เมื่อพูดถึงเรื่องตับแข็ง คนส่วนใหญ่อาจมุ่งประเด็นไปที่นักปาร์ตี้ หรือบุคคลที่ชอบดื่ม ชอบสังสรรค์มากกว่า ซึ่งในความจริงแล้วสาเหตุที่ทำให้ตับทำงานได้ผิดปกตินั้นไม่ได้มีเพียงแค่การดื่มเครื่องดื่มที่มีแอลกอฮอล์เท่านั้น แต่สามารถพบได้กับทุกคน ทุกวัย แม้แต่ทารกหรือเด็กเล็กก็อาจเป็นโรคตับแข็งได้เช่นกัน วันนี้ทางเราจึงได้รวบรวมข้อมูลเกี่ยวกับภาวะตับแข็งในเด็กมาให้คุณพ่อคุณแม่ได้ทำความเข้าใจกัน  ถึงสาเหตุการเกิดโรค วิธีการรักษา และอาการเริ่มต้นดังนี้

โรคตับแข็งในเด็ก เกิดจากอะไร

ตับ เป็นอวัยวะที่สำคัญอย่างหนึ่งในร่างรายของมนุษย์ จะทำหน้าที่ขับของเสียในเลือด ดูดซึมสารอาหารที่มีประโยชน์และจำเป็น รวมถึงสร้างน้ำดีที่เป็นผู้ช่วยหลักของระบบย่อยอาหารและบบขับถ่ายได้อีกด้วย ซึ่งถ้าเซลล์ตับถูกทำลายนั่นหมายความว่าของเสียเหล่านั้นก็จะไม่ได้ถูกกำจัด และเกิดการสะสมค้างมาเป็นช่วงเวลาหนึ่งจนเกิดอันตรายตามมาอีกมากมาย โดยสาเหตุของโรคตับแข็งในเด็กก็มีดังนี้

1.ได้รับยาเกินขนาด เกินความจำเป็นที่ร่างกายต้องการ

ยาทุกชนิดย่อมส่งผลต่อการทำงานของตับ โดยเฉพาะยาแก้ปวด ลดไข้ ประเภทพาราเซตามอล หากคุณแม่มีการใช้ยาตัวนี้ในปริมาณมากขณะที่ตั้งครรภ์อยู่นั้น ตัวยาก็จะถูกส่งผ่านสายสะดือไปสะสมในตัวลูกน้อย ส่งผลให้มีอาการตับแข็งได้

2.เกิดจากไวรัสตับอักเสบ

ลูกน้อยอาจได้รับสารอาหารที่มีการปนเปื้อนของเชื้อโรค การใช้ของร่วมกับผู้ป่วยติดเชื้อ หรืออีกกรณีที่สามารถเกิดขึ้นได้เช่นกันคือการรับเชื้อผ่านจากตัวคุณแม่ที่เป็นพาหะของโรคเสียเอง ก็จะทำให้ลูกป่วยเป็นโรคตับแข็งได้

3.เกิดจากความผิดปกติในการทำงานของท่อน้ำดี

เกิดจากความไม่สมบูรณ์ของทารกตั้งแต่เกิด ทำให้ท่อน้ำดีมีการตีบตัน จุดนี้ทำให้น้ำดีไม่สามารถพาของเสียให้ออกจากร่างกายได้ ซึ่งของเสียเหล่านั้นก็จะเกิดการอุดตันส่งผลให้น้ำดีย้อนกลับเข้าสู่กระแสเลือดเกิดการสะสมค้างอยู่ในตับ ตับก็จะเริ่มแข็งตัวทำงานหนักจนเกินความจำเป็น บางรายตับอาจเกิดการล้มเหลวเฉียบพลับในที่สุด

4.เกิดขึ้นจากโรคทางพันธุกรรม

โรคทางพนธุกรรมที่ว่านี้ได้แก่ โรควิลสัน , โรคไกลโคเจนสะสม หรือภาวะเหล็กเกิน เนื่องมาจากการสะสมของธาตุเหล็กและทองแดงมากเกินไป ทั้งนี้ยังรวมไปถึงความบกพร่อมของร่างกายในการใช้คาร์โบไฮเดรตบางประเภท ส่งผลให้เกิดภาวะตับแข็งได้

Sponsored

ตับแข็งจะแบ่งออกเป็น 2 ประเภทได้แก่ แบบเฉียบพลัน และแบบเรื้อรัง ในส่วนของตับแข็งโดยเฉียบพลันนั้นไม่ค่อยอันตรายมากนัก สามารถรักษาให้หายขาดได้ เพราะมีสาเหตุมาจากการติดเชื้อไวรัสอย่างกระทันหัน ทางแพทย์ทำการรักษาตามอาการ สำหรับตับแข็งแบบเรื้อรังนั้น ส่งผลให้ลามไปถึงการเป็นตับอักเสบ หากลูกน้อยเป็นโรคตับประเภทนี้จะต้องอยู่ภายใต้การดูแลของแพทย์อย่างใกล้ชิด

อาการของโรคตับแข็ง

หากลูกน้อยเป็นโรคตับแข็ง ปกติแล้วจะไม่ค่อยแสดงออกในระยะแรก จะมาแสดงออกตอนที่การทำงานของตับเริ่มมีการล้มเหลว หรือความดันโลหิตสูงขึ้น ส่งผลให้ร่างกายของลูกน้อยแสดงอาการออกมาดังนี้

  1. มีเลือดคั่งตามฝ่ามือ ฝ่าเท้า หากคุณแม่สังเกตุจะเห็นเส้นเลือดมีสีแดงอมม่วงปรากฎตามร่างกายโดยเฉพาะบริเวณสะดือจะสังเกตุได้อย่างชัดเจน
  2. มีเส้นผมและขนตามตัวลูกน้อยขาดหลุดร่วง ไข้ขึ้นสูง อาเจียนเป็นเลือด
  3. มีอาการบวมน้ำท้องโต ขาทั้ง 2 ข้างจะใหญ่ขึ้น รวมถึงการเกิดผื่นคันตามผิวหนัง
  4. ร่างกายมีการสั่นเทา กล้ามเนื้อมีการกระตุกผิดปกติ
  5. มีอาการตัวเหลือง ตาเหลือง เนื่องจากน้ำดีมากเกินไป

วิธีการสังเกตุ หากเห็นความผิดปกติลูกน้อย งอแง เบื่ออาหาร มีร่างกายที่ซูบผอมมากเกินไป ไม่ยอมกิน ไม่ยอมนอน อุจจาระมีสีดำหรือปนเลือด ให้คิดไว้ก่อนเลยว่านี่คืออาการเริ่มต้นของตับแข็ง ให้รีบพาลูกน้อยไปพบแพทย์เพื่อตรวจอย่างละเอียดจะดีที่สุด

วิธีป้องกันลูกน้อยจากโรคนี้

คุณแม่สามารถป้องกันลูกน้อยจากโรคนี้ได้ด้วยวิธีดังต่อไปนี้

  1. เพื่อความปลอดภัยของลูกน้อย คุณแม่จะต้องใส่ใจและตรวจเช็คให้เขาได้รับวัคซีนที่ครบถ้วนตามวัย โดยเฉพาะ HB2 เป็นวัคซีนป้องกันโรคตับอักเสบบี โดยจะฉีดเมื่อทารกอายุได้ 1 เดือน
  2. สำหรับลูกน้อยแรกเกิดนั้นคุณหมอจะมีการเช็คร่างกายอย่างละเอียด ว่าท่อน้ำดีของลูกน้อยสมบูรณ์ปกติดีหรือไม่ ถ้ามีความผิดปกติจะได้ทำการผ่าตัดแก้ไขอย่างเร่งด่วนให้เร็วที่สุดจะไม่ให้เกิน 2 เดือน เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดการอุดตันในท่อน้ำดีจนกระทั่งลูกน้อยมีอาการเกี่ยวกับโรคตับแข็งตามมา
  3. อาหารที่ลูกน้อยจะได้รับนั้นจะต้องปรุงสุก สะอาด สดใหม่ ทุกครั้งที่สำคัญคุณแม่จะต้องระมัดระวังเรื่องความสะอาดของภาชนะที่ใช้ในการใส่อาหารให้ดี เมื่อสร้างเสร็จแล้วควรผ่านน้ำร้อนเพื่อฆ่าเชื้ออีกชั้นหนึ่ง
  4. มีการควบคุมโภชนาการที่เหมาะสม งดเว้นขนม อาหารรสจัด เพราะนอกจากทารกเสี่ยงต่อการเป็นโรคอ้วนแล้วถ้าได้รับในปริมาณที่เยอะจนเกินไปก็ส่งผลให้ไขมันไปพอกที่ตับ ร่างกายลูกน้อยอาจเกิดการบวมน้ำได้

ไม่มีสิ่งอื่นใดที่จะทำให้คุณแม่มีความสุขได้เท่ากับการที่ลูกน้อยมีสุขภาพร่างกายแข็งแรง ไม่มีโรคภัยไข้เจ็บ มีการเจริญเติบโตไปตามวัย แน่นอนว่าคุณแม่สามารถดูแลและป้องกันไม่ให้ลูกน้อยเกิดโรคภัยไข้เจ็บได้เช่นกัน

= = = = = = = = = = = =

ติดตามความรู้ดี ๆ  และสาระดี ๆ เพิ่มเติม สำหรับแม่ตั้งครรภ์ และลูกน้อย ได้ที่ www.konthong.com หรือ ร่วมพูดคุยแลกเปลี่ยนกัน ได้ที่
https://www.facebook.com/teamkonthong/

We promise to provide the knowledge and know-how for new mom. More and more solutions about how can you grow up your baby. Feel free to contact us if any problems have occurred or have any questions you would like to know. Don’t forget to follow and keep in touch with us on Facebook

https://www.facebook.com/teamkonthong/

บทความน่ารู้ เพิ่มเติม คลิกเลย …..

1.เปลี่ยนเวลากินยาคุมได้ไหม ต้องเปลี่ยนอย่างไร ไม่เสี่ยงท้อง

2.ลืมกินยาคุม ทำอย่างไรดี กินต่อเลยได้หรือไม่