บ้านสะอาด … สุขภาพอนามัยของลูกน้อยเป็นสิ่งสำคัญที่คุณแม่ทุกคนต้องดูแลเอาใส่ใจอย่างใกล้ชิด สำหรับน้ำยาทำความสะอาดบ้านทั่วไปที่ว่าดี และเห็นผลแบบน่าตกใจ

บ้านสะอาด

หารู้ไม่ว่าแฝงไปด้วย สารเคมีที่มีอันตรายต่อคนและสิ่งของ แถมยังก่อให้เกิดผลกระทบในระยะยาวอีกต่างหาก ฉะนั้น วันนี้เราจะรวมรวบสูตรทำความสะอาดที่มาจากธรรมชาติ โดยใช้วัตถุดิบภายในครัวเรือน มาฝากคุณแม่ทุกคนค่ะ รับรองว่าสบายใจทุกครั้งที่ใช้ทำความสะอาดเลยทีเดียว

บ้านสะอาด ด้วย…

  1. น้ำยาถูพื้นคราบลื่นทุกชนิด

กลิ่มหอม ๆ ของน้ำยาถูพื้นที่วางขายตามท้องตลาด อาจจะนำมาถึง สารเคมีที่ฟุ้งกระจายไปทั่วทั้งบ้าน ถ้ายังไม่อยากปอดพัง ลองผสมน้ำยาเองดูกันดีกว่าค่ะ โดยใช้น้ำเปล่า น้ำส้มสายชู แอลกฮอล์ และน้ำมันหอมระเหยกลิ่น นำส่วนประกอบทั้งหมด คนให้เข้ากันจากนั้นนำไปถูกพื้นเป็นประจำทุกวัน เพียงเท่านี้พื้นบ้านของคุณก็จะปราศจากเชื้อโรค รู้สึกสบายเท้าทุกก้าวที่เดิน และปลอดภายกับผิวหนัง ไม่ทำให้เกิดความระคายเคือง ยิ่งบ้านไหนที่มีลูกน้อยด้วยแล้วล่ะก็ จะยิ่งดี ลูกน้อยจะปลอดภัยจากสารเคมีที่เป็นอันตรายและป้องการระคายเคืองผิวหนังบอบบางแพ้ง่ายของลูกได้อย่างมีประสิทธิภาพ

  1. น้ำยากำจัดคราบเบา ๆ บนพรม

สูตรธรรมชาติ มีเพียงน้ำเปล่า 1 ½ ถ้วย ไฮโดรเจนเปอร์ออกไซด์ ¼ ถ้วย น้ำส้มสายชู 1 ½ ช้อนโต๊ะ น้ำสบู่ 1 ½ ช้อนโต๊ะ และเพิ่มกลิ่นหอม ๆ ของน้ำมันหอมระเหยลงไปสัก 5 หยด คนให้เข้ากัน แล้วนำไปซักคราบสกปรกบนพรม แล้วล้างออกคุณจะเห็นว่าพรมของคุณดูเหมือนใหม่ ปลอดเชื้อโรคและคราบที่น่ารังเกียจ

  1. น้ำยาทำความสะอาดคราบหกบนพรมแบบร้อน

แน่นอนค่ะว่า คุณแม่ทุกคนต้องเจอกับสิ่งสกปรกที่หกเลอะบนพรมอยู่ตลอดเวลา อย่างเช่น คราบกาแฟหก คราบเศษอาหาร หรือแม้กระทั่งเศษฝุ่นที่ติดเท้าคุณเข้ามา พร้อมที่จะก่อตัวเป็นเชื้อโรคได้ทุกเมื่น ต่อให้คุณใช้สูตรเบาอย่างที่เราว่าไปก็คงจะไม่ออกง่าย ๆ งั้นลองใช้สูตรที่ได้เองที่บ้านและดีต่อสุขภาพ นั่นก็คือ การนำน้ำเปล่า 2 ส่วนผสมกับน้ำส้มสายชู 1 ส่วน จัดการปาดลงบนคราบ แล้วใช้เตารีดไอน้นำมาอังไว้ประมาณ 30 วินาที พรมของคุณก็จะสะอาด และยังไม่มีกลิ่นเหม็น การใช้ไอความร้อนจะช่วยฆ่าเชื้อโรคไม่ให้สะสมขึ้นมาอีกได้ด้วย

  1. น้ำยาทำความสะอาดทุกซอกทุกมุมในครัว

หากคุณลองเปรียบเทียบห้องครัวเหมืองคลังเสบียงเลี้ยงปาก เลี้ยงท้องพร้อมกับการออกรบ ก็จงอย่าจบชีวิตด้วยการใช้น้ำยาเคมี ที่ดีแต่อันตรายต่ออาหารเลยค่ะ คุณแม่ควรเป็นคนหยุดยั้งไอระเหยของสารเคมี ที่อาจปนเปื้อนในอาหารของคุณได้ โดยการผสมเบกกิ้งโซดา ½ ช้อนโต๊ะ กับน้ำเปล่าและน้ำสมสายชู อย่างละครึ่ง ลงในกระบอกฉีด ปิดท้ายด้วยน้ำมันหอมระเหยกลิ่นมะนาวลงไปประมาณ 2 – 3 หยด หากคุณพบคราบบริเวณไหนในห้องครัว ก็สามารถฉีดลงไปทันที หลังจากนี้ก็ลงมือทำอาหารได้อย่างปลอดภัยแล้วล่ะค่ะ

  1. น้ำยาเช็ดหน้าจออุปกรณ์ไอที

สำหรับอุปกรณ์ไอทีที่ลูกน้อยมีส่วนร่วมในการสัมผัสอยู่เป็นประจำ คุณแม่ไม่ควรนำน้ำยาที่เป็นสารเคมีกลิ่นแรง ๆ มาเช็ดอีกต่อไป เรามีสูตรง่าย โดยการใช้น้ำส้มสายชูผสมกับน้ำกลั่นในปริมาณที่เท่า ๆ กันเทลงไปในขวดสเปรย์ ที่สำคัญต้องใช้คู่กับผ้าไมโครไฟเบอร์เช็ดเท่านั้น เพราะมันจะไปดักจับฝุ่นบนหน้าจอให้หายเกลี้ยงและสะอาดเนี้ยบกว่าผ้าเท่าไป

Sponsored
  1. น้ำยาฆ่าเชื้อโรคในวัตถุดิบอาหารก่อนปรุง

เคล็ดลับการฆ่าเชื้อโรคในวัตถุดิบอาหารก่อนปรุง คุณสามารถทำได้ง่าย ๆ โดยการนำหัวฉีดสเปรย์มาใส่ในขวดไฮโดรเจนเปอร์ออกไซด์และขวดน้ำสายชูแทนฝาปิด จากนั้นฉีดน้ำยาไฮโดรเจนเปอร์ออกไซด์ลงบนวัตถุดิบอาหาร 1 ครั้ง และตามด้วยน้ำส้มสายชูอีก 1 ครั้ง ล้างออกด้วยน้ำเปล่าให้สะอาดก่อนนำไปทำอาหาร ที่สำคัญห้ามผสมทั้งสองชนิดเข้าด้วยกันเด็ดขาด เพราะอาจทำให้เกิดสารเคมีชนิดใหม่ ที่ก่อให้เกิดอันตราย ต่อสุขภาพร่างกายของผู้ที่รับประทานอาหารเหลานั้นเข้าไปได้

  1. น้ำมันถนอมเขียงไม้ และดับกลิ่นให้สิ้นซาก

ถึงจะมั่นใจแล้วว่าวัตถุดิบสะอาดปลอดภัยไร้เชื้อโรคต่าง ๆ แล้วแต่เขียงที่ใช้หั่นอาหารก็เป็นอีกหนึ่งตัวการสำคัญในการสะสมแบคทีเรียไว้เป็นอย่างดี และอาจส่งผลต่อไปยังอาหารที่คุณทำได้ ดังนั้น คุณต้องนำผ้าชุบน้ำมันมะพร้าว เช็ดหน้าเขียงเอาอีกที แล้วเขียงก็จะสะอาดขึ้นอีกหลายเท่าตัว แถมยังช่วยดับกลิ่นคาวได้เป็นอย่างดีอีกด้วย ค่ะ

สำหรับทั้ง 7 สูตรธรรมชาติที่เราแนะนำไปนั้น คงเป็นประโยชน์กับคุณแม่ไม่มากก็น้อย สุดท้ายนี้เราก็หวังเพียงว่า คุณแม่สมัยใหม่ จะเลือกใช้แต่ธรรมชาติมาใช้ทำความสะอาดบ้านกันมากขึ้นนะค่ะ เพื่อสุขภาพที่ดีของคุณแลครอบครัว ความจริงที่คุณมองข้าม นั่นคือน้ำยาทำความสะอาดทั่วไป มีอันตรายต่อสุขภาพของลูกน้อยอย่างมาก หากคุณแม่ยังน้ำสารเคมีเหล่านั้นมาใช้อีก คุณก็คือผู้ที่ทำร้ายลูกน้อยด้วยมือของคุณเอง

========================

ติดตามความรู้ดี ๆ  และสาระดี ๆ เพิ่มเติมสำหรับแม่ตั้งครรภ์และลูกน้อย ได้ที่  www.konthong.com หรือ ร่วมพูดคุยแลกเปลี่ยนกันได้ที่ https://www.facebook.com/teamkonthong/