ต้องบอกเลยว่าการ เจ็บท้องคลอด เป็นอะไรที่ทรมานสำหรับคุณแม่จริงๆ แต่ในขณะเดียวกันก็เต็มไปด้วยความสุขที่จะได้เห็นหน้าลูก และแน่นอนว่าเมื่อคลอดลูกเรียบร้อยแล้วความเจ็บปวดที่เคยเกิดขึ้น ก็มลายหายไปจนเหมือนไม่เคยมีมาก่อนเลยทีเดียว

เจ็บท้องคลอด

โดยวันนี้เราก็มีประสบการณ์จากคุณแม่ทางบ้านมาแชร์กันด้วย ซึ่งคุณแม่ท่านนี้ก็มีอาการเจ็บท้องคลอดกว่า 40 ชั่วโมงเลยทีเดียว จะเป็นอย่างไรก็ไปอ่านเรื่องราวของเธอกันเลยค่ะ

แชร์ประสบการณ์คลอดลูก เจ็บท้องคลอด ที่สุดทรหดกันค่ะ

แม่จะมาแชร์ประสบการณ์ “การคลอดธรรมชาติ” ที่สุดทรหดกันค่ะ บ้านนี้บอกเลยว่าเจ็บมาราธอน 40กว่าชั่วโมง มาเริ่มกันเลย เหตุการณ์นี้เกิดขึ้น 24/8/58

เมื่อตอนตี4(วันจันทร์)รู้สึกเจ็บที่ท้อง(ยังทนได้) รอดูอาการอยู่ประมาณชม.ครึ่ง คิดว่าน่าจะเจ็บครรภ์(เจ็บเตือน) รีบลุกไปอาบน้ำเตรียมตัวไปรพ. ออกจากบ้าน6.15น.แถวตลิ่งชันรถติดมากกกกกก เรานั่งนับช่วงที่เจ็บท้องบนรถ9ครั้ง/ชม.(ยังทนได้)คิดว่าใช่ละแต่คงยังไม่มาก กว่าจะถึงรพ.ศิริราช ก็8.50น.

พอถึงรพ.ก็ไปที่ฉุกเฉินตรงตึกผู้ป่วยนอก แจ้งที่จุดนั้นว่าเจ็บครรภ์จะไปห้องคลอดไหน พิเศษหรือสามัญ เราแจ้งไปว่าพิเศษ **ต้องมาเลือกที่หน้างานนะเลือกก่อนไม่ได้5555 ที่เราเลือกพิเศษเพราะงงๆ ไปคนเดียว ฮ่าาา**

เรานั่งรถเข็นไปที่ห้องคลอดพิเศษ ตึกพระศรีฯ ชั้น8/1 ยื่นเอกสารฝากครรภ์ พร้อมกับรายชื่อลูกผู้ชายและผู้หญิงทั้ง7วัน อุตส่าห์บอกว่าซาวแล้วได้ผู้ชาย ยังจะให้แนบผู้หญิงอีก เค้ากลั้วหัวเราะแล้วบอกว่า มันไม่แน่หรอกค่ะคุณแม่ เจอมาเยอะแล้ว 55555 เสร็จแล้วก็เปลี่ยนเสื้อผ้านอนบนเตียงรอคลอด แล้วพยาบาลก็เอาเครื่องมาพันที่พุง2เส้น 1.วัดอัตราการเต้นของหัวใจลูก และ2.การบีบตัวของมดลูกว่ามีความถี่แค่ไหน พอหมอเวรมาก็ตรวจปากมดลูกว่าเปิดหรือยัง สรุปปากมดลูกเปิด 2 เซนกว่าๆ หมอให้กลับบ้านก่อน

เรากับสามีคิดกันว่าอยู่แถวๆรพ.นี่แหล่ะเผื่อเจ็บมากจะได้มาเลย สรุปก็เดินไปนั่งร้านS&Pในรพ. เบื่อก็เปลี่ยนร้านมานั่งร้านดอยตุง จนเราบอกไม่ไหวและปวดหลัง กลับไปนอนรอที่บ้านเหอะ ตัดสินใจกลับบ้านตอนบ่าย2ครึ่ง มานั่งปวดท้องที่บ้านต่อ(ปวดหลังมากกว่า) แต่ยังทนได้

จนถึง 2 ทุ่ม นั่งนับอัตราการถี่จากชม.ละ10-12ครั้ง เป็นปวดทุก5นาที ไม่ไหวละ ไปอาบน้ำสระผมเตรียมตัวไปรพ.เลย ออกจากบ้าน2ทุ่มครึ่งวันที่ 24/8/58

ไปแอดมิท ที่ห้องคลอดพิเศษชั้น8/1 รพ.ศิริราชตอน3ทุ่ม พยาบาลก็ให้เอาเครื่องมารัดพุงเหมือนเดิม รัดไปพักใหญ่ๆ หมอมาตรวจปากมดลูกแล้วบอกเปิด2.25เซน รอดูอาการ เห็นจากกราฟแล้ว อัตราการบีบของมดลูกถี่ขึ้นมากๆ แต่ปากมดลูกไม่เปิด พยาบาลเดินมาบอกให้สามีกลับไปรอที่บ้านแล้วจะโทรแจ้ง ก่อนกลับ สามีไปซื้อครัวซองแฮมชีสกับนมมาให้กินเพราะวันนั้นไม่ค่อยได้กินไร กินได้นิดหน่อยก็เข้าห้อง (แน่ะ ยังเดินได้)

คืนนั้นทั้งคืนกระสับกระส่ายพลิกไปพลิกมา ปวดทรมาน แต่ยังทนได้ ปวดฉี่ก็เรียกพยาบาลมาถอดสายให้ ยังลุกเดินไปฉี่ได้ กลัวเหมือนกันว่าลูกจะออก5555

ในห้องคลอดพิเศษ มีเครื่องใช้อำนวยความสะดวกทุกอย่างที่ห้องพักพิเศษอื่นๆมี โทรทัศน์ ตู้เย็น โซฟา ห้องน้ำในตัว เครื่องทำน้ำอุ่น มีโต๊ะให้คนเยี่ยมทานข้าวได้ แต่ไม่ให้ญาติเข้า ห้ามนำโทรศัพท์มือถือเข้ามา 55555 ตอนเริ่มปวดมากๆแล้วอะ พยาบาลเดินมาถามว่าดูทีวีมั๊ยคะจะเปิดให้ 555555555 ใครจะมีอารมณ์ดู

พอเช้าตื่นมาอาบน้ำ แปรงฟัน และเจ็บท้องมากขึ้นเรื่อยๆ

9โมงวันอังคารที่25/8/58 หมอมาตรวจ หยิบกราฟมาอ่านแล้วทำคิ้วขมวดและบอกเราว่ามดลูกบีบตัวถี่มากเลย มีปัญหารกเสื่อมรึป่าว นี่เลยกำหนดมา3วันแล้ว (40+3) งั้นหมอขออัลตร้าซาวอีกทีนะคะ ซาวแล้วพบว่ารกปกติ แต่น้ำคร่ำเหลือน้อยแล้ว หันไปหาพยาบาลให้เตรียมอุปกรณ์ หมอก็บอกเราขออนุญาตเร่งคลอดเลยนะคะ ว่าแล้วหมอเอานิ้วล้วงเข้าไปฉีกถุงน้ำคร่ำให้แตก น้ำคร่ำก็ไหลออกมาใส่อ่างที่เตรียมไว้ พร้อมกับสั่งพยาบาลให้น้ำเกลือเรา ใช้ยาเร่งคลอดและใส่อ๊อกซิเจนด้วย เด๋วเด็กได้อ๊อกซิเจนน้อย เอาล่ะสิ อีแม่ได้ยินก็หลอนเลย ระวังมากกลัวอ๊อกซิเจนหลุด

พอเริ่มให้ยาเร่งคลอดนี่ล่ะค่ะคุณผู้โช้มมมมม คำว่าทรมานคงน้อยไป 5555 ด้วยความที่เราแอดมิทตั้งแต่เมื่อคืน หมอก็คงเห็นท่าไม่ดี เลยเร่งสปีดให้ยาที่สายน้ำเกลือแบบขั้นสุด ยาหยดแบบรัวๆ ปากมดลูกก็เปิดช้ามาก (หมอบอกปากมดลูกหนาเลยเปิดช้า)

9โมงปากมดลูกเปิด2.25เซน(หมอละเอียดจังรู้ด้วยว่า.25) เริ่มเร่งคลอด

บ่ายโมง เปิด5 เซน แล้วคือปวดแบบพลิกไปพลิกมาแล้วอะ โอดโอยมากเหมือนถูกเชือด หน้าซีด บอกหมอขอผ่านะคะ ไม่ไหวแล้ว 555555 หมอบอกปากมดลูกเปิด5เซนแล้ว ผ่าไม่ได้แล้วค่ะ (เราคิดว่าผ่าได้แต่หมอไม่ผ่า เพราะเราไม่มีภาวะฉุกเฉิน เช่นความดันขึ้น ตกเลือด หรือรกเสื่อม เลยสนับสนุนให้คลอดเอง) เราก็ไม่เซ้าซี้ให้ผ่านะ แต่คิดว่า 4 ชม.ที่ผ่านมาเปิดเพิ่มแค่ 2.75เซน กว่าจะถึง10เซน จะกี่โมงเนี่ยยยย 555555

ตั้งแต่ให้น้ำเกลือ ให้อ๊อกซิเจน หมอก็ไม่ให้ลุกเลย นอนยาวๆไป จะฉี่ก็ให้เรียกพยาบาล แล้วด้วยความที่ไม่ได้กินไรเลยตั้งแต่ครัวซองตอนเที่ยงคืน เลยถามพยาบาลว่า หนูยังไม่ได้กินข้าวเลย ลูกหนูจะหิวมั๊ย 555 ตลกตัวเอง พยาบาลบอกว่าให้น้ำเกลือแล้วไม่หิวหรอกค่ะ อ่ออออออ

บ่าย2 คือปวดมากกกกกกกก แบบไม่ไหวแล้ว พอหมอเข้ามาตรวจปุ๊บ ก็บอกหมอคะ ไม่ไหวแล้วค่ะ ปวดมาก หมอเลยลดยาเร่งคลอดไม่ให้หยดถี่เกิน แล้วหมอก็ถามปวดมากหรอครับ งั้นหมอจะให้ยาแก้ปวดแล้วกันนะ ???? ซึ้งมาก อยากขอบคุณคุณหมอ

บ่าย2ครึ่ง หายไปนานมากกับยาแก้ปวดกว่าจะได้มา 555 พยาบาลบอกว่าคุณแม่ ยาแก้ปวดมาแล้วค่า ???? (ปล่อยให้รอตั้งนาน ดูนาฬิกาตลอดนะ ฮ่าาา) พยาบาลบอกคุณแม่คะถ้าได้รับยานี้แล้วนอนเลยนะคะ เค้าฉีดเข้าสายน้ำเกลือเลยจ้า แป๊บเดียวหลับปุ๋ย 5555 สบายละคราวนี้

ตื่นมาอีกที บ่าย 3 เดี๋ยวๆๆ หลับไปแค่ ครึ่งชั่วโมงเองอะ กลับมาปวดต่อ 5555???? พยาบาลเดินผ่านเรียกเค้าอีก ขอยาอีกได้มั๊ย ???? ไม่ได้ค่ะมันเป็นยาเสพติดนะ (อ่อ เข้าใจว่าน่าจะเป็นมอร์ฟีน) คุณแม่ปวดมากลองกำหนดลมหายใจ หายใจเข้าลึกๆแล้วค่อยๆหายใจออกนะคะ เอาจริงๆทำมาตลอดทั้งวัน ไม่ช่วยไรเลย 5555

ปวดต่อไปอีกเรื่อยๆ จนช่วงประมาณ เกือบๆทุ่ม หัวหน้าพยาบาลเดินเข้ามาวัดปากมดลูก แล้วบอก เปิด7เซนแล้ว (ห๊ะว่าไงนะ เพิ่ง7เซน55555) คุณแม่จะลองเบ่งมั๊ยคะ อิแม่หันควับตาโต ลองค่ะ

คุณพยาบาลก็สอนวิธีการเบ่ง เป็นเซต ตั้งขา อะลองซักเซต เห้ย มันดีอะ มันหายปวด(ตอนเบ่ง) พยาบาลหันมายิ้ม ยังไม่ออกหรอกค่ะคุณแม่ รอปากมดลูดเปิดเต็มที่ก่อนนะคะ  นอนตะแคงมั๊ยคะและก็จับเรานอนตะแคง เอาหมอนมาดันหลังไว้ และก็เดินออกไปด้วยรอยยิ้ม

คุณพยาบาลออกไปละ เรามาแอบเบ่งกันดีกว่า **ห้ามลอกเลียนแบบนะคะ** นอนตะแคงก็แอบเบ่ง พอนอนหงายก็เบ่ง เวลาผ่านไป น่าจะประมาณ 2ทุ่มกว่าๆเกือบ3ทุ่ม พยาบาลคนเดิม เดินเข้ามาคุณแม่ลองเบ่งสิคะ อะๆเบ่งๆ ฮึ้บๆๆๆ อ่าวหัวลูกจะโผล่ พยาบาลตกใจวิ่งออกไปเรียกหมอ (สามีเรารออยู่ข้างนอกเห็นหมอลงลิฟท์ไปข้างล่าง แป๊บเดียว สักพักลิฟท์ขึ้นมาละ และหมอวิ่งออกมาจากลิฟท์เข้าไปในห้อง)

*** จริงๆยังไม่ควรเบ่งนะคะ เพราะปากมดลูกยังเปิดไม่เต็มที่ อาจจะทำให้ลูกเป็นอันตราย แม่ตกเลือดก็ได้ ไม่ใช่ความผิดพยาบาล เพราะแม่เลือกเอง ****

หลังจากที่พยาบาลออกไป ก็กลับมาพร้อมหมอและทีมพยาบาลอีก9คน พยาบาลแต่ละคนมีหน้าที่ของตัวเอง มาถึงปิดแอร์ในห้อง และเปลี่ยนเตียงคนไข้เป็นเตียงคลอด มัดขาเราไว้กับราวกั้นเตียง พอทุกคนพร้อม มาเริ่มเบ่งกันค่ะ จำได้ว่าเราเบ่งทั้งหมด 4 เซต ในระหว่างที่เบ่งนั้นพยาบาลทั้ง 9 ท่าน ส่งเสียงช่วยเบ่ง ใช่ค่ะ ลั่นห้องเลย 5555 เรามีสติตลอดนะ ดูว่าทุกคนทำอะไรยังไง ถ้าจำไม่ผิด

พยาบาลคนที่ 1 ขึ้นมาอยู่บนเตียงกับเรา ช่วยดันท้อง รีดลูกออก และบอกให้เรามีสติตลอด

พยาบาล 2 เช็ดเหงื่อให้เรา น่าจะเช็คหน้าเราว่าผิดปกติ หรือเปล่า นี่แหล่ะที่เค้าห้ามแต่งหน้า เพราะจะไม่รู้ถึงความผิดปกติของแม่ เช่น ปากเขียว ไม่ได้รับอ๊อกซิเจนที่เพียงพอ หรือตกเลือด

พยาบาลคนที่ 3-4 เป็นผู้ช่วยแพทย์ พยาบาล 5 เตรียมอุปกรณ์ในห้อง พยาบาลคนที่ 6 เตรียมอุปกรณ์จากนอกห้องพยาบาล 7 คอยจดรายงานการคลอด(มั้งนะ) พยาบาลคนที่ 8 เตรียมดูแลเด็ก ที่กำลังจะออกมา พยาบาล 9 จำไม่ได้ว่าทำอะไรอยู่ ตอนนั้นมัวแต่เบ่ง 5555

วิธีเบ่งคือ มันจะเบ่งคล้ายๆเบ่งอึค่ะ แล้วเบ่งแต่ละรอบต้องเป็นช่วงยาวๆ เช่น ฮื้บบบบบบบบบบบบบบ งี้ ทำ3รอบต่อ1เซต และ เสียงอื้บบบบบบบเนี่ย พยาบาลทุกคนส่งเสียงบวกอีแม่เนี่ย จะดังขนาดไหน 555555แม่เบ่ง 4 เซต ออกจ้า คิดว่าออกละนะ พยาบาลบอกพอละค่ะ ไม่ต้องเบ่งแล้ว เชื่อมะ หายปวดเป็นปลิดทิ้งเลย

เจ็บท้องคลอด

????????‍⚕️คุณหมอก็ตะโกนบอก กำลังจะตัดสายสะดือค่า

พยาบาลคนที่มีหน้าที่จดรายงาน ก็ตะโกนบอกคุณแม่ได้ลูกชายค่า พยาบาลอีกคนบอกเวลาเกิด พยาบาลคนที่อยู่ข้างๆ ก็เช็คแม่ คุณแม่โอเคมั๊ยคะ ปวดหัวหรือปวดตรงไหน พยาบาลอีกคนก็อุ้มลูกเราไปวางบนเครื่องอะไรซักอย่าง แล้วก็เช็ดตัวลูกเรา และบอกน้ำหนัก

???????? เคยดูละครมะ คลอดลูกทรมานมากเหนื่อยสลบไปเลย นี่ไม่จ้า มีสติตลอด ดูตลอดใครอุ้มลูกชั้นไปไหน ดูว่าเป็นจิ๊มิหรือจู๋ ก็พยาบาลบอกไว้ตอนเข้าห้องนิ่ว่าไม่แน่

555 เรามองลูกตลอด ดีจังลูกไม่มีไขเลย อวัยวะครบ 32 สงสัยเอ๊ะทำไมลูกเราร้องเบาจัง ลูกคงยังงงอยู่ว่าที่นี่ที่ไหน ฮ่าาาา

Sponsored

คุณพยาบาลห่อลูกเป็นดักแด้มาให้เลย (เด็กเคยอุ่นอยู่ในท้องแม่ตลอดยังปรับสภาพไม่ได้เลยต้องห่อดักแด้)

พยาบาล1 : (พยาบาลอุ้มมาวางไว้บนอก) หอมลูกหน่อยค่ะคุณแม่ ดูสิคะลูกหน้าเหมือนใคร

แม่ : (ก่อนหอม ขอดูหน้าชัดๆ) หอมฟอดใหญ่ แล้วก็พูดกับพยาบาลว่า ลูกลืมตาเลยหรอ ดูขนตาสิยาวเหมือนป๊าเลย หล่อจัง

พยาบาล1 : ขอพาน้องไปอาบน้ำก่อนนะคะ

มีพยาบาลมาซักถามประวัติเพื่อเช็คสติคุณแม่????

พยาบาล2 : คุณแม่ชื่ออะไรคะ

แม่ : ณัชชาค่ะ

พยาบาล2 : ได้ลูกชายหรือลูกสาวคะ

แม่ : ลูกชายค่ะ

พยาบาล2 : ลูกคลอดกี่โมงคะ

แม่ : สี่ทุ่มสามสิบหกค่ะ

พยาบาล2 : ลูกชายชื่อนี้นามสกุลนี้มั๊ยคะ(ป้ายผ้าเล็กๆไว้ผูกเท้า เขียนชื่อลูกชายด้วยปากกา)

แม่ : (มอง)ใช่ค่ะ

พยาบาล2 : ผูกเลยนะคะ ป้ายชื่อนี้ห้ามหลุด ห้ามหายเด็ดขาดนะคะ

พยาบาล2 : นี่ชื่อคุณแม่นะคะ แท็กสีฟ้า(ลูกชาย) ใส่ข้อมือแม่อันนึง ข้อมือลูกอันนึง

จบใส่แท็กข้อมือสีฟ้า ทั้งแม่ทั้งลูก พยาบาลเข็นลูกออกไป ทุกคนออกไปจากห้อง เรานอนรออยู่ท่าเดิม 5555 ถามว่าเมื่อยมั๊ยต้องตอบเลยว่าเมื่อยยยยย

หลังจากทุกคนออกไป พยาบาล1เดินเข้ามาถามว่าสวนฉี่หรือยังคะ เราก็ตอบยังค่ะ งั้นขออนุญาตสวนฉี่นะคะ ค่ะๆ (การสวนฉี่คือการใช้สายยางสอดไปที่ท่อปัสสาวะเพื่อให้ฉี่ออกมา) สรุปได้มา1กาละมัง มองไม่เห็นนะได้ยินเสียงดังซู่5555 และพยาบาล1ก็ออกไป

สักพัก พยาบาล2เดินเข้ามาถามว่าสวนฉี่หรือยังคะ เราตอบสวนแล้วค่ะ ไหนไม่เชื่อขอสวนอีกทีซิ 555 ก็จัดการสวนอีกที แล้วก็ออกมาอีก1กาละมัง แล้วก็บอกว่าไหนบอกสวนแล้ว ฮ่าาาา พยาบาล2ก็ออกไป

นอนรออยู่คนเดียวสักพัก คุณหมอก็เข้ามา อ่อลืมบอก ยังอยู่ท่าเดิมนะ 5555

คุณหมอตะโกนบอกพยาบาลข้างนอกว่า “กำลังจะคลอดรกค่าาาา” เรานึกในใจอ่าวรกยังไม่ออกมาพร้อมลูกหรอ  พยาบาลกลุ่มเดิมเข้ามาอีก2-3คน ให้เราเบ่งอีกรอบ ฮื้บบบบเดียว ออกง่ายๆ พยาบาลก็นำกาละมังนั้นออกไป คุณหมอยังอยู่ค่ะ อยู่เพื่อเย็บปิดให้เรียบร้อย เริ่มค่ะ…!!!

คุณหมอ : ขออนุญาตฉีดยาชานะคะ เจ็บหน่อยนะคะ

แม่ : ได้ค่ะ ไม่เจ็บหรอกค่ะ ???? ไม่มีอะไรเจ็บกว่าคลอดลูกแล้วล่ะค่ะ

คุณหมอ : (จิ้มเข็มลงไปที่จิ๊มิเรา2ข้าง ข้างละ2ที)

ตอนนั้นไม่เจ็บนะ เพราะเจ็บมาทั้งวันแล้ว

พอยาชาทำงาน หมอก็เริ่มเย็บเลยค่ะ น่าจะ4เข็มนะ เสียงด้ายกะเข็มผ่านเนื้อเราแกรกๆๆ ได้ยินตลอดเลย เสร็จแล้วก็ยัดสิ่งที้ย็บเมื่อกี๊เข้าไปในช่องคลอดเรา แล้วมาดันๆที่ท้องน้อยเราเหมือนจัดให้เข้าที่!!!! นึกๆๆๆตลอดเลยว่ามันคือมดลูก ใช่มะ แล้วตอนคลอดนี่คือออกมาทั้งยวงเลยหรอหรือยังไง ใครรู้มาอธิบายหน่อยนะคะ ตอนนั้นไม่เห็นเลย ได้ยินแล้วก็รู้สึกแค่นั้น

พอยัดเข้าไปแล้วมาเย็บข้างนอกต่อ เป็นอันเสร็จ หลังจากนั้นต้องรอดูอาการ2ชั่วโมงว่าคุณแม่ คุณลูกมีภาวะยังไงบ้าง ถ้าปลอดภัยหลังจากนั้นก็ไปที่วอร์ดค่ะ ตอนนี้คุณพยาบาลออกไปแจ้งสามีแบะเพื่อนเราแล้วค่ะว่าคลอดแล้ว ปลอดภัยดี ได้ลูกชาย แต่สามีและเพื่อนเราไม่รู้ว่าต้องรอดูอาการอีก2ชั่วโมง รอต่อปายยยย

(ใน2ชั่วโมงนี้ ถ้าจำไม่ผิด จะมีไฟส่องมาตรงจิ๊มิด้วยอันใหญ่มาก เหมือนในสตูเลย แต่ไม่ร้อนขนาดนั้น เคยฟังเพื่อนๆที่คลอดที่อื่นจะมีไฟร้อนๆมาอังใช่มะ นี่ไม่ร้อนนะแต่ส่องตั้งแต่เริ่ม)

มาสู่ขั้นตอนการเปลี่ยนชุด เตรียมไปที่วอร์ด (ต้องบอกก่อนว่าถ้าคลอดศิริราช ต้อง แจ้งหน้าห้องคลอดตอนยื่นเอกสารว่าจะพักฟื้น ห้องไหน สามัญ พิเศษเดี่ยว พิเศษคู่ พิเศษ4 มีหลายแบบ เราเลือกพิเศษ 4 ได้ที่ชั้น 13/1) กว่าจะเปลี่ยนชุด กว่าจะย้ายจากเตียงไปรถเข็นทุลักทุเลมาก คือไม่มีแรงขาเลย 5555

ผ่านไป 2 ชั่วโมง และเวลาที่ปะป๊ารอคอยมาถึงแล้ววว เข็นแม่ออกมาแล้วอุ้มลูกมาวางไว้ข้างๆแม่บนรถเข็น เห็นป๊ายิ้มน้ำตาคลอมาลูบหัวเราถามว่าเป็นไงมั่ง เราก็ซึ้งละ ☺️

 ขอบคุณที่มา หม่าม๊าบ้าซีรี่ส์ จาก Pantip

==========

ติดตามความรู้ดี ๆ  และสาระดี ๆ เพิ่มเติมสำหรับแม่ตั้งครรภ์และลูกน้อย ได้ที่  www.konthong.com หรือ ร่วมพูดคุยแลกเปลี่ยนกันได้ที่ https://www.facebook.com/teamkonthong/