ปัจจุบันนี้ ประโยชน์ของน้ำมะพร้าว และน้ำมันมะพร้าว มาใช้ประโยชน์อย่างหลากหลาย ไม่ว่าจะเป็นการนำมาประกอบอาหาร การนำมาใช้เพื่อการบำรุงความสวยความงาม และการนำมาใช้ทำออยล์พูลลิ่งเพื่อดูแลสุขภาพในช่องปาก

ประโยชน์ของน้ำมะพร้าว

เนื่องจาก ประโยชน์ของน้ำมะพร้าว และน้ำมันมะพร้าว นั้นมีหลากหลาย โดยเฉพาะจากกรด Lauric Acid ที่เป็นประโยชน์ต่อทารก เพราะมีสารอาหารใกล้เคียงกับนมแม่ จึงทำให้สามารถเพิ่มภูมิต้านทานได้เป็นอย่างดี ดังนั้น หากคุณกำลังพิจารณาในเรื่องของโภชนาการของเด็ก ว่าควรทานอะไรดีลูกน้อยจึงจะสามารถเจริญเติบโตสมวัย ก็ต้องลองดูคุณประโยชน์ของน้ำมะพร้าว และน้ำมันมะพร้าวดังต่อไปนี้

ประโยชน์ของน้ำมะพร้าว และน้ำมันมะพร้าวที่มีต่อทารกมากกว่าที่คิด

ประโยชน์ของน้ำมะพร้าวที่มีต่อเด็กทารก

ประโยชน์ของน้ำมะพร้าวนั้นเรียกว่ามีมากมาย เพียงแค่ 100 กรัม ก็สามารถให้ได้ทั้งน้ำ โปรตีน ไฟเบอร์ แคลเซียม แมกนีเซียม โฟเลต และวิตามินชนิดอื่น ๆ อีก ซึ่งทั้งหมดนี้ล้วนแต่เป็นสารอาหารที่มีความสำคัญต่อการเจริญเติบโตของทารก แต่การจะเริ่มให้ทารกได้ทานน้ำมะพร้าวนั้น ต้องรอจนมีอายุเข้าสู่เดือนที่ 6-8 ก่อน โดยการผสมลงไปในอาหารเพียงเล็กน้อย เมื่อเด็กเริ่มชินกับรสชาติ ก็สามารถนำใส่ขวดให้ทานได้ ยิ่งถ้าหากได้ทานในช่วงหน้าร้อน ประโยชน์ของน้ำมะพร้าวนั้น จะช่วยให้เด็กสดชื่น และช่วยเติมน้ำให้ร่างกายได้เป็นอย่างดี

นอกจากนี้ หากลูกของคุณมีอาการผิดปกติเกี่ยวกับระบบทางเดินอาหาร หรือเป็นโรคท้องผูก ก็สามารถรักษาด้วยน้ำมะพร้าวได้ ดังที่กล่าวไปแล้วนั้นว่าประโยชน์ของน้ำมะพร้าวนั้นมีหลากหลาย มีทั้งไฟเบอร์ และยังมีน้ำตาลจากธรรมชาติ จะช่วยรักษาโรคระบบทางเดินอาหาร และช่วยให้มีการขับถ่ายได้อย่างดีขึ้น รู้หรือไม่ว่าในน้ำมะพร้าวมีฤทธิ์ต้านเชื้อจุลินทรีย์ หากพบว่าลูกมีอาการติดเชื้อต่าง ๆ ภายในร่างกาย เช่นท้องเสีย และอาเจียน ก็สามารถใช้น้ำมะพร้าวเป็นยารักษาได้เช่นกัน

ประโยชน์ของน้ำมันมะพร้าวที่มีต่อเด็กทารก

ประโยชน์ของน้ำมันมะพร้าว ก็ไม่ได้ต่างจากประโยชน์ของน้ำมะพร้าวมากมาย ในแง่ของคุณค่าทางสารอาหาร แต่ถ้าพูดถึงเรื่องของการนำมาบำรุงผิวพรรณและร่างกายแล้ว ก็ต้องให้น้ำมันมะพร้าวชนะไปอย่างขาดลอย เนื่องจากสามารถนำมาใช้กับเด็กทารกได้ดังต่อไปนี้

Sponsored
  • ลดปัญหาหนังศีรษะลอก – สังเกตกันหรือไม่ว่า เมื่อทารกคลอดออกมาใหม่ ๆ บริเวณศีรษะจะมีสะเก็ดแปลก ๆ คล้ายรังแคอยู่เต็มไปหมด ในบางรายก็อาจพบการลอกของหนังศีรษะเป็นขุย ๆ ซึ่งเกิดจากการเสียดสีกับเครื่องนอนที่อาจจะยังนิ่มไม่พอ คุณแม่สามารถนำน้ำมันมะพร้าวมานวด หรือทาทิ้งไว้อย่างน้อย 20 นาที แล้วเอาแปรงขนนุ่ม ๆ จุ่มน้ำอุ่นทำความสะอาด ก็จะพบว่าสะเก็ดเหล่านี้จะหลุดออกไป และบริเวณศีรษะของลูกก็จะหอมนุ่ม น่าสัมผัสมากกว่าเดิม
  • รักษาโรคผื่นผ้าอ้อม – โรคนี้สามารถเกิดขึ้นกับเด็กทารกได้มากกว่า 50% เนื่องจากความอับชื้นภายในผ้าอ้อม หรือแพมเพิร์ส รวมทั้งการเสียดสีหากไม่ได้มีการดูแลเป็นอย่างดี ซึ่งถ้าหากมีอาการรุนแรง อาจพบการติดเชื้อ หรือมีหนองไหลออกมาจากผื่น ซึ่งสร้างความเจ็บปวดและความไม่สบายตัวให้กับทารกเป็นอย่างมาก ถ้าต้องการป้องกันไม่ให้เกิดโรคนี้กับลูกน้อยของคุณ ก็ควรนำน้ำมันมะพร้าวมาผสมน้ำแล้วทาบาง ๆ บริเวณก้นและขาหนีบของลูก จะช่วยเพิ่มความชุ่มชื้นและลดการเสียดสีได้
  • รักษาการถูกแมลงสัตว์กัดต่อย – ถึงแม้ว่าคุณแม่จะมีการดูแลลูกน้อยดีอย่างไรก็ตาม แต่ก็อาจจะมีบ้างที่ละสายตาเพียงนิดเดียว ยุงหรือมดก็แอบมากัด จนสร้างตุ่มบวมคันให้ลูกน้อยไม่สบายตัวได้ ดังที่ได้กล่าวไปแล้วนั้นว่าประโยชน์ของน้ำมะพร้าว มีฤทธิ์ในการฆ่าเชื้อและต้านเชื้อแบคทีเรีย น้ำมันมะพร้าวก็มีฤทธิ์นี้เช่นกัน เพียงแค่หยดน้ำมันมะพร้าวลงบนมือ 4-5 หยด แล้วถูมือไปมาเพื่อให้น้ำมันมะพร้าวอุ่นขึ้น แล้วทาบาง ๆ บริเวณตุ่มคันของลูก แล้วค่อยล้างออกตอนอาบน้ำ จะเห็นว่าตุ่มบวมมีอาการยุบลง และไม่ก่อให้เกิดการติดเชื้อในภายหลังด้วย
  • นำมานวดให้ลูก – การนวดน้ำมันให้เด็กทารกนั้น จะทำให้เด็กมีความสบายตัวมากยิ่งขึ้น และมีผิวพรรณที่ดีกว่าเดิม หากสิ่งที่นำมานวดคือน้ำมันสกัดจากพืชชนิดต่าง ๆ และยังช่วยให้เด็กมีความผูกพันกับพ่อแม่มากกว่าเดิม สำหรับการเตรีนมน้ำมันเพื่อนวดให้ลูกนั้น ก็ไม่ยากจนเกินไป เพียงแค่นำน้ำมันมะพร้าว และน้ำมันมะกอกมาผสมในอัตราส่วนเท่า ๆ กัน จากนั้นให้เติมน้ำมันหอมระเหยจากกลิ่นดอกไม้ อย่างเช่นลาเวนเดอร์ หรือมะลิ แล้วนำมานวดให้ลูกเพียงแค่ 10-15 นาทีก็เพียงพอแล้ว

หวังว่าเมื่อได้เห็นประโยชน์ของน้ำมะพร้าว และน้ำมันมะพร้าวกันแล้ว ก็จะทำให้คุณแม่หลาย ๆ คนหาซื้อมาติดบ้านกันไว้มากยิ่งขึ้น ควรอ่านฉลากและความปลอดภัยทุกครั้งก่อนนำมาใช้งาน เนื่องจากน้ำมันมะพร้าวบางชนิด อาจไม่เหมาะกับการใช้ภายนอก ซึ่งอาจจะทำให้เกิดผลเสียตามมาได้

ขอขอบคุณที่มา : practicalparenting

ขอบคุณรูปภาพ : practicalparenting

==========

ติดตามความรู้ดี ๆ  และสาระดี ๆ เพิ่มเติมสำหรับแม่ตั้งครรภ์และลูกน้อย ได้ที่  www.konthong.com หรือ ร่วมพูดคุยแลกเปลี่ยนกันได้ที่ https://www.facebook.com/teamkonthong/