ในยุคปัจจุบันจะเห็นได้ว่า วิธีการคุมกำเนิดนั้นมีมากมายหลายวิธี ซึ่งก็มีประสิทธิภาพในการคุมกำเนิดที่แตกต่างกันไป แต่สำหรับคุณแม่ที่ต้องให้นมลูก รู้ไหมว่าการจะคุมกำเนิดด้วยวิธีใดนั้นจะต้องทำการศึกษาให้ดี เพราะบางวิธีอาจส่งผลกระทบต่อลูกน้อยที่ได้รับนมแม่ได้ ดังนั้นในบทความนี้เราจะมาทำความเข้าใจเกี่ยวกับการคุมกำเนิดสำหรับคุณแม่หลังคลอดที่ต้องให้นมลูกกัน โดยจะเลือกคุมกำเนิดอย่างไรดี ลองไปดูกันเลย

เลือกวิธีคุมกำเนิด

เลือกวิธีคุมกำเนิด สำหรับคุณแม่ที่ให้นมลูกน้อยอยู่

การคุมกำเนิดแบบไหน ไม่เหมาะกับแม่ให้นมลูก

สำหรับคุณแม่ที่ให้นมลูก ไม่ควรคุมกำเนิดด้วยการกินยาชนิดฮอร์โมนรวม เพราะยาคุมชนิดนี้จะทำให้น้ำนมของคุณแม่ลดปริมาณลง จึงอาจเกิดปัญหาน้ำนมไม่พอต่อความต้องการของลูกน้อยได้ นอกจากนี้ก็อาจทำให้โปรตีนและสารอาหารที่จำเป็นต่อลูกลดน้อยลงไปอีกด้วย อย่างไรก็ตามในปัจจุบันก็ได้มีการผลิตยาคุมชนิดฮอร์โมนรวมที่เหมาะกับหญิงให้นมลูกขึ้นมา แต่จะเริ่มใช้คุมได้หลังจาก 3-6 สัปดาห์หลังคลอดไปแล้ว เพื่อป้องกันภาวะลิ่มเลือดอุดกั้นในหลอดเลือดและเพื่อให้ร่างกายของคุณแม่มีการสร้างน้ำนมอย่างเต็มที่ก่อนด้วยนั่นเอง ซึ่งยาคุมชนิดดังกล่าวนี้ก็จะมียี่ห้อโดยเฉพาะ อย่างไรควรให้แพทย์เป็นผู้แนะนำหรือจัดยาคุมให้จะดีกว่า

คุณแม่ให้นมลูก คุมกำเนิดวิธีไหนได้บ้าง

วิธีคุมกำเนิดที่คุณแม่สามารถทำได้เพื่อไม่ให้ส่งผลต่อการให้นมลูก ก็มีทั้งหมด 4 วิธีด้วยกัน ได้แก่

1.การให้ลูกดูดนมจากเต้า

ถือเป็นการคุมกำเนิดด้วยวิธีธรรมชาติ ซึ่งพบว่าในช่วง 6 เดือนแรกหลังคลอดบุตร คุณแม่ที่ให้ลูกดูดนมจากเต้าอย่างต่อเนื่องจะไม่เกิดการตั้งครรภ์และไม่มีประจำเดือนในช่วงดังกล่าว แต่ต้องให้ลูกดูดนมแม่อย่างแม่อย่างเดียวโดยไม่เสริมนมผงหรืออาหารอื่นใดทั้งสิ้น และต้องให้ลูกดูดนมจากเต้าบ่อยๆ โดยห่างกันไม่เกิน 6 ชั่วโมง ทั้งกลางวันและกลางคืน นั่นก็เพราะจะช่วยกระตุ้นการผลิตสารชนิดหนึ่งที่จะช่วยยับยั้งการตกไข่ได้ดี จึงไม่ทำให้ตั้งครรภ์นั่นเอง อย่างไรก็ตามหากพบว่ามีประจำเดือนมาเมื่อไหร่ก็ให้คุมกำเนิดควบคู่ไปกับวิธีอื่นด้วย เพราะนั่นแสดงว่ารังไข่เริ่มทำงานตามปกติแล้ว ซึ่งก็มีโอกาสตั้งครรภ์สูงขึ้นด้วย

2.ใช้ถุงยางอนามัย

เป็นการคุมกำเนิดโดยให้ฝ่ายชายใช้ถุงยางอนามัยทุกครั้งที่มีเพศสัมพันธ์กัน ซึ่งก็เป็นวิธีที่จะทำให้คุณแม่หมดกังวลเรื่องการให้นมบุตรไปได้เลย เพราะเนื่องจากคุณแม่ไม่ได้ใช้ยาใดๆ จึงไม่ต้องกลัวว่าจะมีตัวยาที่ทำให้น้ำนมผลิตน้อยลงหรือมีสารที่อันตรายปนไปกับน้ำนมได้นั่นเอง แต่ทั้งนี้ก็ต้องให้คุณพ่อใส่ถุงยางอนามัยให้ถูกวิธีและเลือกขนาดที่เหมาะสมด้วย เพื่อป้องกันถุงยางรั่วหรือหลุด

3.ใช้ห่วงคุมกำเนิด

Sponsored

การใส่ห่วงคุมกำเนิดเป็นวิธีการคุมกำเนิดแบบระยะยาวที่มีประสิทธิภาพในการคุมสูง โดยการใส่ห่วงแต่ละครั้งจะสามารถคุมกำเนิดได้นานถึง 6 ปี และไม่ส่งผลกระทบใดๆ ต่อการให้นมลูกอีกด้วย จึงเหมาะกับคุณแม่ให้นมลูกและผู้ที่ต้องการคุมกำเนิดแบบระยะยาวเป็นอย่างมาก แต่อย่างไรก็ตามวิธีนี้ใช่ว่าจะสามารถทำได้ทุกคนเสมอไป เพราะในคนที่เกิดการแพ้หรือปฏิกิริยาต่อต้านจากการใส่ห่วงอนามัยก็ไม่สามารถทำได้นั่นเอง

4.ยาคุมกำเนิดแบบฮอร์โมนเดียว

เป็นยาคุมกำเนิดที่ไม่ทำให้คุณภาพของน้ำนมเปลี่ยนแปลงไปและไม่ลดการผลิตน้ำนมอีกด้วย จึงเหมาะกับคุณแม่ที่ให้นมลูกในช่วง 6 เดือนแรกมากที่สุด แต่เนื่องจากยาคุมชนิดนี้จะไม่ยับยั้งการตกไข่ จึงมีโอกาสที่จะตั้งครรภ์ได้ ดังนั้นจึงต้องกินยาคุมชนิดนี้อย่างต่อเนื่องและตรงเวลาทุกวันเพื่อไม่ให้ประสิทธิภาพในการคุมลดลงไปนั่นเอง

ปัจจัยอื่นๆ ที่ต้องพิจารณาในการเลือกวิธีคุมกำเนิด

การเลือกวิธีคุมกำเนิดที่เหมาะสม นอกจากต้องคำนึงถึงการให้นมบุตรแล้ว ก็จะต้องพิจารณาในหลายๆ ปัจจัยอีกด้วย เช่น

  • ความพร้อมและสะดวกในการคุมกำเนิด เช่น สำหรับคนที่มีเวลาและสามารถทานยาได้ตรงเวลาอย่างต่อเนื่องทุกวัน ก็อาจเลือกคุมกำเนิดด้วยการกินยาเม็ดคุมกำเนิด แต่สำหรับคนที่ไม่ค่อยสะดวกหรือขี้ลืมอยู่เสมอ ก็ควรเลือกคุมกำเนิดด้วยการใช้ถุงยางอนามัย การใส่ห่วงอนามัยหรือการทำหมันมากกว่า
  • สุขภาพ โดยจะต้องเลือกวิธีคุมกำเนิดที่ไม่ส่งผลกระทบต่อปัญหาสุขภาพที่เป็นอยู่ เพื่อให้เกิดความเหมาะสมที่สุดและไม่เป็นอันตรายนั่นเอง
  • ความต้องการมีบุตร กล่าวคือหากยังต้องการมีบุตรอีก ก็ให้คุมกำเนิดแบบทั่วไป เช่น การกินยาคุม การใช้ถุงยางอนามัยและการใส่ห่วงอนามัย แต่หากไม่ต้องการมีบุตรแล้วก็ให้คุมกำเนิดด้วยการทำหมันถาวรไปเลย

จะเห็นได้ว่า การคุมกำเนิดสำหรับคุณแม่ที่ให้นมลูกนั้นสามารถทำได้หลายวิธี ซึ่งจะเลือกวิธีไหนก็ต้องขึ้นอยู่กับความสะดวกของคุณแม่กันเลย และที่สำคัญจะต้องคำนึงถึงปัจจัยอื่นๆ ก่อนตัดสินใจคุมกำเนิดด้วย

ขอบคุณภาพ : www.subotica.com

==========

ติดตามความรู้ดี ๆ  และสาระดี ๆ เพิ่มเติมสำหรับแม่ตั้งครรภ์และลูกน้อย ได้ที่  www.konthong.com หรือ ร่วมพูดคุยแลกเปลี่ยนกันได้ที่ https://www.facebook.com/teamkonthong/