พัฒนาการเด็กเป็นสิ่งสำคัญที่คุณพ่อคุณแม่ไม่ควรมองข้าม และควรติดตามดูอยู่เสมอว่าลูกน้อยมีพัฒนาการที่สมวัยหรือไม่ โดยวันนี้เราจะพาไปดูกันว่า พัฒนาการเด็ก 16 เดือน เป็นอย่างไร และมีวิธีกระตุ้นพัฒนาการของลูกน้อยอย่างไรบ้าง

เช็คสิ พัฒนาการเด็ก 16 เดือน มีอะไรบ้าง

พัฒนาการเด็ก 16 เดือน มีอะไรบ้าง เราไปดูกันเลย

1.พัฒนาการด้านร่างกายและการเคลื่อนไหว

เด็กในวัยนี้เคลื่อนไหวได้คล่องขึ้น แต่อาจยังไม่ค่อยมั่นคงเท่าไหร่ ช่วงนี้เด็กๆ ยังคงเป็นนักสำรวจ ชอบรื้อค้น รวมทั้งหยิบจับและขว้างปาสิ่งของ ซึ่งถือเป็นการฝึกทักษะการใช้มือและตาให้ประสานกัน นอกจากนี้การได้ออกไปเล่นนอกบ้านบนสนามหญ้ากว้างๆ นั้นดูจะเป็นสิ่งที่พวกเขาโปรดปรานที่สุด ดังนั้นคุณพ่อและคุณแม่ควรหาเวลาพาลูกน้อยออกไปวิ่งเล่น หรือเล่นโยนรับลูกบอลกับเขาก็จะดีมาก

2.พัฒนาการด้านภาษาและการสื่อสาร

เด็กในวัย 16 เดือนนั้นสามารถพูดคำที่มีความหมายได้บ้าง เช่น ไม่เอา กินน้ำ แม่มา เป็นต้น ดังนั้นคุณแม่ควรส่งเสริมพัฒนาการด้านภาษาด้วยการพูดโต้ตอบกับลูก รวมทั้งอ่านหนังสือให้ลูกฟังอย่างสม่ำเสมอก็จะช่วยเพิ่มคลังคำศัพท์ให้แก่ลูกได้ดี

3.พัฒนาการด้านสติปัญญาและการเรียนรู้

เด็ก 16 เดือนนั้นถือว่าเป็นช่วงแห่งการลอกเลียนแบบ เมื่อเด็กๆ ได้เฝ้ามอง ก็จะจดจำแล้วนำมาทำตาม เช่น ทำท่ากวาดบ้าน และถูบ้านตามคุณแม่ หรือทำเสียงคุยโทรศัพท์ตามคุณพ่อ แต่เด็กวัยนี้จะยังไม่สามารถจดจ่อกับอะไรได้นานๆ ดังนั้นคุณแม่ควรชวนลูกมาอ่านหนังสือบ่อยๆ แทนที่จะใช้เวลาอ่านครั้งละนานๆ แทน

4.พัฒนาการด้านอารมณ์

เด็กในช่วงนี้ต้องการทำอะไรด้วยตนเอง ซึ่งถ้าไม่อันตรายคุณแม่ก็ควรปล่อยให้เขาได้ฝึกช่วยเหลือตัวเอง เพื่อช่วยให้เขามีความมั่นใจมากขึ้น แต่พวกเขายังไม่สามารถควบคุมอารมณ์ได้ จึงมักอาละวาดออกมาบ่อยๆ ดังนั้นคุณแม่ควรแสดงถึงความเข้าใจ ด้วยการโอบกอดและพูดคุยกับเขาอย่างนิ่มนวล ก็จะทำให้เขามีอารมณ์ที่มั่นคงขึ้น

วิธีส่งเสริม พัฒนาการเด็ก 16 เดือน

คุณแม่สามารถส่งเสริมพัฒนาการลูกวัย 16 เดือน ด้วยวิธีดังต่อไปนี้

1.เล่นเกมฝีกเคลื่อนไหว

เด็กวัยนี้ยังเคลื่อนไหวได้ไม่คล่องนัก ดังนั้นคุณแม่สามารถเสริมสร้างกล้ามเนื้อมัดเล็กและมัดใหญ่ได้โดยการพาเล่นเกม เช่น เกมกลิ้งบอล เกมโยนรับลูกบอล เกมคลานข้ามหมอน เป็นต้น

2.ใช้บัตรคำ

คุณแม่ลองให้ลูกได้ดูภาพในบัตรคำ พร้อมอ่านออกเสียงตามบัตรคำไปพร้อมๆ กัน ก็เป็นการช่วยเพิ่มคำศัพท์ให้แก่ลูกเช่นกัน

3.เปิดเพลงให้เต้นตาม

ดนตรีนอกจากจะสร้างความเพลิดเพลินให้กับลูกแล้ว ยังช่วยสร้างความสัมพันธ์ระหว่างพ่อแม่และลูกที่ได้เต้นรำร่วมกัน ช่วยให้ลูกได้เรียนรู้จังหวะของดนตรี และช่วยเรื่องการเรียนรู้ทางด้านภาษาทำให้เด็กได้คำศัพท์ที่มากขึ้นด้วย

4.อ่านหนังสือ

เด็กในวัยนี้ชอบฟังนิทานซ้ำๆ คุณแม่ควรเลือกหานิทานที่มีคำสั้นๆ หรือเป็นคำคล้องจอง รวมทั้งหนังสือเสียงต่างๆ ก็สามารถเรียกความสนใจจากเด็กๆ ได้ดี

5.ฝึกประสาทสัมผัสทั้ง 5

คุณแม่ควรส่งเสริมการเรียนรู้ของลูกด้วยการฝึกประสาทสัมผัสทั้ง 5 เช่น การฟังเสียงต่างๆ การเดินหรือสัมผัสบนพื้นผิวที่แตกต่างกัน ทั้งหยาบ แข็ง นิ่ม หรือการดมกลิ่นอาหาร และชิมอาหารทีมีรสชาติแตกต่างกัน เช่นเปรี้ยว หวาน และฝาด เป็นต้น

6.ชวนหาสิ่งของที่มีรูปร่างและสีต่างๆ

Sponsored

เด็กในวัยสำรวจ ยิ่งได้เห็นสิ่งของที่มีสีสันสดใสและรูปทรงแปลกๆ ยิ่งดึงดูดความสนใจได้เป็นอย่างดี ดังนั้นจึงเป็นโอกาสดีที่คุณแม่จะได้สอนเขาในเรื่องสีและรูปทรง

7.ปล่อยให้ช่วยเหลือตนเอง

คุณแม่ควรปล่อยให้ลูกได้ทานข้าวด้วยการจับช้อนเอง รวมทั้งให้ลูกได้ลองแปรงฟันเองด้วย ซึ่งถือเป็นการฝึกใช้มือประสานกับตาให้ดีขึ้น

แบบไหนน่ากังวล ว่าลูกอาจมีพัฒนาการช้า

เมื่อลูกเข้าสู่วัย 16 เดือนแล้ว แต่ยังไม่สามารถทำสิ่งเหล่านี้ได้ อาจเข้าข่ายว่าเป็นเด็กมีพัฒนาการช้า

1.พูดไม่เป็นคำ

เด็กในวัยนี้จะเริ่มพูดได้ 6-7 คำ ซึ่งถ้าลูกยังไม่พูด คุณแม่ต้องกระตุ้นให้เขาพูดด้วยการพูดคำซ้ำๆ สั้นๆ อ่านหนังสือให้ฟังบ่อยๆ หรือถ้าลูกต้องการสิ่งของต้องให้เขาพูดออกมาแล้วค่อยส่งของให้เขา และที่สำคัญไม่ควรหยิบยื่นมือถือ แท็บเล็ต หรือเปิดทีวีให้ลูกดูโดยเด็ดขาด

2.ไม่สามารถทำตามคำสั่งง่ายๆ ได้

เด็กช่วงนี้มักจะสามารถเข้าใจคำพูดง่ายๆ ได้แล้ว แม้ว่าบางคนอาจยังไม่พูดออกมา เช่น สั่งให้ไปหยิบน้ำ กอดแม่ เด็กก็ควรทำตามคำสั่งได้ถูกต้อง ดังนั้นถ้าลูกยังไม่เข้าใจคุณแม่อาจต้องทำเป็นตัวอย่างให้ดูก่อน

3.ยังไม่เดิน

ถ้าเด็กมีอาย 16 เดือนแล้ว แต่ยังไม่เดิน ถือว่ามีพัฒนาการที่ล่าช้า แต่คุณแม่อาจรอจนเด็กมีอายุ 18 เดือนได้ ซึ่งถ้าเด็กยังไม่เริ่มเดินอีก ควรรีบพาลูกไปปรึกษาแพทย์

4.เปิดหนังสือไม่ได้

ถ้าเด็กในวัยนี้ยังไม่สามารถพลิกหน้าหนังสือได้ อาจแสดงถึงพัฒนาการที่ล่าช้า ดังนั้นคุณแม่ต้องช่วยส่งเสริมด้วยการหาสี หรือดินสอ มาให้เด็กได้ขีดเขียน รวมทั้งปล่อยให้ลูกได้ช่วยเหลือตัวเอง เช่น แต่งตัวเอง เพื่อฝึกกล้ามเนื้อมัดเล็กให้แข็งแรงขึ้น

5.ไม่ทำเอง

เด็กวัยนี้มักเอาตัวเองเป็นที่ตั้ง ต้องการทำอะไรด้วยตนเอง ไม่ชอบให้ใครมาช่วย แต่ถ้าลูกไม่พยายามที่จะช่วยเหลือตนเอง เช่นกินข้าว หรือแต่งตัวเอง นั่นอาจเป็นเพราะการช่วยเหลือของคุณแม่ที่มากจนเกินไป ทำให้เขาไม่มีความมั่นใจ ดังนั้นคุณแม่ควรปล่อยให้ลูกทำเองมากขึ้น

สรุป

เด็กแต่ละคนมีพัฒนาการที่ไม่พร้อมกัน ซึ่ง พัฒนาการเด็ก 16 เดือน บางคนก็อาจมีพัฒนาการล้ำหน้า ในขณะที่อีกคนอาจล่าช้า ซึ่งก็สามารถเสริมสร้างและกระตุ้นพัฒนาการกันได้ ด้วยการเอาใจใส่และการดูแลอย่างใกล้ชิดจากพ่อแม่หรือคนที่ดูแลเด็กนั่นเอง

= = = = = = = = = = = =

ติดตามความรู้ดี ๆ  และสาระดี ๆ เพิ่มเติม สำหรับแม่ตั้งครรภ์ และลูกน้อย ได้ที่ www.konthong.com หรือ ร่วมพูดคุยแลกเปลี่ยนกัน ได้ที่
https://www.facebook.com/teamkonthong/

We promise to provide the knowledge and know-how for new mom. More and more solutions about how can you grow up your baby. Feel free to contact us if any problems have occurred or have any questions you would like to know. Don’t forget to follow and keep in touch with us on Facebook

https://www.facebook.com/teamkonthong/

บทความน่ารู้ เพิ่มเติม คลิกเลย …..

1.พัฒนาการเด็ก 15 เดือน มาดูสิว่า ลูกน้อยต้องทำอะไรได้บ้าง

2.พัฒนาการเด็ก 18 เดือน คุณแม่รู้ไหม ลูกน้อยทำอะไรได้บ้าง