เมื่อลูกกินยาก คนเป็นแม่คงปวดใจกับปัญหาการกินยากของลูก เมื่ออายุถึงเกณฑ์ที่ต้องทานอาหารเสริม เพิ่มเติมจากนมแม่ ไม่ว่าจะลองทำเมนูไหน ๆ ลูกก็ไม่ยอมกิน เพราะเจ้าหนูน้อยตัวดี กินยากเสียเหลือเกิน

เมื่อลูกกินยาก

ต่อไปนี้เป็นเคล็ดลับในการป้อนอาหารลูก ให้เจ้าหนูยอมกิน และเป็นการสังเกตพฤติกรรมการกินของลูก จากเทคนิคเล็กๆ ของทีมคุณแม่คนท้อง

เมื่อลูกกินยาก

1.ทำเข้าใจกับปัญหากินยากของลูก ให้เวลาลูกหลายๆวัน เพื่อให้ลูกเคยชินกับอาหารแต่ละอย่าง ก่อนที่จะลองให้ลูกกินอาหารชนิดอื่น วิธีนี้จะทำให้คุณแม่รู้ว่า อาหารชนิดไหนที่ไม่ทำให้ลูกท้องอืด ไม่ทำให้ลูกเกิดอาการแพ้ และเมื่อใช้เวลาหลายๆวัน คุณแม่ก็จะค้นพบ เมนูที่ลูกชอบทาน และ ไม่ชอบทานด้วย

  1. สังเกตปฏิกิริยาลูก เมื่อเริ่มทานอาหารมื้อแรก ชนิดแรก คอยสังเกตปฏิกิริยาต่างๆ หรืออาการแพ้ที่อาจเกิดขึ้นกับลูก เช่น ผื่นที่ผิวหนัง อาการท้องเสีย อาเจียน และหายใจมีเสียงหวีดในหลอดลม เพราะบางทีคุณแม่เมื่อทำอาหารมื้อแรกให้ลูกทานก็หวังให้ลูกทานจนหมดในปริมาณที่เยอะๆ (คุณแม่หลายคนต้องเป็นแน่ๆ มื้อแรกของลูก จะพยายามให้ลูกกินเยอะ ๆ ) อย่าให้อาหารมากเกินไป ควรหยุดป้อนอาหารให้ลูก หากลูกเริ่มหันหน้าหนี ทำปากจู๋ ดุนลิ้นดันอาหารออกมาตลอดเวลา หรือดิ้นไปมา เพราะลูกอาจจะอิ่มแล้ว และการทานน้อยตั้งแต่มื้อแรก จะเป็นการสังเกตอาการ แพ้อาหาร แต่ละชนิดของลูกได้อีกด้วย
  2. ถ้าคุณแม่เจอปัญหาลูกดุ้นอาหารออกจากปาก อย่าตกใจไป ลูกของคุณอาจมีปฏิกิริยาตอบสนอง ตามสัญชาตญาณที่ทำให้ลูก ดันอาหารออกจากปาก โดยทั่วไปแล้วปฏิกิริยาตอบสนองนี้ จะหายไปตอนที่ลูกมีอายุประมาณ 4 เดือน เด็กๆ อาจใช้เวลาสักระยะหนึ่ง ในการเรียนรู้ที่เก็บอาหารไว้ในปาก ก่อนที่จะกลืนลงไป
  3. กระตุ้นให้ลูกหัดกินอาหารเอง ลูกของคุณจะได้เรียนรู้การใช้ภาชนะและอุปกรณ์ต่างๆ ด้วยตัวเขาเอง ซึ่งเป็นการพัฒนาทักษะและความเป็นอิสระของตัวลูกเอง ลูกของคุณอาจจะหยิบอาหารเข้าปากได้เองตอนที่อายุประมาณ 7-8 เดือน
  4. จำกัดน้ำผลไม้ที่มีน้ำตาล ให้ลูกดื่มน้ำเปล่าก่อนเสมอ อย่าให้ลูกดื่มน้ำผลไม้ที่มีรสหวานมากจนเกินไป เช่น น้ำแอปเปิล หลักเลี่ยงน้ำผลไม้ที่มีรสเปรี้ยว ซึ่งบางชนิดอาจเปรี้ยวเกินไปสำหรับลูกของคุณ น้ำผลไม้ส่วนมากมีเพียงน้ำตาลและวิตามินซี หากลูกดื่มน้ำผลไม้มากเกินไป ลูกอาจจะไม่อยากกินอาหารอื่น ที่มีคุณค่าและจำเป็นสำหรับการเจริญเติบโตได้
  5. หลีกเลี่ยงเครื่องปรุงรส อย่าเติมเกลือ น้ำตาล หรือเครื่องปรุงรสอื่นๆ ลงไปในอาหารสำหรับลูกเด็ดขาด เพราะเด็ก ๆ เล็กๆ ควรทานอาหารที่ธรรมดาที่สุด ไม่ควรหวาน ไม่ควรเค็ม ไม่ควรเปรี้ยว เพราะนอกจากจะทำให้เด็กสามารท้องเสียได้แล้ว พฤติกรรมการรับรสของเด็ก ก็จะเสียไปด้วย

7.ทำให้สนุกทุกครั้ง ทั้งคุณแม่และลูกเมื่อมีกิจกรรมรับประทานอาหารร่วมกัน  อย่าทำเพียงแค่ตักอาหาร แล้วป้อนเข้าปากลูก เพราะลูกของคุณอาจจะสำลักหรืออาเจียนได้ คุณควรจะหาเกมสนุกๆ มาเล่นเพื่อกระตุ้นให้ลูกกินอาหาร เช่น ทำท่าเป็นเครื่องบิน บินเข้าปากลูกหรือขบวนรถไฟวิ่งเข้าปาก เป็นต้น คุณควรอดทนและป้อนอาหารให้ลูกอย่างนุ่มนวลเพื่อให้ลูกมีความสุขและสนุกกับการรับประทานอาหาร

Sponsored

==========

ติดตามความรู้ดี ๆ  และสาระดี ๆ เพิ่มเติมสำหรับแม่ตั้งครรภ์และลูกน้อย ได้ที่  www.konthong.com หรือ ร่วมพูดคุยแลกเปลี่ยนกันได้ที่ https://www.facebook.com/teamkonthong/