จากนั้นดึงกล้ามเนื้อเชิงกรานเข้ามา พร้อมกับการโก่งกล้ามเนื้อส่วนหลังให้สูงขึ้น ค้างไว้สักพัก แล้วค่อย ๆ คลายกล้ามเนื้อ โดยให้หลังแอ่นลงนะคะ การฝึกเช่นนี้จะช่วยกระตุ้นให้ยากขับถ่ายได้เร็วขึ้น
  5. คุณแม่จะต้องรับประทานอาหารที่มีกากใยเพิ่มมากขึ้น ทั้งผลไม้สด และผักด รวมถึงธัญพืชต่าง ๆ ในปริมาณที่มากพอต่อวัน เพื่อกระตุ้นกระบวนการทำงานของระบบขับถ่าย
  6. กรณีที่คุณแม่มีอาการริดสีดวงทวารหนักอยู่ แนะนำให้ประคบด้วยน้ำอุ่น หรือนั่งแช่ในน้ำอุ่นค่ะ จะช่วยบรรเทาอาการอักเสบของริดสีดวงทวารได้

อย่างไรก็ตาม ถ้าคุณแม่ทำทุกวิถีทางแล้ว อาการท้องผูกยังไม่หายไป แนะนำให้คุณแม่ไปปรึกษาแพทย์ เพื่อรับการรักษาและคำแนะนำเกี่ยวกับการปฏิบัติตัวอย่างถูกต้องและเหมาะสม เพื่อให้สุขภาพของคุณแม่ที่ดีขึ้น

อาการท้องผูกเสี่ยงต่อโรคอะไรบ้าง

อาการท้องผูกเป็นระยะเวลานาน อาจจะทำให้คุณแม่มีอาการท้องผูกเรื้อรังในระยะยาวได้ ซึ่งนั่นอาจนำไปสู่ภาวะความดันโลหิตสูงได้ เนื่องจากขณะแบ่งมาก ๆ มีผลต่อระบบการทำงานของหัวใจและหลอดเลือด เมื่อมีการแบ่งอย่างต่อเนื่อง จะทำให้ระบบการทำงานของหัวใจและหลอดเลือดผิดปกติ

Sponsored

เมื่อคุณแม่หลังคลอดมีอาการท้องผูกบ่อยครั้ง จะทำให้เกิดความเครียด ความรู้สึกอึดอัน ไม่สบายตัวจากอาการท้องผูกร่วมกับความกังวลต่างๆ ในช่วงหลังคลอด ซึ่งคุณแม่มีความเสี่ยงสูง ต่อภาวะเครียดแบบเรื้อรัง นอกจากนี้ อาการท้องผูกยังเสี่ยงต่อโรคริดสีดวงทวาร เนื่องจากการเบ่งเป็นเวลานาน เส้นเลือดที่ขอดอยู่บริเวณทวารหนักจะถูกมดลูกกดทับ และปูดออกมา เมื่อคุณแม่เบ่งอย่างรุนแรงก็จะทำให้เกิดริดสีดวงทวารแตกจนมีเลือดออกมา และทำให้มีความเสี่ยงต่อการเป็นมะเร็งลำใส้ได้ในที่สุดค่ะ

อาการท้องผูกหลังคลอดเป็นอาการที่คุณแม่ต้องพบเจอกันทุกคนอยู่แล้ว แต่ถ้ารู้จักป้องกัน ก็จะทำให้อาการบรรเทาลงได้นะคะ การป้องกันอาการท้องผูกแบบง่าย ๆ คุณแม่สามารถเริ่มป้องกันได้ในขณะตั้งครรภ์ โดยการฝึกการขับถ่ายให้เป็นเวลา หมั่นดื่มน้ำผลไม้เป็นประจำ เพิ่มกากใยอาหารโดยการทานผักและผลไม้ในระหว่างมื้ออาหาร เพื่อฝึกให้ร่างกายเคยชิน และป้องกันอาการท้องผูกที่รุนแรงได้ สุขภาพของคุณแม่ก็เป็นสิ่งที่สำคัญไม่แพ้ก้น อย่ามัวแต่ให้ความสำคัญกับการดูแลลูกน้อยจนลืมเวลาในการขับถ่าย เพราะนั่นอาจทำให้คุณไม่สามารถดูแลลูกน้อยได้อย่างเต็มที่ได้ เพราะร่างกายอ่อนเพลียและมีปัญหาเกี่ยวกับสุขภาพ ซึ่งไม่ดีแน่นอนค่ะ

Photos from : momjunction

==========

ติดตามอ่านข้อมูล ข่าสาร ความรู้ และสาระดี ๆ เพิ่มเติมสำหรับ “แม่ตั้งครรภ์และคุณแม่มือใหม่” ได้ที่ http://localhost:7888/ หรือร่วมพูดคุยแลกเปลี่ยนประสบการณ์ได้
ที่เพจ https://www.facebook.com/teamkonthong/ และ
https://www.facebook.com/groups/TeamKonthong/